เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1215

ตอนที่ 1215 ผมจะสู้แบบหนึ่งต่อสิบ

ณ เวลานั้นเอง

ข่าวที่ฉู่ขวงตอบรับคำท้าประชันวรรณกรรมของตวนอู่หมิง แพร่กระจายไปทั่วบล็อก ก่อนจะถูกแชร์ต่อไปยังทุกแพลตฟอร์ม!

เหยียนซู!

เทอร์ทวิต!

จี๋เค่อปู้ลั่ว!

ทุกแพลตฟอร์มล้วนถกเถียงกันอย่างดุเดือด!

“เจ้าแก่ฉู่ขวงนี่กลับใจแล้วหรือไง คราวนี้ถึงยอมรับคำท้าได้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นหัวการประชันวรรณกรรมสักนิด?”

“ประเด็นไม่ใช่เรื่องประชันวรรณกรรมหรอก แต่คือ ฉู่ขวงกำลังจะออกนิยายใหม่แล้วต่างหาก!”

“เพิ่งปีใหม่ผ่านไป นี่เขาจะมีผลงานใหม่ออกมาแล้วเหรอ แบบนี้ปรมาจารย์หลู่กับสวีผิงไม่ต้องร้องไห้ในห้องน้ำกันเลยหรือไง?”

“ไม่ต้องพูดอะไรมาก ขอเชียร์ตวนอู่หมิงไว้ก่อน!”

“ตวนอู่หมิงน่ะเป็นนักเขียนไซไฟระดับท็อปของฉีโจว ฝีมือไม่ธรรมดา รอบนี้มีลุ้นโค่นเจ้าแก่ฉู่ขวงได้!”

“จริง”

“ถึงเจ้าแก่ฉู่ขวงจะเขียนนิยายไซไฟได้ดี แต่ถ้าเทียบกับแนวอื่นๆ แล้วละก็ แนวนี้ถือเป็นจุดอ่อนที่สุดของเขาแล้วตอนนี้!”

“ตวนอู่หมิงคงดีใจจนกระโดดตัวลอยแน่ๆ!”

“ฮ่าๆๆๆ คราวนี้นักเขียนคนอื่นคงอิจฉาตาร้อนตายเลย โดยเฉพาะพวกนักเขียนไซไฟที่ใฝ่ฝันอยากโค่นเจ้าแก่ฉู่ขวง!”

“ว่าแต่เจ้าแก่เคยประชันวรรณกรรมกับใครมาก่อนบ้างไหม?”

“เรื่องนี้นักเขียนแนวสืบสวนท่านเหลิ่งกวงเคยพูดเอาไว้”

“ไม่เคย”

“แต่ประเด็นนี้ชาวเยี่ยนโจวน่าจะมีสิทธิ์พูดมากที่สุด”

“แนะนำให้ไปศึกษาประวัติของฉู่ขวงดูดีๆ แล้วจะรู้ว่าไเจ้าแก่นี่เริ่มกลายเป็นราชานิทานของบลูสตาร์ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“งั้นเดี๋ยวไปค้นเลย!”

“หรือว่าจะมีเรื่องใหญ่เก่าที่เมาท์สนุกแบบอุบัติการณ์อิ่งจืออีกครั้ง?”

อีกด้านหนึ่ง

ในแวดวงนักเขียน

“ฉู่ขวงจะไปประชันวรรณกรรมกับตวนอู่หมิง?”

“ทำไมต้องเป็นตวนอู่หมิงด้วยวะ ผมนี่ตามท้าประชันเขามาสองปีแล้วนะ!”

“สองปีเองหรือ?”

“มีนักเขียนดังหลายคน ที่ปักหมุดประกาศท้าประชันวรรณกรรมกับเจ้าแก่ฉู่ขวงไปบนโซเชียลมาหลายปี รอให้เขาเปิดไพ่อยู่เนี่ย!”

“รอบนี้ตวนอู่หมิงได้กำไรอย่างคุ้ม!”

“ไม่ต้องพูดถึงว่าจะชนะหรือแพ้ ถึงแพ้ก็เถอะ แค่ตอนนี้ชื่อเสียงก็พุ่งกระฉูดแล้วละ ถ้าไม่มีฉู่ขวงช่วยส่งให้รู้จักจริงๆ ก็มีแต่ชาวฉีโจวเท่านั้นแหละที่รู้จักเขา คนทวีปอื่นไม่ค่อยมีใครรู้หรอก”

“โคตรอิจฉาเลยว่ะ!”

“วอนขอให้เจ้าแก่ช่วยเลือกผมสักครั้งเถอะ!”

“เวรเอ๊ย!”

“ฝันนายอาจเป็นจริงแล้วก็ได้!”

“หมายความว่ายังไง?”

“ลองไปดูบล็อกของเจ้าแก่ฉู่ขวงสิ ไม่รู้เป็นอะไร จู่ๆ หมอนั่นก็เหมือนคนคลุ้มคลั่งเลยว่ะ!”

โพสต์ใหม่!?

เหล่านักเขียนจากทุกทวีปใจกระตุกวาบ รีบกรูกันเข้าไปเปิดดูบล็อกของฉู่ขวง

ส่วนบางคนที่ไม่เคยใช้บล็อกมาก่อน ถึงขั้นรีบดาวน์โหลดแอปมาใช้กันเดี๋ยวนั้น

แล้วต่อจากนั้น

ทุกคนถึงกับตะลึงจนสะดุ้งโหยง เจ้าแก่ฉู่ขวงนี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ!

โพสต์ใหม่ของฉู่ขวงคือ

‘รวมถึงอาจารย์ตวนอู่หมิง ผมจะเลือกนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จากทั้งแปดทวีปของบลูสตาร์ อย่างน้อยทวีปละหนึ่งคน มาประชันวรรณกรรมกับข้า ยินดีต้อนรับทุกคนที่มาท้าผมในบล็อก ผมจะสู้แบบหนึ่งต่อสิบ!’

ทันทีที่โพสต์ออกมา!

พื้นที่แสดงความคิดเห็นร้องแรงจนแทบลุกเป็นไฟ!

“นี่เจ้าแก่บ้าไปแล้วหรือฉันบ้าไปเองกันแน่เนี่ย ต้องมีอะไรที่ผิดเพี้ยนไป บนบลูสตาร์นี้มีตรงไหนผิดเพี้ยนไป ทำไมเขากล้าประกาศแบบนี้!?”

“มีเรื่องอะไรงที่เขาไม่กล้าบ้าล่ะ!?”

“พวกชาวหานโจว จ้าวโจว เว่ยโจว แล้วก็มาจากจงโจว อาจจะไม่รู้รายละเอียด แต่เมื่อก่อนเจ้าแก่ฉู่ขวงเคยเล่นใหญ่ในการประชันนิทานแบบหนึ่งต่อก้ามาก่อนนะ ตอนนั้นเขาลุยเดี่ยว ซัดจนทั้งวงการนิทานของเยี่ยนโจวพังยับ!”

“จริง!”

“ผมยังจำได้ ตอนหนึ่งต่อเก้านั่นแหละ ที่ฉู่ขวงเขียนแดนนิทาน หลังจากนั้นถึงได้ถูกเรียกว่าราชานิทานแห่งบลูสตาร์!”

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”

“จริงด้วย ผมเพิ่งไปหามาเมื่อกี้เอง!”

“ประชันนิยายแบบหนึ่งต่อเก้านั่นยังไม่พออีกหรือ!?”

“บอกว่าจะสู้ทีเดียวสิบคน?”

“ที่แท้ก่อนหน้านี้ยังเคยสู้แบบหนึ่งต่อเก้ามาแล้ว แถมยังชนะอีกต่างหาก?”

“นี่พวกคุณลืมอะไรไปหรือเปล่า?”

“วีรกรรมของเจ้าแก่ฉู่ขวงน่ะ ไม่ใช่มีแค่นิทานที่สู้แบบหนึ่งต่อเก้าอย่างเดียว เขายังเคยปล่อยเรื่องสั้นสะเทือนวงการติดๆ กันแปดเรื่อง เรียกได้ว่าแปดสังหารระดับเทพ!”

“สั*เอ๊ย!”

“จากแปดสังหารระดับเทพ ไปเป็นหนึ่งต่อเก้า คราวนี้หนึ่งต่อสิบ?”

“แบบนี้คือไม่เห็นนักเขียนไซไฟทั้งบลูสตาร์อยู่ในสายตาเลยหรือไง ”

“ถ้าเป็นผมเป็นนักเขียนไซไฟนะ รอบนี้ผมต้องหัวร้อนแน่! หมอนั่นเก่งตอนที่ประชันวรรณกรรมในหมวดนิทานหนึ่งต่อเก้าแล้วไง แต่นี่มันไซไฟ ไม่ใช่นิทานโว้ย!”

“ยังต้องพูดอีกเรอะ?”

“นักเขียนไซไฟหลายคนหัวร้อนกันแล้ว หมอนี่ดูถูกกันเกินไปแล้ว ไม่มีเห็นหัวใครเลยจริงๆ !”

จริงดังคาดตามที่ชาวเน็ตพูดกัน

เหล่านักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์นับไม่ถ้วนทั่วทั้งบลูสตาร์ ตาแดงเถือกกันถ้วนหน้า!

ท้าทายสินะ!

นี่มันคือการท้าทาย!

ให้ตายเถอะฉู่ขวง!

คุณคิดว่าตัวเองกำลังดูถูกใครอยู่ฮะ!?

พวกเราไม่ใช่วงการนิทานเยี่ยนโจวของคุณหรอกนะ!

ไม่ว่าคุณจะเคยใช้นิทานโค่นนักเขียนมากี่คนก็ตาม อย่างน้อยในสนามนิยายวิทยาศาสตร์ คุณก็ยังไม่มีสิทธิ์มาคุยโวขนาดนี้!

นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์นับไม่ถ้วนอารมณ์เดือดพล่าน!

และเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว!

บนบล็อก

มีนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์นับไม่ถ้วนพากันแท็กหาฉู่ขวง บางคนรีทวีตเชิงท้าทาย บางคนถึงขั้นใช้บัญชีหลักตนเองลงไปประสมโรงในพื้นที่แสดงความคิดเห็นด้วย

“เลือกฉันสิ!”

“ผมจะสู้กับคุณ!”

“ไม่ต้องสิบคนหรอก!”

“ผมคนเดียวก็พอ!”

“ถ้าคุณมีน้ำยาก็เลือกฉันสิ!”

“คิดว่าฉันจะกลัวเรอะ?”

“มาเลยๆๆๆๆๆๆๆ !”

“เพื่อจะได้ประชันวรรณกรรมกับคุณ ผมปักหมุดโพสต์ไว้มาสองปีเต็ม คราวนี้ก็หวังว่าคุณจะโปรดชี้แนะ ผมอาจสู้ด้านอื่นไม่ได้ แต่เรื่องไซไฟ ผมไม่กลัวคุณหรอก!”

“โอหังสิ้นดี!”

“ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาเลย!”

นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์หลายคนรู้สึกเดือดดาล ท่าทีของฉู่ขวงมันช่างน่าโมโหเกินไปจริงๆ ไม่แปลกเลยว่าทำไมผู้อ่านถึงจงเกลียดจงชังเขาหนักขนาดนั้น!

และนี่แค่ฝั่งนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่มีบัญชีอยู่บนบล็อกเท่านั้น

นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์หลายคน แต่เดิมไม่เคยเล่นบล็อก!

เมื่อเห็นโพสต์ล่าสุดของฉู่ขวง ต่อให้ไม่เล่น ก็ต้องรีบเล่น! ไม่อย่างนั้นคำท้าของพวกเขาจะไม่ถูกฉู่ขวงพบเห็น!

สมัคร!

หลินเยวียนงุนงง

“อาจินบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าที่บอกว่าหนังสือเล่มใหม่ต้องมีลูกเล่นสักหน่อย?”

คำตอบนั้นทำเอาจินมู่แทบสำลักตาย “ผมหมายถึง ลูกเล่นในเนื้อเรื่อง อย่างเช่นหนังสือเล่มใหม่ของคุณจะเน้นดราม่าความรักอะไรแบบนั้น หรือไม่ก็หาอะไรที่เป็นจุดขายที่เด่นที่สุด ไม่ใช่ให้คุณไป ท้าทายกับทั้งวงการไซไฟของบลูสตาร์คนเดียวแบบนี้!”

“ผมไม่ได้ไปท้าทายใคร

“สู้แบบหนึ่งต่อสิบ!”

จินมู่ร้อนใจ “คำพูดนั้นคุณพูดออกมาเองไม่ใช่หรือไง?”

หลินเยวียนหน้าเจื่อน “ก็ครั้งก่อนสู้เก้าคน คราวนี้สู้สิบคน ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลยนี่ครับ”

จินมู่เงียบไปชั่วขณะ “ไหนพูดอีกทีสิครับ ผมจะสู้แบบหนึ่งต่อสิบ”

หลินเยวียนเอ่ยซ้ำอย่างจนใจ

“ผมจะสู้แบบหนึ่งต่อสิบ”

อ่อนปวกเปียก

ไร้ซึ่งความห้าวหาญ

จินมู่ก็เข้าใจทันทีว่าปัญหาอยู่ตรงไหน

ก็เหมือนกับครั้งนั้นที่พูดว่า ‘ยังมีใครอีกไหมครับ’ ในตอนนั้น ซึ่งกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิดใหญ่โต ทั้งที่น้ำเสียงและบริบทนั้นแตกต่างกัน

ก็เหมือนกับที่บางคนรู้สึกว่า ‘เหอะๆ ’ คือการประชด ประชัน ขณะที่ผู้พิมพ์อาจเป็นเพียงการแสดงท่าทีที่เป็นมิตรเท่านั้น

หลินเยวียนก็เป็นประเภทหลัง

เพราะเรื่องแนวนี้ หลินเยวียนเลยถูกคนเข้าใจผิดมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง คล้ายๆ กับตอนแรกๆ ที่หลานหลิงอ๋องมีชื่อเสียงเรื่อง ‘ฝีปากคมกริบไม่เกรงใจใคร’

“เอาเถอะครับ ไหนๆ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แล้ว ตอนนี้ต้องคิดว่าจะเก็บยังไงต่อ”

“ก็ประชันวรรณกรรมใช่ไหมล่ะครับ สิบคน งั้นผมก็เขียนสิบเรื่อง”

“ง่ายขนาดนั้นเลย?”

“ไม่ง่ายหรอก สิบเล่ม ถึงจะเป็นเรื่องสั้น แต่ผมก็เขียนจนเหนื่อยเหมือนกัน”

“ผมหมายความว่าคุณเขียนออกมาได้จริงหรือ?”

“น่าจะได้นะ”

หลินเยวียนมั่นใจในความเร็วมือของตัวเอง

แต่การเลือกคู่ต่อสู้ก็ถือว่าสำคัญอยู่ไม่น้อย

หลินเยวียนตั้งใจจะเขียนนิยายวิทยาศาสตร์สิบเรื่อง ซึ่งคุณภาพแน่นอนว่าย่อมมีทั้งแข็งและอ่อนคละกัน

โชคดีที่บรรดานักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์เหล่านั้นเองก็มีระดับความแข็งแกร่งต่างกันไป หลินเยวียนเลยคิดจะเก็บเรื่องที่แข็งที่สุด ไว้ประลองกับนักเขียนที่แข็งแกร่งที่สุด

คิดได้ดังนั้น

เขาก็รีบหยิบสมุดขึ้นมา เลือกผลงานที่จะใช้

“ก่อนอื่นต้องมี ‘ครูบ้านนอก’”

“แล้วก็ ‘เช้าตรู่รู้สัจธรรม’”

“แล้วก็ ‘พาดวงตาของเธอไปด้วย’”

“แน่นอน ต้องไม่ลืมเรื่อง ‘สายฟ้าทรงกลม’”

“อ้อ ‘นักโทษหนึ่งวัน’ ก็ดีนะ”

“อืม ‘ยุคซูเปอร์โนวา’”

“ผลงานของหลิวฉือซินมีเยอะจริงๆ อย่างเช่นเรื่อง ‘ขัดขวางทุกคลื่นความถี่’”

“รอบนี้น่าจะถือโอกาสปูโครงเรื่องสายสามกายไว้ก่อน พอหยิบมาใช้จริงทีหลังจะได้ไม่ดูขัดตา”

“ของต่างประเทศก็ต้องหยิบมาใส่บ้าง”

“ลิสต์ไว้หลายๆ เรื่อง เอาไว้เป็นตัวเลือกสำรอง”

“ผลงานของอาซิมอฟก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน”

นิยายวิทยาศาสตร์ทั้งสิบเรื่อง หลินเยวียนพยายามเลือกเรื่องที่มีความยาวไม่มากนัก จะได้รวมออกมาเป็นรวมผลงานนิยายวิทยาศาสตร์ของฉู่ขวงแบบสมบูรณ์ทีหลัง

ส่วนการเลือกคู่ต่อสู้ก็ไม่ยากอะไร

เพราะนักเขียนที่ออกมาท้าประชันวรรณกรรมนั้น ต่างก็แนะนำข้อมูลผลงานของตัวเองไว้เรียบร้อยแล้ว

นี่เป็นกติกาของการประชันวรรณกรรม

จะให้ผมส่งเรื่องสั้น แต่คุณส่งนิยายยาวมาก็คงไม่ได้

ต้องให้ประเภทและความยาวใกล้เคียงกัน ถึงจะวัดกันได้อย่างยุติธรรม

………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน