ตอนที่ 1218-3 อาชีพที่เรียกว่าครู (3)
ยังคงเป็นบรรยากาศในห้องเรียนชนบท
ครูบ้านนอกคนนี้ร้อนใจ อยากรีบถ่ายทอดความรู้ให้เด็กๆ ให้ได้มากที่สุดภายในเวลาที่เหลืออยู่
กฎข้อที่หนึ่ง
กฎข้อที่สอง
กฎข้อที่สาม
เขาประหลาดใจที่สมองของตนยังคงแจ่มชัด ความคิดเฉียบคม และเสียงก็เหมือนกลับมามีพลังขึ้นอีกครั้ง
“ความเร่งของวัตถุแปรผันตรงกับแรงที่มากระทำ และแปรผกผันกับมวลของมัน ความเร่งคืออัตราการเปลี่ยนแปลงของความเร็วตามเวลา ซึ่งไม่เหมือนกับความเร็ว ความเร็วมากไม่ได้แปลว่าความเร่งมาก และความเร่งมากก็ไม่ได้หมายความว่าความเร็วมากเสมอไป…”
นี่คือแสงสุดท้ายก่อนดับสิ้น
เขารู้ว่าชีวิตของตนได้เผาไหม้มาถึงปลายทางแล้ว ไส้เทียนล้มลง ดึงให้เศษขี้ผึ้งสุดท้ายลุกโชนขึ้น เปลวไฟสว่างกว่าที่เคยสิบเท่า เผาไหม้อย่างรุนแรง
ความเจ็บปวดหายไป
ร่างกายไม่รู้สึกหนักอึ้งอีกต่อไป
อันที่จริง เขาแทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของร่างกายแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงสมองที่กำลังทำงานอย่างบ้าคลั่ง ห้วงสำนึกที่แขวนลอยอยู่ในอากาศนั้นพยายามสุดแรงเกิด กอบโกยเวลาเพื่อถ่ายทอดความรู้ที่สั่งสมมาทั้งชีวิตให้เด็กๆ รอบตัวให้มากที่สุดและเร็วที่สุด แต่การพูดนี่สิ มันคือขวดคอแคบที่น่าสมเพช เขารู้ดีว่าคงไม่ทันแล้ว
เด็กๆ พากันร้องไห้ระงม
พวกเขาอ้อนวอนขอให้ครูหยุดพูดเสียที
แต่เขากลับถามด้วยความร้อนรนว่า “พวกเธอฟังเข้าใจหรือยัง?”
ความจริงแล้วดวงตาของเขามองไม่เห็นเด็กๆ รอบข้างอีกแล้ว แต่หูยังพอได้ยินเสียง
“พวกเรารู้แล้วครับ/ค่ะ! ครูพักเถอะ!”
เขารู้ว่าพวกเด็กยังไม่เข้าใจ แต่ไฟชีวิตกำลังริบหรี่ลง เขาเอ่ยอย่างอ่อนแรงว่า “ครูรู้ว่าพวกเธอยังไม่เข้าใจ แต่จงท่องจำเอาไว้ วันหนึ่งพวกเธอจะเข้าใจเอง วัตถุหนึ่งมีความเร่งแปรผันตรงกับแรงที่มากระทำ และแปรผกผันกับมวลของมัน…”
“ครูครับ/คะ พวกเรารู้แล้ว ขอร้องละ พักเถอะ!”
เขารวบรวมเรี่ยวแรงสุดท้าย ตะโกนออกมาว่า
“ท่องสิ!!”
เด็กๆ สะอื้นพลางท่องตามเสียงสั่นเครือว่า
“วัตถุหนึ่งมีความเร่งแปรผันตรงกับแรงที่มากระทำ และแปรผกผันกับมวลของมัน วัตถุหนึ่งมีความเร่งแปรผันตรงกับแรงที่มากระทำ และแปรผกผันกับมวลของมัน…”
แล้วเปลวเทียนก็ดับลง
เด็กๆ โผเข้าล้อมร่างไร้วิญญาณของครูผู้ล้มลง ร้องไห้สะอึกสะอื้นไปทั่วห้อง
จันอวิ๋นเองก็ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใด
แต่รู้สึกคล้ายกับว่าบางสิ่งในใจพังทลายลงมาในชั่วพริบตา
…
ในจักรวาล
พันธมิตรคาร์บอนเบสกำลังทำการตรวจสอบระดับอารยธรรมของดาวเคราะห์ในเขตกันชนแบบสุ่มตัวอย่าง
เมื่อถึงคิวของบลูสตาร์
สิ่งมีชีวิตต่างดาวกลับเลือกแบบจำลองทางจิตวิญญาณของนักเรียนในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้น ลูกศิษย์ของครูหลี่เป่าคู่
นี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เพราะในเขตกันชนที่พันธมิตรคาร์บอนเบสจะทำลาย มีดาวฤกษ์นับร้อยล้านดวง ในจำนวนนี้คาดว่าจะมีอย่างน้อยสิบล้านระบบดาวเคราะห์ รวมดาวเคราะห์ทั้งหมดอาจมากถึงห้าสิบล้านดวง
พันธมิตรคาร์บอนเบสเร่งรีบเกินไป
ด้วยเหตุนี้เอง พันธมิตรคาร์บอนเบสจึงทำได้เพียงขยายลำแสงตรวจสอบให้กว้างขึ้นมากที่สุด เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่สุ่มตรวจได้กว้างขึ้น
นอกเหนือจากนั้น ก็ทำได้เพียงภาวนาให้สิ่งมีชีวิตที่อาจมีอารยธรรมในเขตกันชนกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอบนพื้นผิวดาวของตน
ขณะนั้นเอง
บรรดาศิษย์ของหลี่เป่าคู่ มีอยู่หลายคนที่แบบจำลองทางจิตวิญญาณลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า เผชิญหน้ากับการทดสอบอารยธรรมที่มาจากพันธมิตรคาร์บอนเบส
เมื่ออ่านถึงตรงนี้
จันอวิ๋นถึงกับตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เพราะเขาเริ่มเดาได้ลางๆ ถึงเจตนาของฉู่ขวงแล้ว!
คำถามข้อแรก
ข้อที่สอง
ข้อที่สาม
ข้อที่สี่
พันธมิตรคาร์บอนเบสเริ่มทำการทดสอบ ทว่าผู้ตรวจสอบถามคำถามไปหลายข้อ เด็กๆ กลับเงียบงันไร้คำตอบ
ถึงอย่างไร พวกเขาเป็นเพียงนักเรียนจากชนบท
ด้วยขอบเขตความรู้ที่จำกัด หลายสิ่งหลายอย่างพวกเขายังไม่ทันได้เรียนรู้ ขณะที่ครูหลี่เป่าคู่ก็ได้จากไปแล้ว
ผู้บริหารระดับสูงของพันธมิตรคาร์บอนเบสเริ่มหมดความอดทน
สิ่งมีชีวิตที่ยังอ่อนด้อยเกินไป ถึงจะมีสติปัญญา แต่ก็ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นของอารยธรรม
พวกเขาถอนหายใจยาว
แล้วมีคำสั่งให้ยิงระเบิดเอกฐานลงไปยังโลก
ระเบิดเอกฐานถูกยิงออกไปแล้ว แต่ทว่า สมาชิกสภาคนหนึ่งกลับเกิดความเวทนาในใจ
“ลองให้พวกเขาอีกสักโอกาสเถอะ”
เขายืนยันหนักแน่น เพราะชีวิตทั้งดาวนั้นมีค่ามหาศาล
สามกฎใหญ่แห่งบลูสตาร์!
สามคำตอบที่สมบูรณ์แบบ!
ครูชนบทหลี่เป่าคู่ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต ได้ฝืนสอนเด็กๆ ให้ท่องจำสามกฎนี้ให้ได้
และเด็กๆ ทั้งหกคนตรงหน้า ใช้กฎสามข้อที่เพิ่งจำขึ้นใจนั้น ช่วยกอบกู้บลูสตาร์เอาไว้!
การเล่าเรื่องสองเส้น!
สองเส้นทางที่ดูไม่เกี่ยวข้องกัน สุดท้ายกลับมาบรรจบกันอย่างสมบูรณ์แบบ!
แสงเจิดจ้าที่ระเบิดขึ้นในตอนจบนั้น ได้เขย่าหัวใจของจันอวิ๋นจนสั่นสะเทือน!
นี่คือความหมายที่แปลกประหลาดที่สุด เหนือความคาดหมายที่สุด ที่เขาเคยได้สัมผัสในประวัติศาสตร์นิยายวิทยาศาสตร์ของบลูสตาร์!
กาแฟตรงหน้าเย็นชืดไปเสียแล้ว แต่หยดน้ำตาของจันอวิ๋นยังคงร้อนผ่าว…
…
ระเบิดซิงกูลาริตี (Singularity Bomb) ถูกเบี่ยงทิศออกไปจากเป้าหมาย บลูสตาร์จึงรอดพ้นจากหายนะโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้
“ไม่น่าเชื่อเลย ที่ดินแดนกันดารเช่นนี้ ยังมีอารยธรรมระดับสามซีอยู่จริง”
“ทั้งพันธมิตรคาร์บอนเบสและจักรวรรดิซิลิคอนเบสต่างไม่เคยขยายอารยธรรมมาถึงพื้นที่นี้มาก่อน แต่พวกเขากลับสร้างอารยธรรมขึ้นได้ด้วยกำลังของตนเอง น่าอัศจรรย์จริงๆ ”
“ท่านครับ”
“ผมตรวจสอบสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนั้นแล้ว ไม่พบว่าพวกเขามียีนที่ถ่ายทอดความทรงจำได้”
“ว่าไงนะ!?”
“ความทรงจำทั้งหมดเป็นสิ่งที่ได้มาภายหลังทั้งสิ้น!? งั้นวิธีการสื่อสารของพวกเขาคืออะไร?”
“เป็นเพียงเสียงที่ดิบและดั้งเดิมที่สุด”
“เป็นไปไม่ได้ เมื่อครู่ผมตรวจพบว่าดาวดวงนั้นไม่ใช่แค่สามซี พวกเขาไปถึงระดับห้าบีแล้ว ยิ่งกว่านั้น ดาวดวงนี้ไม่เคยได้รับการแทรกแซงจากภายนอกเลย!”
“วิวัฒนาการขึ้นเองอย่างนั้นหรือ?”
“แล้วพวกเขาส่งต่อความรู้และอารยธรรมกันได้อย่างไร?”
“ผมเองก็แทบไม่เชื่อ แต่ตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนไม่อาจปฏิเสธได้ พวกเขามีสิ่งมีชีวิตพิเศษอยู่หนึ่งประเภท ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้และข้อมูลจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง”
“ฟังดูราวกับตำนานเสียจริง”
“ไม่”
“ในอารยธรรมโบราณ เคยมีอาชีพหนึ่งเช่นนี้จริงๆ มันมีชื่อเรียกว่า…”
“ครู”
………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...