เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1229

ตอนที่ 1229 กฎของที่ศูนย์ในตำนาน

ผู้อ่านพูดถึงหลุมที่ว่า แน่นอนว่าหมายถึงชิ้นส่วนสุดท้ายของจิ๊กซอว์ในนิยายชุดแดนนิทาน นั่นคือเรื่อง ‘เจ้าชายน้อย’

หลินเยวียนแน่นอนว่าต้องกลับมาถมหลุมนี้ ทว่าไม่ใช่ตอนนี้ อย่างน้อยต้องรอให้คว้าชัยชนะสิบครั้งติดต่อกันในหมวดวิทยาศาสตร์เสียก่อนก่อน

ขณะที่คิดเช่นนั้น

หลินเยวียนก็ได้รับโทรศัพท์จากซย่าฝานขึ้นมา

“เพิ่งได้รับข่าว บริษัทอนุมัติสร้างผีชีวะภาคสองแล้ว”

“อืม”

“งั้นฉันขอไปโฟกัสกับการถ่ายหนังให้สบายใจก่อน เรื่องทำอัลบั้มของฉันไม่ต้องรีบก็ได้ หรือไม่ก็ไปทำให้คนอื่นในราชวงศ์ปลาก่อนก็ได้”

รู้จักก้าวถอยตามสถานการณ์ เข้าใจทั้งได้และเสีย

ซย่าฝานเลือกเดินเส้นทางนักร้อง นักแสดงควบคู่กัน และเมื่อบริษัทสร้างผีชีวะภาคสองโดยที่เธอยังคงเป็นนางเอกหลัก ผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือเธอเอง ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจสละสิทธิ์การทำอัลบั้มก่อนใคร

“ได้”

หลินเยวียนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็รับปาก ก่อนจะโยนเรื่องนี้ทิ้งไปจากใจในไม่ช้า

การประชันวรรณกรรมยังเหลือคู่ต่อสู้อีกสามคน

ตอนนี้จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด

ส่วนเรื่องว่าจะใช้ผลงานอะไรรับมือคู่ต่อสู้คนต่อไป หลินเยวียนก็คิดเอาไว้อย่างรอบคอบแล้ว

เขาจะเขียนนิยายชุดจักรวรรดิกาแลกติกต่อ!

นิยายชุดจักรวรรดิกาแลกติกคือมหากาพย์ไซไฟที่แท้จริง

เล่าประวัติศาสตร์ยาวนานนับหมื่นปีของจักรวาล โดยแบ่งพัฒนาการของเรื่องราวออกเป็นหลายช่วงสำคัญ ได้แก่

หนึ่ง ยุคบลูสตาร์

สอง ยุคอวกาศ

สาม ยุคก่อตั้งจักรวรรดิกาแลกติก

สี่ ยุคล่มสลายของจักรวรรดิกาแลกติก

ห้า บทสรุปและก้าวสู่อนาคต

ปัจจุบัน บทเปิดจักรวรรดิกาแลกติก เรื่องข้าคือหุ่นยนต์เพิ่งเล่าไปถึงช่วงยุคบลูสตาร์จนถึงต้นยุคอวกาศ ในช่วงนี้เทคโนโลยีของบลูสตาร์พัฒนาอย่างรวดเร็ว มนุษย์สร้างหุ่นยนต์เพื่อพัฒนาอวกาศ และตลอดทั้งช่วงนี้ได้พัฒนาไปแล้วบนดวงดาวถึง 50 ดวงแล้ว

ต่อจากนี้ หลินเยวียนจะเขียนถึงยุคอวกาศแม้จะยังมีเส้นเรื่องเล็กน้อยที่เชื่อมกับยุคบลูสตาร์ แต่แกนหลักจะเป็นอวกาศโดยตรง เมื่อดวงดาวทั้ง 50 ดวงที่ถูกพัฒนานั้นเจริญเติบโตขึ้น พวกเขาก็ค่อยๆ ไม่พอใจกับท่าทีของบลูสตาร์ที่ทำตัวเหนือกว่า และเริ่มรวมตัวกันโดดเดี่ยวบลูสตาร์ ปิดกั้นไม่ให้บลูสตาร์ขยายตัวสู่ห้วงอวกาศอีกต่อไป

ในเวลาเดียวกัน

ประชากรจำนวนมหาศาลและสภาพแวดล้อมของบลูสตาร์ที่เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ทำให้บลูสตาร์ต้องก้าวเข้าสู่รูปแบบการดำรงชีวิตอีกแบบหนึ่ง นั่นคือ

นครใต้ดินขนาดมหึมา

นครโลหะ นครสุริยะ นครอรุณรุ่ง และนครหุ่นยนต์ Robots and Empire

นิยายทั้งสี่เล่มนี้ยังคงมีหุ่นยนต์เป็นตัวเอก

กฎเหล็กสามข้อ และตรรกะการทำงานของหุ่นยนต์ถูกอธิบายอย่างลึกซึ้งภายในเล่มเหล่านี้

สิ่งสำคัญที่สุดคือ

กฎข้อที่ศูนย์ของหุ่นยนต์ที่เป็นตำนาน ก็ถูกเสนอขึ้นในช่วงนี้เอง

และการปรากฏตัวของกฎข้อที่ศูนย์ ก็นับได้ว่าเป็นการล้มล้างกฎเหล็กสามข้อโดยสมบูรณ์ในอีกแง่มุมหนึ่ง

เมื่อพิจารณาว่าโครงเรื่องค่อนข้างกระจัดกระจาย หลินเยวียนจึงวางแผนที่จะนำเรื่องราวทั้งสี่เล่มมาร้อยรวมกันแล้วเผยแพร่เป็นชุดเดียว

เพราะอย่างไรแล้ว ทั้งหมดรวมกันก็เพียงราวๆ หกแสนตัวอักษรเท่านั้น

นี่ก็เพื่อให้ผู้อ่านสามารถติดตามได้อย่างลื่นไหลยิ่งขึ้น

อย่างไรเสีย สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดยามที่อ่านจักรวรรดิกาแลกติกก็คือการจัดเรียงและสรุปเส้นเวลา

แต่โชคดีที่ครั้งนี้ระบบได้ช่วยไว้ด้วยความใส่ใจ

เส้นเวลาแห่งจักรวรรดิกาแลกติกได้ถูกจัดเรียงไว้เรียบร้อยแล้ว

หลินเยวียนเพียงแค่ต้องนำเรื่องราวที่ระบบจัดเรียงไว้เรียบร้อยแล้วมาเขียนออกมาเท่านั้น

เมื่อความคิดถูกกำหนดชัดเจน

หลินเยวียนจึงเริ่มลงมือเขียนอย่างเป็นทางการ

และในขณะที่หลินเยวียนเริ่มเขียน ‘กฎข้อที่ศูนย์ของหุ่นยนต์’ อย่างจริงจังนั้นเอง

คลังหนังสือซิลเวอร์บลูก็ได้ทำการจัดเรียงเก้าตอนของ ข้าคือหุ่นยนต์ในชื่อชุดจักรวรรดิกาแลกติกเพื่อนำออกตีพิมพ์

สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ

แม้ว่าในบล็อกจะสามารถอ่านเรื่องราวทั้งเก้าตอนได้ฟรี แต่ผู้อ่านบนบลูสตาร์กลับดูเหมือนจะมีความหลงใหลในหนังสือเล่มจริงอย่างอธิบายไม่ได้ ส่งผลให้ยอดขายฉบับพิมพ์ออกมาน่าพอใจเกินคาด

นอกจากนี้

ด้วยกระแสการอ่านที่ถูกจุดติดจากข้าคือหุ่นยนต์

ยอดผู้ใช้งานบล็อกก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะทัดเทียมกับจี๋เค่อปู้ลั่วได้แล้ว!

เมื่อข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป แต่ละฝ่ายก็ถึงกับตะลึงกันถ้วนหน้า!

แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะกฎเหล็กสามข้อของหุ่นยนต์นั้นน่าตกตะลึงเกินไปหรืออย่างไร

ในวันเวลาต่อมา

คู่ต่อสู้ที่เหลืออยู่อีกสามคนของหลินเยวียนกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

นั่นทำให้การเขียนของหลินเยวียนเป็นไปอย่างสบายๆ ไม่จำเป็นต้องฝืนใช้ยาเพิ่มพลังเพื่อเร่งต้นฉบับ

มีเวลาว่างพอที่จะเดินเล่นที่กองถ่ายเสียด้วย

ตอนนี้ผีชีวะสองได้รับการอนุมัติและเริ่มถ่ายทำแล้ว

และผู้กำกับที่หลินเยวียนวางตัวไว้ก็คือเพื่อนเก่าอย่างอี้เฉิงกง

ต้องยอมรับเลยว่า

ตอนนี้อี้เฉิงกงมีฝีมือที่รอบด้านมากขึ้นเรื่อยๆ หลินเยวียนจึงรู้สึกวางใจเต็มที่ที่จะมอบหมายภาพยนตร์ให้เขาดูแล

ก่อนหน้านี้ตอนถ่ายทำเรื่องคนเล็กหมัดเทวดาอี้เฉิงกงก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว

ส่วนซย่าฝานที่รับบทนางเอก ในครั้งนี้ก็โชว์ผลงานได้ไม่ธรรมดา

โดยเฉพาะในฉากบู๊

ดูเหมือนว่าเธอจะแสดงออกมาได้อย่างคล่องแคล่วและเฉียบคมกว่าภาคแรกของผีชีวะเสียอีก

หลินเยวียนถึงกับคิดเล่นๆ ขึ้นมา

หรือว่าคราวหน้าจะลองถ่ายมาร์เวลดูสักเรื่องดี?

หลินเยวียนอดคิดไม่ได้

ที่เกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมา ก็เพราะฉากบู๊ของซย่าฝานนั้นช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน

ทั้งรูปร่างที่ดึงดูดสายตา ท่าทางการต่อสู้ที่เฉียบคม และแววตาที่คมกริบดุดัน จนทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของเธอเปี่ยมไปด้วยความสง่างามทรงพลัง ดูแล้วเหมาะกับการรับบทนักสู้หญิงอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะถ้าให้นึกถึงตัวละครหญิงยอดนิยมในจักรวาลมาร์เวล

แบล็กวิโดว์!

ประจวบเหมาะกับที่ก่อนหน้านี้หลินเยวียนเคยกำกับภาพยนตร์จากมาร์เวลมาแล้ว อย่างเรื่องสไปเดอร์แมน

และนักแสดงที่รับบทสไปเดอร์แมนก็คือเจี่ยนอี้ เพื่อนซี้ของเขาเอง…

“เอาไว้จดไว้ก่อนก็แล้วกัน”

เพราะภาพยนตร์ที่อยากถ่ายทำในอนาคตนั้นมีมากมายเหลือเกิน หลินเยวียนจึงตั้งใจเก็บภาพยนตร์ของมาร์เวลไว้เป็นหนึ่งในโปรเจกต์สำรองก่อน

……………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน