“ในที่สุดลูกชายซื่อบื้อของมัมก็พาหนูรินกลับมาจนได้”
หลังจากกอดหอมไอรินจนหนำใจ พิมพ์ดาวก็หันไปค่อนแคะลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ถ้าไม่ตรอมใจจนเข้าโรงพยาบาล ป่านนี้คนซื่อบื้อก็ยังคงซื่อบื้อต่อไป
พลชไม่ได้โกรธแม่แต่ก็หัวเราะไม่ออกเหมือนกัน แค่คิดว่าต้องเสียไอรินไปอีกครั้ง ก้อนเนื้อในอกซ้ายก็บีบรัดอย่างรุนแรง เหมือนว่ามันกำลังจะแตกสลาย
“อื้ออ ดีนคะ!” ไอรินตีแขนแกร่งที่จู่ ๆ ก็เข้ามาโอบรัดรอบเอว “ทำอะไรคะ คุณมัมกับคุณแด๊ดมองอยู่นะ”
“อยากกอด ผมกลัวว่ารินจะหายไป”
“รินจะหายไปได้ยังไงล่ะคะ”
“คงฝังใจน่ะสิ” พิมพ์ดาวเอ่ยเหมือนเข้าไปนั่งกลางใจของลูกชาย “อย่างงี้ล่ะน้า คนมันเคยพลาดมาก่อน คงกลัวว่าจะซ้ำรอยเดิมอีก”
“อะไรเหรอคะคุณมัม”
“ดีนกำลังกลัวว่าจะเสียรินไปอีกน่ะลูก”
ไอรินทั้งเข้าใจ และเห็นใจคนรัก เธอไม่รู้หรอกว่าสามเดือนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง แต่จากสภาพทรุดโทรมที่ได้เห็น และที่วิลล์กับไมค์เล่าให้ฟังว่าพลชถึงขั้นหมดสติ ต้องหามส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน เธอก็พอจะเดาได้ว่าเขาเองก็คงเจ็บปวดไม่ต่างกัน
ไม่มีใครมีความสุขกับการจากลาในครั้งนั้น ไม่แปลกเลยที่พลชจะจำฝังใจ เพราะแม้แต่ตัวเธอก็ยังหลงเหลือบาดแผลเล็ก ๆ ที่ไม่มีวันรักษาหายเอาไว้เหมือนกัน
อดีตมีไว้เพื่อเรียนรู้ ยิ่งเจ็บปวดเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องจำให้ขึ้นใจว่าไม่ควรปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก
ร่างบางหมุนตัวกลับไปหาชายหนุ่ม โอบประคองแก้มสากเอาไว้ในอุ้งมือนุ่มทั้งสองข้าง ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินที่สั่นไหว ดูเหมือนว่าแผลของพลชจะยังสมานกันได้ไม่สนิทดี เพราะถึงเธอจะอยู่ตรงนี้แล้ว แต่สำหรับคนที่ยังไม่หายดีแบบเขา คงต้องใช้เวลาเพื่อรักษามันอีกสักพัก
“รินไม่ไปไหนแล้วค่ะ ถ้าคุณไม่ไล่”
“ผมไม่มีทางไล่คุณไอริน ไม่มีทาง”
“งั้นก็รินก็จะไม่ไปไหนเหมือนกัน รินจะอยู่กับคุณตลอดไป ไม่ต้องกลัวแล้วนะคะ”
“ขอบคุณนะ”
เขาจับมือนุ่มมาจูบหอมอย่างรักใคร่
“ขอบคุณครับที่รัก”
ฟิลิปโปโอบไหล่ภรรยาบ้าง พลางคิดว่าลูกชายปากหวานได้เขาไม่มีผิด
.
.
หลังจากผ่านการพูดคุยอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดไอรินก็ได้กลับมาทำงานในตำแหน่งเลขาเหมือนเดิม มีเพื่อนร่วมงานทีมเดิม มีเจ้านายคนเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือโต๊ะทำงานของเลขาที่ควรจะตั้งอยู่หน้าห้องเจ้านาย ตอนนี้กลับหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่มาก่อน
“ดีนคะ! โต๊ะทำงานของริน.. เอ๊ะ!?”
ดวงตาของไอรินเบิกกว้าง ในที่สุดเธอก็ได้เจอโต๊ะทำงานของตัวเองที่กำลังตามหา แต่ทำไมมันมาตั้งตระหง่านอยู่ในห้องทำงานของเจ้าของบริษัทแบบนี้
ใครเอามันเข้ามา?
“ครับ?”
“โต๊ะทำงานของริน ทำไมมันมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะคะ”
“อ๋อ ผมลืมบอกไปเลย หลังจากนี้คุณย้ายเข้ามาทำงานในนี้นะริน”
“ทำไมล่ะคะ รินเป็นเลขา อยู่ข้างนอกก็ดีอยู่แล้ว”
“ไม่ดีหรอก ไม่ดีแน่ ๆ”
พลชลุกขึ้นยืน สาวเท้าไปเข้าไปใกล้ร่างบอบบางในชุดสูทสุภาพ ใบหน้าหล่อเหลาดูทุกข์ใจเหมือนว่าวันพรุ่งนี้โลกจะแตก
จุ๊บ
“อ๊ะ!”
ไอรินหน้าเหวอ มือบางรีบเลื่อนมาปิดปากที่ถูกขโมยจูบเอาไว้แน่น แต่ไม่ทันแล้ว..
“ตั้งใจทำงานนะที่รัก”
พอตักตวงจนพอใจ นักธุรกิจหนุ่มก็เดินล้วงกระเป๋ากลับไปที่เก้าอี้ตัวเก่ง แล้วนั่งทำงานต่อหน้าตาเฉย
แถมยังส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้เป็นระยะ จนไอรินทำอะไรไม่ถูก
“หึ้ย!”
หญิงสาวทำได้แค่ส่งเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ คนอะไรร้ายกาจ ฉวยโอกาส เจ้าเล่ห์
นิสัยไม่ดี
วันนี้ให้นอนนอกห้องดีไหมนะ
.
.
สถานการณ์ในตอนนี้นิยามได้คำเดียวว่า แคนทีนแตก
พนักงานเกือบร้อยชีวิตนั่งตัวเกร็งจนแทบเป็นตะคริว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ จะตักข้าวใส่ปากแต่ละคำก็แสนจะยากเย็น
ทุกคนในแคนทีนเป็นพนักงานกลุ่มที่โชคร้าย เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากนั่งเกร็งเป็นหุ่นยนต์จนกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ
ส่วนพนักงานที่มาใหม่ต่างพากันถอยหลังหนีเป็นทิวแถว บางคนที่กล้าหน่อยก็กลั้นใจเดินเข้าไปในแคนทีนเพื่อกินข้าวตามปกติ แต่ส่วนมากจะเลือกเดินตากแดดร้อน ๆ ไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านข้างนอกแทน ถึงจะเสียเงินและอร่อยไม่เท่าที่นี่ แต่น่าจะสบายใจกว่า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20