และเป็นเพราะว่าหร่วนซิงหว่านกลับมาแล้ว เพ้ยซานซานก็เลยเสนอขึ้นมาว่าจะไปกินสุกี้ห้องไฟที่เธอใจจดใจจ่อมานานแล้ว
แน่นอนว่าโจงเหวินป๋อไม่มีข้อคิดเห็นอะไรอยู่แล้ว และเอาตามที่พวกเธอว่ามาทุกอย่าง
พอมาถึงร้านสุกี้หม้อไฟ พนักงานก็เอาเมนูมาให้ แล้วโจงเหวินป๋อก็ยื่นไปให้เพ้ยซานซานอย่างเป็นธรรมชาติ
เพ้ยซานซานสั่งอาหารที่ตัวเองและหร่วนซิงหว่านชอบไปหลายอย่าง แล้วก็ถามเขาขึ้น "คุณอยากกินอะไรคะ?"
โจงเหวินป๋อตอบขึ้นมา "ผมอะไรก็ได้ คุณสั่งได้ตามสบายเลย"
เพ้ยซานซานจ้องมองดูเมนู แล้วก็เพิ่มอาหารอีกสองอย่าง
ช่วงนี้กินข้าวกับโจงเหวินป๋อมาตลอด เธอก็พอจะรู้แล้วว่าเขาชอบกินอะไร รวมทั้งอาหารอะไรบ้างที่ไม่กิน
เพ้ยซานซานยื่นเมนูอาหารคืนให้กับพนักงาน "เอาเท่านี้ก่อนละกัน ขอบคุณค่ะ"
พนักงานพยักหน้าให้เล็กน้อย "รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ"
เพ้ยซานซานพูดขึ้น "น้ำผลไม้สองแก้ว......"
พูดแล้วก็มองไปที่โจงเหวินป๋อ "คุณล่ะ?"
โจงเหวินป๋อยิ้มขึ้นมา "ผมก็เอาเป็นน้ำผลไม้ดีกว่า"
พนักงานตอบรับแล้วก็จากไป
หร่วนซิงหว่านถามขึ้นมา "คุณไม่ดื่มเหล้าเหรอคะ?"
โจงเหวินป๋อพูดขึ้นมา "ปกติผมก็ไม่ค่อยดื่มเหล้าครับ แล้วคอก็แข็งด้วย"
หร่วนซิงหว่านยิ้มอ่อน ๆ ขึ้นมา "งั้นก็ดีมากเลยค่ะ"
แล้วหร่วนซิงหว่านก็พูดคุยเรื่อยเปื่อยกับโจงเหวินป๋อไปแบบนี้เรื่อย ๆ โจงเหวินป๋อตอบกลับมาได้อย่างสมเหตุสมผล ดูมีความคิดและดูมีความหมาย ดูแล้วไม่เลวเลยจริง ๆ
ผ่านไปไม่นาน อาหารก็ค่อย ๆ ทยอยเข้ามาเสิร์ฟ
เพ้ยซานซานกระแอมไอขึ้นมาคำหนึ่ง "เอาล่ะ เอาล่ะ กินข้าวกันก่อนเถอะ กินเสร็จค่อยคุยกันต่อนะ"
แล้วในเวลานี้เอง เสียงโทรศัพท์ของโจงเหวินป๋อก็ดังขึ้นมา เขามองสายเรียกเข้าไปทีหนึ่ง แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป
พอเพ้ยซานซานเห็นเข้า ก็ลองเปิดปากพูดขึ้นว่า "มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?"
โจงเหวินป๋อกดวางสายไป และปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ แล้วก็วางคว่ำไว้บนโต๊ะ "ไม่มีอะไรครับ"
แต่ว่าคนทางอีกฝั่งของโทรศัพท์กลับไม่ได้คิดจะยอมแพ้ไป โทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะ ก็ยังเกิดเสียงหวืด ๆ สั่นขึ้นมาไม่หยุด
หร่วนซิงหว่านพูดขึ้นว่า "น่าจะมีเรื่องสำคัญอะไรหรือเปล่า คุณไปรับโทรศัพท์ก่อนดีกว่า"
โจงเหวินป๋อเอาโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วขมวดคิ้วขึ้นทีหนึ่ง แล้วก็ลุกขึ้นและพูดกับเพ้ยซานซานขึ้นว่า "งั้นพวกคุณก็กินไปก่อนเลย แป๊บเดียวเดี๋ยวผมกลับมา"
เพ้ยซานซานพยักหน้าให้ "ไปเถอะ"
พอโจงเหวินป๋อออกไปแล้ว หร่วนซิงหว่านก็จ้องมองแผ่นหลังของเขาไปแล้วพูดขึ้นว่า "ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า?"
เพ้ยซานซานไม่ได้สนใจมากเท่าไหร่ แล้วก็ลวกกระเพาะผ้าขี้ริ้วไป "เคยมีสองสามครั้ง"
หร่วนซิงหว่านเก็บสายตากลับมา "แฟนเก่าเหรอ?"
"น่าจะใช่มั้ง สามารถทำให้ผู้ชายคนหนึ่งมีสีหน้าแบบนั้นโผล่ออกมาได้ นอกจากแฟนเก่าแล้วยังจะเป็นใครไปได้อีกล่ะ"
"งั้นเธอไม่เคยถามเขาเลยเหรอ?"
เพ้ยซานซานทำเสียง"เฮ้อ"ไปทีหนึ่ง แล้วก็เอากระเพาะผ้าขี้ริ้วที่ลวกเสร็จแล้วใส่ไว้ในถ้วยหร่วนซิงหว่าน "ฉันจะไปถามเรื่องนี้กับเขาทำไม ตัวเขาเองก็ไม่เคยถามเรื่องในอดีตของฉัน มีคำพูดอยู่คำพูดหนึ่งของเขาที่พูดได้มีเหตุผลมาก คนเราทุกคนต่างก็เคยมีความรักกันมาก่อน แต่มันผ่านไปก็ดีแล้ว"
หร่วนซิงหว่านพูดขึ้น "เธอนี่มันโง่หรือเปล่า นี่ก็เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่ายังไม่ได้ผ่านพ้นไป ในเมื่อเขากำลังนัดดูตัวกับเธออยู่ ก็ควรจะตัดขาดกับทางโน้นให้สะอาดหมดจดซิ"
เมื่อกี้ตอนที่พูดคุยกับโจงเหวินป๋ออยู่นั้น ภาพประทับใจที่เธอมีต่อเขายังไม่เลว แต่คิดไม่ถึงว่าแค่แป๊บเดียวก็มาทำแบบนี้แล้ว
เพ้ยซานซานดื่มน้ำผลไม้ไปคำหนึ่ง แล้วจ้องมองหม้อที่กำลังเดือดปุด ๆ ไป ก็พูดขึ้นมาอย่างเย็นชาประโยคหนึ่ง "ถึงแม้ว่าจะลบช่องทางการติดต่อไปทั้งหมด แต่ถ้าเกิดยังลืมไม่ได้อยู่ดี นั่นก็ไม่ถือว่าตัดขาดอย่างสะอาดหมดจดหรอก"
เหมือนกับจะรู้ตัวขึ้นมา ในเมื่อนั่นเป็นพ่อแท้ ๆ ของหร่วนเฉิน พูดแบบนี้คงจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ เธอก็เลยกลืนคำพูดหลายคำที่เหลือกลับลงไป
พอคิดได้แบบนี้ เพ้ยซานซานก็พูดขึ้นอีกว่า "ซิงซิง นี่ฉันรู้สึกว่า คนอย่างหร่วนจุนนี่ ไม่น่ามีลูกอย่างเสี่ยวเฉินได้เลย เสี่ยวเฉินของเราดีงามจะตาย แถมยังหล่อ การเรียนก็ดี มีมารยาท แล้วก็ฉลาดมากด้วย ไม่มีส่วนไหนที่ใกล้เคียงกับหร่วนจุนเลย"
หร่วนซิงหว่านพูดขึ้นมา "ก่อนหน้านี้โจวฉือเซินเคยไปสืบเรื่องนี้แล้ว รวมทั้งWilliamด้วย แต่ผลลัพธ์ที่พวกเขาได้มา ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม"
หร่วนซิงหว่านสูดลมหายใจเข้าทีหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมามองท้องฟ้า
เพ้ยซานซานพูดขึ้นอีกว่า "เฮ้อ ใช่แล้ว แล้วหนิงหนิงล่ะ เธอยังจะมาหนานเฉิงอีกไหม?"
หร่วนซิงหว่านพูดขึ้น "ยังไม่รู้เลยมั้ง ต้องรออีกช่วงหนึ่งถึงจะรู้"
"เด็กสาวคนนั้นน่ารักมากเลยนะ อายุอย่างเธอ กำลังเป็นช่วงอายุที่ชอบหนีออกไปเที่ยวข้างนอก ถ้าฉันเป็นเธอ โดนกำหนดมาตั้งแต่เด็กจนโตว่าต้องอยู่แต่ในเจียงโจวห้ามออกไปไหน ฉันก็ต้องเป็นทุกข์เหมือนกัน"
"ทางตระกูลเจียงไม่ค่อยสงบสุข อย่างน้อยเธออยู่ข้างกายพ่อเธอ ก็จะสามารถปลอดภัยได้หน่อย"
"มันก็ใช่อยู่"
อยู่ ๆ หร่วนซิงหว่านก็หยุดฝีเท้าลง "ซานซาน มีเรื่องหนึ่งฉันลืมบอกเธอไป"
เพ้ยซานซานพูดขึ้นมา "อะไรเหรอ?"
"เจียงหยุนจู๋เขา......น่าจะตายไปแล้ว"
เพ้ยซานซานนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง "น่าจะตายแล้วเหรอ?"
หร่วนซิงหว่านพยักหน้าขึ้นมา แล้วก็พูดเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นของตระกูลเจียงกับเธอไปง่าย ๆ รอบหนึ่ง แล้วพูดขึ้นอีกว่า "ในตอนที่เจียงหยุนจู๋นั่งเรือหนีไปนั้น เรือเกิดระเบิดขึ้นมา ตัวเรือเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ดูจากสถานการณ์นี้แล้ว คนไม่น่าจะมีชีวิตรอดมาได้ แต่ว่าจนถึงตอนนี้แล้ว พวกเขาก็ยังตามหาศพของเขาไม่เจอ"
ผ่านไปครู่หนึ่ง เพ้ยซานซานถึงยิ้มขึ้นมาจาง ๆ ทีหนึ่ง "งั้นก็คิดซะว่าเขาตายไปแล้วละกัน"
แบบนี้ใจของเธอก็จะเป็นสุขขึ้นมาหน่อย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สามีเก่า...มาขอแต่งงานอีกแล้ว
เอาอีกแล้ว รวบรัดตัดจบในสามบทสุดท้าย ตัดทิ้งดื้อๆ ไม่เล่าว่าพี่กับพ่อพระเอกเป็นยังไง และตระกูลของหนิงหนิงเป็นไงกัน น้าชั่วของหนิงหนิงตายจริงไหม...