ตอนที่ 503 ร่องรอยของมนุษย์ (2)
………………..
นี่กลับเป็นเรื่องจริง ของทั่วไปไม่เข้าตาฟางผิงอยู่แล้ว
บางครั้งฆ่าสัตว์ปีศาจขั้นสี่ขั้นห้าได้บางส่วน เขาแทบจะไม่ชายตามอง ส่วนคว้านหัวใจพวกนี้ เขาก็ขี้เกียจทำเช่นกัน
แน่นอนว่าถ้ามีเวลาเหลือเฟือ เขาคงเอาไปด้วย ยังไงเขาก็มีช่องเก็บของอยู่
แต่คนอื่น น้อยครั้งที่จะมีโอกาสแบบนี้จริงๆ
ศพของสัตว์ปีศาจขั้นสี่ขั้นห้า หากถูกผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างเก็บได้จริงๆ นั่นนับว่าเงินหล่นจากฟ้าแล้ว
ตอนนี้ฟางผิงเข้าใจขึ้นมาอยู่บ้าง เวลานั้นทำไมจางเทาถึงเก็บศพของพืชปีศาจขั้นเก้าได้
ถ้า…คนลงมือเป็นขั้นสุดยอด ทั้งยังมีคู่ต่อสู้เป็นขั้นสุดยอด โจมตีพืชปีศาจขั้นเก้าตาย อาจไม่จำเป็นต้องสนใจ ทั้งไม่มีเวลาไปสนใจด้วย
แค่ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของขั้นสุดยอดหรือเปล่า มีโอกาสสูงเหมือนกัน ไม่งั้นขั้นเก้าทั่วไปคงไม่สามารถสังหารพืชปีศาจขั้นเก้าได้รวดเร็วขนาดนี้ ทำให้อีกฝ่ายไม่ทันแม้แต่จะทำลายน้ำแร่ชีวิต
“อันดับแรกต้องมีชีวิตรอดก่อน!”
หวังจินหยางประชดออกมา ติดตามผู้แข็งแกร่งมีโอกาสให้เก็บเกี่ยว แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะเอาชีวิตไปทิ้งเหมือนกัน
ควันหลงกระเด็นมา ตายยังไม่รู้จะตายยังไง
ไม่คิดอีกแล้วว่าตกลงแหวนมิติของฟางผิงขนาดเท่าไหร่ หวังจินหยางเดินไปอย่างระมัดระวัง มองสอดส่องไปทั่ว กดเสียงว่า “ระวังหน่อย ในเมื่อมีต้นไม้ปีศาจดูดเลือดต้นหนึ่ง ใกล้ๆ อาจจะมีอีกเหมือนกัน บางทีป่าแห่งนี้อาจจะมีพืชปีศาจพวกนี้อยู่เต็มไปหมด”
“รู้แล้ว นายก็ระวังด้วย ตอนนี้พวกเราอย่าพูดกันเลย ห้ามเหยียบพื้นเหมือนกัน…”
ฟางผิงเพิ่งจะพูดจบ หวังจินหยางก็ส่ายหัวว่า “ฉันไม่สามารถสิ้นเปลืองปราณมากเกินไปได้ พกยาบำรุงและหินพลังงานมาไม่เยอะ”
“ฉันมี ไม่ต้องสนใจเรื่องนี้ เดี๋ยวจะเอาให้นาย แค่พยายามอย่าก่อความเคลื่อนไหวออกมา”
“งั้นก็ดี!”
“…”
ทั้งสองคนไม่พูดกันอีก เริ่มลอยอยู่เหนืออากาศ มุ่งหน้าไปอย่างเงียบเชียบ
ระหว่างทางฟางผิงและหวังจินหยางเจอโครงกระดูกหลายร่าง
บางโครงกระดูกก็แหลกเหลวไม่เป็นชิ้นดี แต่สามารถมั่นใจได้ว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ตายในช่วงนี้
ทั้งในนั้น…มีหลายโครงกระดูกที่มองก็รู้แล้วว่าเป็นของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสาม
ครั้งนี้ฟางผิงไม่พูดมากอีก เก็บโครงกระดูกเอาไว้
นี่เป็นโครงกระดูกของผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์อย่างแน่นอน!
ทางถ้ำใต้ดิน ผู้คุ้มกันที่ส่งมา อ่อนแอสุดคือขุนพลขั้นหกและขั้นห้าอย่างพวกอูซูล้วนถูกรั้งตัวให้อยู่ที่เมือง ผู้ฝึกยุทธ์ถ้ำขั้นสามไม่อาจจะถูกพามาถึงพื้นที่เขตแดนได้
ดูท่าเส้นทางที่พวกเขาเดินทางมานี้จะเป็นเส้นทางของกลุ่มที่สาม
กลุ่มที่สาม คนที่ถูกคุ้มกันคือผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสาม
เห็นได้ชัดว่าผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์ที่ถูกคุ้มกันมา มีบางคนตายอยู่ที่นี่แล้ว
—
ป่าที่เงียบสงัดผืนนี้ขนาดไม่ใช่น้อยๆ
ฟางผิงและหวังจินหยางมุ่งไปข้างตลอด เดินทางอยู่นานแล้วก็ยังไม่สามารถออกจากป่าได้ ฟางผิงเอาแต่สงสัยว่าตัวเองเดินมาผิดทางหรือเปล่า
ทั้งในป่ายังมีอันตรายอยู่จริงๆ
เดินทางกันอยู่พักหนึ่ง จู่ๆ ฟางผิงและหวังจินหยางก็หยุดลงพร้อมกัน สบสายตาอีกฝ่ายแล้ว ไม่พูดอะไรก็อ้อมไปด้านข้างอย่างระมัดระวังทันที
ข้างหน้านั้นมีต้นไม้ใหญ่สีแดงฉานปะปนอยู่กับต้นไม้อื่นๆ แม้จะไม่ได้สะดุดตาเท่าไหร่ กระทั่งกลิ่นอายยังสัมผัสแทบไม่ได้ แต่ทั้งสองคนเพิ่งจะขุดต้นไม้ปีศาจดูดเลือดขั้นเจ็ดมา
พอเห็นต้นไม้ที่ขนาดสูงกว่าเดิมนี้…ฟางผิงมองเข้าไป อีกฝ่ายอย่างน้อยน่าจะสูงกว่าขั้นเจ็ดต้นนั้นอีกหนึ่งเท่า!
ลำต้นสีแดงปะปนด้วยสีทองบางส่วน นี่เป็นต้นไม้ปีศาจดูดเลือดขั้นแปด
ทั้งสองคนเก็บงำกลิ่นอาย อีกฝ่ายจึงไม่ทันสังเกต
ไม่งั้น รับรู้ถึงกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิต เกรงว่าคงจะโจมตีพวกเขาไปนานแล้ว
ทั้งสองคนเดินอ้อมไปไกลเกือบพันเมตร เวลานี้หวังจินหยางค่อยเช็ดเหงื่อชื้นที่ไม่มีอยู่จริงบนหน้าผาก ตื่นเต้นดีจริงๆ!
เพิ่งจะโล่งใจ จู่ๆ ฟางผิงกลับเอ่ยว่า “เหล่าหวัง!”
หวังจินหยางได้ยินก็ตกใจ ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ทันที ฟางผิงกลับเคลื่อนตัวไปข้างหน้าระยะหนึ่ง ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น
หวังจินหยางย้ายสายตาตามไป ก่อนจะตกใจเช่นกัน รีบตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ข้างหน้าเป็นพื้นที่โล่ง หญ้ารกชัฏขึ้นเต็มไปหมด
กลางป่าหญ้ารกทึบ เผยให้เห็นศิลาจารึกหักครึ่งท่อนหนึ่ง ถูกคนฟันหักเอียงลงไป
สาเหตุที่พูดว่าถูกคนฟันหักเพราะรอยหักนั้นเสมอกัน มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าอาจจะเกิดจากอาวุธ
ฟางผิงถอนหญ้ารอบๆ ศิลาจารึกออกไป จ้องมองศิลาจารึกหักครึ่งนั้นอยู่พักหนึ่ง เผยแววตาแปลกออกไป
หวังจินหยางก็เช่นกัน!
ถ้ามีแต่ศิลาจารึก คงไม่ทำให้ทั้งสองคนเป็นถึงขนาดนี้ ถ้ำใต้ดินก็มีการคงอยู่ของมนุษย์เหมือนกัน เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ
ประเด็นอยู่ที่แม้ศิลาจารึกจะถูกฟันหักแล้ว แต่ข้างบนยังมีตัวอักษรหลงเหลือไว้อย่างเลือนราง
ไม่ใช่อักษรของถ้ำใต้ดิน เป็นอักษรของมนุษย์!
“เหล่าหวัง ตัวอักษรสองตัวนี้มันตัวอักษรอะไร?”
อารยธรรมโบราณแบบนี้ ในพื้นที่อื่นของถ้ำใต้ดินไม่มีอยู่
ตอนนี้นึกไม่ถึงว่าพื้นที่เขตแดนจะมีร่องรอยอารยธรรมโบราณ นี่มีความลับที่แฝงอยู่ภายในมากเกินไป
“ต้องมีสักวันที่ความลับทั้งหมดไม่ใช่ความลับอีกต่อไป!”
ฟางผิงเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะ…เริ่มขุดศิลาจารึกหักครึ่งนี้!
หวังจินหยางนิ่งอึ้งไป!
นายจะติดใจการขุดดินเกินไปแล้ว?
ของแบบนี้ก็ขุด!
ฟางผิงกดเสียงว่า “อย่ามองฉัน นายลองจับศิลาจารึกดู นี่ไม่ใช่หิน!”
หวังจินหยางหน้าเปลี่ยนสี รีบสัมผัสดู ก่อนจะบีบอย่างแรง ตกใจอย่างยิ่ง เอ่ยเสียงเบาว่า “นี่…นี่แข็งยิ่งกว่าโลหะผสมระดับ A ซะอีก! ทำมาจากวัสดุอะไรกัน?”
“ไม่รู้ ขุดกลับไปแล้วค่อยว่ากัน ของล้ำค่า!”
หวังจินหยางไร้คำจะโต้ตอบ เป็นของล้ำค่าจริงๆ!
ศิลาจารึกนี้ถึงจะหักครึ่งก็โผล่ออกมาจากพื้นดินเกือบสองเมตร ใต้ดินยังไม่รู้ว่าลึกเท่าไหร่ อย่างน้อยคงยาวสามสี่เมตร กว้างสองเมตร
หนักเท่าไหร่?
เกรงว่าจะหลายตัน!
นี่ถ้าใช้ประโยชน์ขึ้นมาได้จริงๆ โลหะผสมระดับ A หนึ่งพันกรัมขายได้หลายล้าน
ขายเป็นโลหะผสมระดับ A ก็มีมูลค่านับหมื่นล้านแล้ว!
ตอนนี้หวังจินหยางอับอายอยู่บ้าง ทองพันชั่งอยู่ข้างหน้า นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะไม่ได้สนใจ
ไม่สิ คนส่วนมากเห็นศิลาจารึกนี้ เกรงว่าคงไม่คิดจะขุดออกไปหรอก!
สมองของฟางผิงกลับคิดไม่เหมือนของคนอื่นอย่างสิ้นเชิง!
เห็นอารยธรรมโบราณหลายพันปีก่อนของมนุษย์ นอกจากคิดรำลึกปกป้องแล้ว ภายใต้การตื่นตะลึง ใครยังจะมีใจมาขุดศิลาจารึก?
ฟางผิงกลับแล้วใหญ่ พูดว่าขุดก็ขุดเลย ไม่คิดจะพูดอะไรก่อนสักนิด
ฟางผิงขุดไปก็พึมพำว่า “ฉันทำเพื่อปกป้องร่องรอยของบรรพบุรุษพวกเรา ไม่งั้นคงจะถูกทำลายเร็วๆ นี้ ดูสิ ศิลาจารึกใหญ่ขนาดนี้ เหลือแค่ครึ่งเดียวแล้ว หากไม่ขุดอีก ครั้งหน้ามาอีกครั้งคงไม่เหลืออะไรแล้ว”
หวังจินหยางขี้เกียจจะสนใจเขา นายอยากจะพูดอะไรก็พูดเถอะ
————–
………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน