เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1210

ตอนที่ 1210 ศึกระหว่างพรสรรค์และเงินทุน

สำหรับบรรดากลุ่มทุนของบลูสตาร์ รวมไปถึงแพลตฟอร์มโซเชียลระดับแนวหน้าของบลูสตาร์แล้ว การถือกำเนิดของจี๋เค่อปู้ลั่วย่อมเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่โดยไม่ต้องสงสัย ผู้ที่สัมผัสได้ถึงแรงกดดัน ไม่ใช่แค่บล็อกเพียงรายเดียวแน่ ทว่าสำหรับชาวเน็ตแต่ละทวีป เรื่องนี้กลับไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เพราะผู้ใช้จากแพลตฟอร์มอื่นๆ แห่กันเข้ามาในจี๋เค่อปู้ลั่วอย่างคึกคัก แพลตฟอร์มใหม่ที่เกิดจากการรวมตัวของสองทุนยักษ์เก่าแก่ ย่อมมีแรงดึงดูดมหาศาลอยู่แล้ว

“แพลตฟอร์มใหม่นี่ใช้ได้เลย!”

“เดาว่าคนที่เล่นจี๋เค่อปู้ลั่วส่วนใหญ่คงเป็นคนฉินโจวกับจงโจวสินะ?”

“จริงๆ จงโจวน่าจะเยอะที่สุด ส่วนคนฉินโจวส่วนใหญ่ยังอยู่บล็อกมากกว่า เพราะเซี่ยนอวี๋ ฉู่ขวง แล้วก็อิ่งจือยังประจำอยู่ที่นั่น”

“แต่โดยรวมตอนนี้ก็คือจี๋เค่อผูกขาดเลยนะ!”

“แพลตฟอร์มโซเชียลของบลูสตาร์ ต่อไปอาจถูกจี๋เค่อกินรวบก็ได้!”

“ใช่แล้ว”

“ฉันแค่มาลองดูเฉยๆ ในฐานะคนเยี่ยนโจวก็ยังคุ้นเคยกับการใช้เหยียนซูมากกว่าอยู่ดี เพราะดาราในทวีปเราส่วนใหญ่ก็อยู่เหยียนซูนั่นแหละ”

“ปกติผมเล่นเทอร์ทวิตมากกว่า”

“สำหรับฉันนะ หวังว่าจี๋เค่อปู้ลั่วจะรวมศูนย์ทุกอย่างได้ พูดให้ชัดก็คือจะเป็นแพลตฟอร์มไหนก็ได้ที่ครองทั้งวงการ ขอแค่ไม่ต้องคอยสลับไปสลับมาเพื่อจะตามข่าวดาราที่ชอบก็พอแล้ว ยังไงฉันก็เชื่อว่าพวกเราคงไม่ได้ชอบกันอยู่แค่ดาราคนเดียวหรอก ใช่ไหมล่ะ?”

“โชคดีที่ผมชอบแค่สามสหายและพวกเขาก็อยู่ที่บล็อกทั้งหมด”

“ก่อนหน้านี้บล็อกยังพอจะต่อกรกับจี๋เค่อได้บ้าง แต่รอบนี้ปู้ลั่วก็เท่ากับถูกจี๋เค่อฮุบไปแล้ว ทำให้จำนวนผู้ใช้ของบล็อกน้อยกว่าจี๋เค่อปู้ลั่วลงไปถนัดตา”

“บล็อกต้องมีการตอบโต้แน่!”

“แต่ถ้าเทียบกับจี๋เค่อปู้ลั่วแล้ว ดาราที่อยู่ฝั่งบล็อกยังน้อยเกินไปจริงๆ ถ้าไม่มีเซี่ยนอวี๋ ฉู่ขวง แล้วก็อิ่งจือ ฉันว่าอย่างน้อยจำนวนผู้ใช้ที่แอคทีฟคงหายไปตั้งหนึ่งในสาม เพราะหลายคนเล่นบล็อกก็เพราะพวกเขานี่แหละ”

แม้แต่คนธรรมดาที่ไม่เข้าใจเรื่องกลไกของเงินทุนก็ยังมองออกว่า ความร่วมมือระหว่างปู้ลั่วกับจี๋เค่อนั้นเป็นเพียงวาทกรรมที่ฟังดูดีเท่านั้น ความจริงก็คือ จี๋เค่อฮุบปู้ลั่วไปทั้งดุ้น ซื้อดาราทั้งแพลตฟอร์ม และรวบผู้ใช้ทั้งหมดมาเป็นของพวกเขาเอง

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังกระหึ่มบนโลกออนไลน์

ผู้บริหารระดับสูงของบล็อกจึงเรียกประชุมฉุกเฉิน

และประโยคแรกที่ประธานกรรมการกล่าวออกมา ก็ทำให้ทุกคนในห้องประชุมมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที

“ตลาดของแพลตฟอร์มโซเชียลของบลูสตาร์กำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว จี๋เค่อปู้ลั่วต้องการผงาดขึ้นมายิ่งใหญ่กว่าใคร และในฐานะแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้แอคทีฟเป็นอันดับสองอย่างเรา ตอนนี้คือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด!”

“ยามจนตรอกย่อมต้องแสวงหาหนทางใหม่”

ชายสวมแว่นทางฝั่งขวาลุกขึ้นกล่าว “ใครก็ตามที่สามารถครองเวทีหลักของกระแสสังคมได้ คนนั้นก็จะดึงดูดผู้ใช้ได้มากกว่า และในบลูสตาร์ กลุ่มที่สร้างกระแสได้ง่ายที่สุด ก็คือเหล่าคนดังในแวดวงศิลปะ เราจำเป็นต้องดึงตัวคนดังเหล่านี้มาประจำการให้ได้”

“เห็นด้วย”

“ทั้งวงการดนตรี วงการวรรณกรรม วงการจิตรกรรม วงการภาพยนตร์ บรรดาบุคคลที่ติดอันดับสูงในการจัดอันดับของสมาคมวรรณศิลป์ จะกลายเป็นเป้าหมายที่ทุกแพลตฟอร์มโซเชียลให้ความสำคัญในการแย่งชิง และจี๋เค่อปู้ลั่วก็คงเริ่มลงมือแล้วด้วย”

“เราต้องมีการเคลื่อนไหวบ้าง”

“ข่าวดีตอนนี้คือ บรรดาบุคคลระดับแนวหน้าเหล่านั้น ถึงแม้จะมีแพลตฟอร์มที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ผูกมัดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งอย่างลึกซึ้ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็กำลังรอดูทิศทางอยู่เหมือนกัน เพื่อเลือกแพลตฟอร์มที่จะกลายเป็นเวทีหลักของกระแสสังคมในอนาคต”

“ตอนนี้แพลตฟอร์มที่มีสิทธิ์ครองตำแหน่งราชามากที่สุดก็คือจี๋เค่อปู้ลั่ว”

“จี๋เค่อปู้ลั่วเป็นแพลตฟอร์มของจงโจวและแรงดึงดูดที่จงโจวมีต่อทวีปอื่นๆ ก็เห็นชัดอยู่แล้ว นี่แหละคือข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขา ส่วนข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของเราตอนนี้ ก็คือมีเซี่ยนอวี๋ ฉู่ขวง และอาจารย์อิ่งจืออยู่ฝั่งเรา ดังนั้นบรรดาคนดังของสตาร์ไลท์ก็เลยหันมาใช้บล็อกตามไปด้วย แต่แค่ระดับนี้ ก็ยังดูดันทุรังไปหน่อยถ้าคิดจะต่อกรกับจี๋เค่อปู้ลั่ว”

“คุณจินคิดว่าอย่างไร”

หลังจากผู้บริหารของบล็อกแต่ละคนแสดงความคิดเห็นกันเสร็จ สายตาทั้งหมดก็หันไปยังเงาร่างฝั่งตรงข้ามโต๊ะประธานกรรมการ

จินมู่

และเหตุผลที่จินมู่มีสิทธิ์นั่งอยู่ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของบล็อกครั้งนี้ ก็เพราะเขาถือสิทธิ์ตัวแทนของเซี่ยนอวี๋ ฉู่ขวง และอิ่งจือเอาไว้พร้อมกัน!

พูดอีกอย่างก็คือ

การที่จินมู่มานั่งอยู่ตรงนี้

ก็เท่ากับว่าเขากำลังเป็นตัวแทนแสดงจุดยืนแทนสามสหายโดยตรง และบล็อกเองก็ชินกับการจัดวางบทบาทเช่นนี้ไปแล้ว

ภาพลักษณ์ที่ปรากฏต่อสาธารณะของจินมู่ตลอดมาก็คือผู้จัดการของฉู่ขวงและอิ่งจือ

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเซี่ยนอวี๋กับบล็อก ก็มักจะมอบหมายให้จินมู่เป็นผู้มาติดต่อประสานงานกับบริษัท

เรื่องนี้ไม่น่าแปลกอะไร

เพราะความสัมพันธ์ของทั้งสามแน่นแฟ้นกันขนาดไหน เป็นที่รู้กันทั่วทั้งบลูสตาร์ การให้คนคนเดียวเป็นตัวแทนดูแลแทนพวกเขาก็ถือว่าปกติ

เพียงแต่บล็อกนั้นไม่รู้ความลับที่แท้จริงของทั้งสามคน

เนื่องจากในบลูสตาร์มีกฎหมายห้ามไม่ให้องค์กรใดๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ ทำการตรวจสอบไอพีแอดเดรสส่วนบุคคลโดยพลการ

ข้อมูลไอพีแอดเดรสที่สืบค้นได้ก็จะเป็นเพียงพิกัดคร่าวๆ เท่านั้น

ไม่เช่นนั้น บัญชีทั้งหลายของหลินเยวียนก็คงถูกบล็อกหรือปู้ลั่วสืบจนโป๊ะแตกไปนานแล้ว

บรรยากาศเงียบงันครู่หนึ่ง

จินมู่จึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อนว่า “ก่อนอื่นเลย เรื่องหุ้นที่เราเคยพูดถึงกันไปแล้ว ทางอาจารย์เซี่ยนอวี๋ต้องการหุ้นมากขึ้น แค่เพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ชัดเจนว่าไม่เพียงพอครับ”

“แน่นอนอยู่แล้ว!”

บรรดาผู้บริหารของบล็อกต่างเห็นพ้องต้องกัน “ตอนนี้อาจารย์เซี่ยนอวี๋มีหุ้นเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เราจะจัดสรรเพิ่มให้อีก เก้าเปอร์เซ็นต์โดยราคาก็ใช้ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนอนาคตก็อาจพิจารณาให้เขาถือหุ้นเพิ่มขึ้นอีกได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมด้วย เพียงแต่ผมอยากรู้ว่า อาจารย์เซี่ยนอวี๋สามารถเป็นตัวแทนของอาจารย์อิ่งจือและอาจารย์ฉู่ขวงได้ด้วยหรือไม่ครับ?”

“ไม่มีปัญหาครับ”

จินมู่เผยรอยยิ้มลึกลับ “ทั้งสามท่านได้มอบอำนาจการจัดการมาให้ผมแล้ว เท่ากับว่าผลประโยชน์ของพวกเขาทั้งหมดสอดคล้องกัน

และพวกคุณจะได้เห็นผลลัพธ์ในไม่ช้า เมื่อครู่นี้พวกคุณเพิ่งพูดถึงเรื่องดึงเหล่าดารามาเข้าร่วมบล็อกไม่ใช่หรือครับ? เรื่องนี้เราจะเข้ามามีส่วนร่วมด้วย”

“คุณหมายความว่า?”

“ทุกท่านคิดว่า ทธิพลของอาจารย์เซี่ยนอวี๋ในวงการดนตรีฉินโจวเป็นอย่างไรบ้างล่ะครับ?”

ผู้บริหารบล็อกถึงกับรู้สึกสั่นสะท้านในใจ!

เซี่ยนอวี๋กำลังจะใช้สถานะหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบล็อก เพื่อดึงเหล่าคนดังจากฉินโจวให้เข้ามาเข้าร่วมกับบล็อกงั้นหรือ?

แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับประกันหรอกว่า สิ่งที่เซี่ยนอวี๋จะทำนั้น จะได้ผลมากน้อยเพียงใด

เพราะบรรดาคนดังของฉินโจวส่วนใหญ่ ต่างก็ตามปู้ลั่วเก่าไปแล้ว และเข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มใหม่ที่ชื่อว่า ‘จี๋เค่อปู้ลั่ว’ โดยอัตโนมัติ

และว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว

ตอนนี้จี๋เค่อปู้ลั่วนั้นดึงดูดใจมากกว่าบล็อกอยู่หลายเท่าโดยไม่ต้องสงสัย!

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งบล็อกเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตะลึง ถึงอย่างไรนั่นก็คือเซี่ยนอวี๋เชียวนะ!

มูลค่าของเขาประเมินค่าได้ตั้งเท่าไหร่?

เรื่องแบบนี้ ไม่ว่าจะพูดกันมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครรู้คำตอบแน่ชัดหรอก จนกว่าจะได้ลงมือทำจริง

สิ่งที่เดิมพันกันคือภาพรวมทั้งหมด

ความสามารถของคนคนเดียว ในสมรภูมิแบบนี้แทบไม่มีประสิทธิ์ภาพอะไร!

แต่สามคนนั้นกลับเลือกที่จะใช้พลังของตัวเองต่อต้านกระแสคลื่นยักษ์แห่งสงครามทุนนี้โดยพร้อมเพรียงกัน!

ช่างอหังการเกินไปแล้ว!

ทว่าในที่ประชุมของผู้บริหารบล็อก ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากว่าแนวคิดของทั้งสามคนนั้น บ้าเกินไปตรงกันข้ามเสียอีก

หลายคนกลับรู้สึกว่า ฟังดูเข้าท่าเสียด้วยซ้ำ!

“การใช้พลังของบุคคลหนึ่ง หรือพูดให้ชัดก็คือ การใช้ทั้งสามท่านเป็นเสาหลัก ใช้พรสวรรค์ของพวกเขาต่อกรกับทุนใหญ่จากจงโจว นี่แหละคือคำตอบที่พวกเขาเลือกแล้ว เพราะหากเป็นการแข่งกันด้วยทรัพยากรและเงินทุน เราย่อมแพ้กลุ่มทุนจงโจวอยู่ดี ดังนั้นสิ่งเดียวที่เราทำได้ ก็คือเดิมพันครั้งใหญ่แล้วทุ่มหมดหน้าตักไปกับพรสวรรค์ของพวกเขา ว่ามันจะสามารถสร้างความตะลึงเลื่องลือได้ถึงเพียงใด อย่างน้อยในสายตาของผม เขาและพวกเขาล้วนเป็นเลิศในใต้หล้า!”

จินมู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

จนผู้บริหารบล็อกทุกคน รู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นมาในทันที!

ทั้งที่แผนการนี้เต็มไปด้วยช่องโหว่มากมาย ถ้าเกิดผลงานของอิ่งจือไม่ดังเปรี้ยงขึ้นมา ถ้าเกิดนิยายของฉู่ขวงไม่เป็นกระแส หรือถ้าเกิดอิทธิพลของเซี่ยนอวี๋ไม่ใหญ่ขนาดนั้น ทุกอย่างก็จะพังทลายลงทันที แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนกลับรู้สึกถึงความมั่นใจที่ลุกโชนขึ้นมาในอกอย่างแปลกประหลาด

จะใช้เพียงพรสวรรค์ของคนสามคน มาท้าชนกลุ่มทุนใหญ่ที่มีผลประโยชน์มากที่สุดในบลูสตาร์งั้นหรือ?

ถ้าเป็นสามคนนั้น ใครเล่าจะกล้าพูดเต็มปากว่าเป็นไปไม่ได้!?

ในขณะนั้นเอง

เลขานุการของประธานก็เดินเข้ามา และกระซิบประโยคสั้นๆ ที่ข้างหู

สีหน้าของประธานเปลี่ยนไปทันที เลือดที่เดือดพล่านยังไม่ทันจางหาย ก็พลันรู้สึกชาวาบประหนึ่งถูกสาดด้วยน้ำเย็น

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่นว่า

“จี๋เค่อปู้ลั่วเริ่มลงมือแล้ว พวกเขากำลังดึงเหล่าคนดังจากบรรดาชาร์ตอันดับต่างๆ ไปเข้าข้างตน”

“ถึงเวลาเราก็ต้องลงมือแล้วเช่นกัน”

จินมู่เอ่ยขึ้น “พวกคุณไม่อยากลองดูบ้างหรือ ว่าแท้จริงแล้วทุนจะบดขยี้พรสวรรค์ได้ หรือพรสวรรค์จะพลิกชนะทุนได้กันแน่?”

พูดจบ จินมู่ก็หัวเราะออกมา

อันที่จริง คำพูดเมื่อครู่ก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว

เพราะทุนที่หนุนหลังหลินเยวียน นั้นไม่อาจมองข้ามได้เลย!

หนึ่งในสำนักพิมพ์ชั้นนำระดับบลูสตาร์อย่างคลังหนังสือซิลเวอร์บลู

สตาร์ไลท์เอนเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งตอนนี้ขยายตัวจนใหญ่โตไม่แพ้บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ห้าอันดับแรก

แพลตฟอร์มโซเชียลอย่างบล็อกที่มีปริมาณการเข้าชมมากเป็นอันดับสองของบลูสตาร์ เว็บไซต์การ์ตูนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคปัจจุบันอย่างเหลียนเหมิง

และที่สำคัญที่สุด ซุนเย่าหั่ว อัจฉริยะการค้าแห่งบลูสตาร์ ผู้ที่พร้อมทุ่มเทติดตามเขาอย่างไม่หวั่นไหว…

ทั้งหมดนี้ คือต้นทุนที่อยู่เบื้องหลังหลินเยวียน

เมื่อมีต้นทุนเหล่านี้ ข้อจำกัดที่กลุ่มทุนจะใช้กดทับบุคคลก็จะลดลงเหลือน้อยที่สุด

แล้วพรสวรรค์อันเป็นเลิศของหลินเยวียน หากได้เบ่งบานอย่างไร้พันธนาการในบลูสตาร์ อิทธิพลที่มันจะก่อขึ้น จะน่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?

…………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน