“ฝ่าบาท พระชายาจ้านอ๋องคงไม่ได้มีปัญหาที่ตรงนี้หรอกนะเพคะ”
ฉินจีชี้ไปที่หัวของตัวเอง
ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ “เอาล่ะ อย่าได้พูดเช่นนี้เลย”
ฮ่องเต้ไม่ได้เอาความกับคำพูดส่งเดชของฉินจี
อย่างไรเสีย การพูดตรงๆ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฉินจี ก็เหมือนหมิงเฟยอย่างนั้น
หากไม่ใช่เพราะชอบนิสัยเช่นนี้ของนาง ฮ่องเต้ก็คงไม่ลำเอียงชอบนางมากกว่า
ทว่า ฮ่องเต้เองก็รู้สึกว่าเซี่ยเชียนฮวันราวกับว่าสมองถูกกระทบกระเทือน กลับมาตั้งคำถามกับแมวอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่รู้ว่านางจะมาไม้ไหนอีก
“หากแมวตัวนั้นตอบคำถามของพระชายาจ้านอ๋องจริงๆ หม่อมฉันยอมรับโทษเพคะ” ฉินจีหัวเราะเยาะเย้ยเบาๆ
“เจ้าเป็นคนพูดเองนะ” เซี่ยเชียนฮวันนั่งปัดมืออยู่ที่พื้น “เอาล่ะ เป็นแมวที่สัตย์ซื่อหน่อยซิ”
“เหมียว เหมียว เหมียว?”
เจ้าแมวขาวเอียงหัวเล็กน้อย
เซียวเย่หลันเองก็ทนดูไม่ค่อยไหวแล้ว อยากจะลากตัวนางออกไป
ทันใดนั้น ขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าเซี่ยเชียนฮวันกำลังก่อเรื่องนั้น เจ้าแมวขาวกลับยื่นอุ้งมือออกมา!
มันทำเหมือนที่เซี่ยเชียนฮวันพูดจริงๆ ด้วย ข่วนไปที่หยกห้อยเอวที่อยู่ด้านขวา
ผู้คนต่างสีหน้าเปลี่ยนสี
“เป็นไปไม่ได้!” ฉินจีโพล่งออกมาทันที “พระชายาจ้านอ๋องต้องทำอะไรกับหยกห้อยเอวแน่ๆ ใช้วิธีอะไรสักอย่างดึงดูดให้แมวน้อยไปข่วนหยกห้อยเอวทางขวา!”
ฮ่องเต้เองก็ไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้ด้วย
ฮ่องเต้ขมวดพระขนงแน่น “ภรรยาเจ้าเจ็ด หากเจ้ากล้าเล่นตุกติกต่อหน้าข้า นั่นถือว่าเป็นความผิดฐานหลอกลวงเบื้องสูงเชียวนะ”
“ลูกไม่ได้เล่นตุกติกเพคะ แมวเป็นสัตว์ที่มีจิตวิญญาณ ขอเพียงทำต่อมันอย่างจริงใจ มันก็จะตอบแทนอย่างจริงใจเพคะ”
เซี่ยเชียนฮวันถือหยกห้อยเอวทั้งสองอันขึ้นมาแล้วมอบให้สองพี่น้องเซียวเย่หลันกับเซียวจ้าน จากนั้นก็หันกายแล้วเผชิญหน้ากับฮ่องเต้และฉินจี
นางยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า “หากเสด็จพ่อไม่เชื่อ ลองให้ฉินเจี๋ยอวี๋เตรียมของติดตัวมาอีกสองแบบ หม่อมฉันจะถามอีกรอบก็ได้เพคะ”
ฮ่องเต้เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“ฉินเอ๋อร์ เจ้าไปลองซิ”
ฉินจีจึงได้ดึงเอาปิ่นปักผมออก แล้วถอดต่างหูออก ตอนแรกอยากจะวางไว้ต่อหน้าเจ้าแมวขาว แต่พอคิดๆ ดูอีกที เอาไปวางไว้บนโต๊ะเลยแล้วกัน
ฮ่องเต้ตรัสขึ้นอย่างแปลกพระทัย “เจ้าแมวนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ หรือว่า มันจะฟังคำพูดมนุษย์รู้เรื่องจริงๆ?”
เขายื่นมือออก แล้วส่งเสียงจุ๊ๆๆ กับแมว
แต่แล้ว เจ้าแมวขาวกลับยืดตัวบิดขี้เกียจอย่างโอหัง ไม่ได้สนใจมนุษย์ลุงแปลกๆ ที่อยู่ตรงหน้า
ฉินจียยังไม่ตายใจ “ฝ่าบาท ต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ เพคะ”
“จะให้ลองอีกกี่ครั้งก็ได้ ของใช้ติดตัวให้ใครไปเตรียมก็ได้ หม่อมฉันจะไม่ไปแตะต้องเลยสักนิด”
เซี่ยเชียนฮวันมั่นอกมั่นใจ
เพราะนางรู้ดีว่า ไม่ว่าจะลองอีกกี่ครั้งผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนเดิม
ฮ่องเต้ทรงเงียบ ยกพระหัตถ์ขึ้นเรียกเหอกงกง ให้เขายืนต่อหน้าแมวแล้วยื่นสองมือออก ใช้มือซ้ายกับมือขวาทดสอบอีกรอบ
แมวในคดีเริ่มจะหมดความอดทนแล้ว
ทว่า ท้ายที่สุดก็ยอมให้ความร่วมมือโดยดีเป็นครั้งสุดท้าย
ดีที่ว่าฉินจีนั้นละอายใจเป็นอย่างมาก ลนลานจนคุกเข่าลงทันที ยอมเปิดเผยว่า “ฝ่าบาท เป็นเพราะหม่อมฉันโกรธเพียงชั่วขณะ ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายเชื้อพระวงศ์นะเพคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หลังหย่า ราชาสงครามอ้อนขอข้าคืนดี
นิยายคุณภาพต่ำ ผู้เขียนปัญญาน้อยไม่ลึกซึ้ง แนะนำอย่าเสียเวลาอ่าน...
นิยายคุณภาพต่ำ ผู้เขียนปัญญาน้อยไม่ลึกซึ้ง แนะนำอย่าเสียเวลาอ่าน...
นิยายคุณภาพต่ำ ผู้เขียนปัญญาน้อยไม่ลึกซึ้ง แนะนำอย่าเสียเวลาอ่าน...
มาอัพเพิ่มไวๆๆนะคะ...
มาอัพต่อเร็วๆนะคะ...
นางออกควายไงคะ ไม่รู้อะไรซักอย่างตั้งท้อง อยู่ไปวันๆ...
นางเอกหน้าโง่ วันๆไม่ทำเห้ ไร รักษาแต่คน ไม่เคยคิดจะสู้กลับ ไร้น้ำยา...
ทำไมหายอีกแล้ว มาอัพต่อค่ะ...
ดีใจกลับมาอัพต่อแล้ว ขอบคุณแอดมินค่ะ...
รออ่านอย่าใจจดจ่อ อัพต่อพลีสสส...