เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1206

ตอนที่ 1206-2 ชิงดีชิงเด่น (2)

ซุนเย่าหั่วที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น “รุ่นน้องยังไม่รู้เรื่องกฎใหม่ของฤดูกาลเพลงระดับบลูสตาร์สินะ?”

หลินเยวียนพยักหน้าอย่างยอมรับ

เมื่อเห็นคำตอบของหลินเยวียน ทุกคนในวงราชวงศ์ปลา ถึงกับร้องไห้ไม่ได้หัวเราะไม่ออก “ตัวแทน หลังงานบลูสตาร์เสร็จ คุณไปยุ่งอะไรงานอะไรอยู่เนี่ย ถึงไม่รู้เรื่องนี้?”

ยุ่งอยู่กับการเขียนนิยาย

ยุ่งอยู่กับการวาดภาพ

ยุ่งอยู่กับภาพยนตร์

ยุ่งอยู่กับการเตรียมคอนเสิร์ต

แน่นอนว่า หลินเยวียนไม่คิดจะพูดเรื่องพวกนี้ออกมาเองหรอก

ซุนเย่าหั่วจึงเป็นคนอธิบายสถานการณ์ให้เขาฟังแทน

ที่แท้

หลังจากการผนวกรวมของทวีปต่างๆ ในบลูสตาร์

กฎของการจัดอันดับฤดูกาลเพลงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ในอดีต ทุกคนใช้เพลงซิงเกิลมาแข่งกันจัดอันดับ

ซึ่งหลินเยวียนเองก็คุ้นเคยกับระบบนี้มาก

เขาเคยคว้าแชมป์มาแล้ว 12 สมัยติดกันภายใต้กติกาเดิมนี้!

อย่างไรก็ตาม

หลังจากการผนวกรวมดำเนินไปเรื่อยๆ

จำนวนศิลปินในการจัดอันดับก็มากขึ้น เพลงที่เข้าร่วมแข่งก็มากขึ้นตาม

ทำให้ศิลปินหลายคนแทบจะไม่มีโอกาสเฉิดฉายเลย

โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้วที่มีการผนวกรวมอย่างสมบูรณ์

ระบบเดิมก็เริ่มไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

เหล่าศิลปินนักร้องในตอนนี้ อยากจะทำคะแนนบนการจัดอันดับประจำฤดูกาลได้ดีนั้น เรียกว่ายากราวกับปีนขึ้นฟ้า!

เพราะในฤดูกาลเพลงนั้น พื้นที่ที่ได้แสงมากที่สุดคืออันดับต้นๆ ไม่กี่อันดับเท่านั้น

ก็ช่วยไม่ได้

นักร้องจากแต่ละทวีปเลยต้องเริ่มแข่งขันกันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ !

เดิมทีเคยใช้แค่เพลงเดียวไปแข่ง ต่อมาก็กลายเป็นว่าใช้หลายเพลงแข่งพร้อมกัน ใช้กลยุทธ์แบบหว่านแห ยิ่งมีหลายเพลง โอกาสติดอันดับก็ยิ่งมากขึ้น

แถมถ้าเพลงใดเพลงหนึ่งดังขึ้นมา เพลงอื่นๆ ก็จะพลอยได้อานิสงส์ยอดดาวน์โหลดตามไปด้วย

เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้

สมาคมวรรณศิลป์จึงประกาศเปลี่ยนกฎเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

ตอนนี้การจัดอันดับฤดูกาลเพลงของบลูสตาร์ไม่ได้แข่งกันด้วยซิงเกิลอีกต่อไป แต่แข่งกันเป็นอัลบั้ม

เมื่อเป็นเช่นนี้

โอกาสที่เพลงต่างๆ จะได้เผยแพร่ในวงกว้างก็เพิ่มขึ้นไปอีก

แน่นอนว่า ระบบแข่งด้วยซิงเกิลก็ยังมีอยู่

เพียงแต่ตอนนี้ได้กลายเป็นการจัดอันดับซิงเกิลของบลูสตาร์ ซึ่งเป็น การจัดอันดับระดับรองของการจัดอันดับประจำฤดูกาล

เพื่อให้แฟนเพลงสามารถค้นหาเพลงแบบจำเพาะเจาะจงได้สะดวก

อย่างไรเสีย เพลงเดี่ยวเหล่านั้นก็ล้วนมาจากในอัลบั้มทั้งนั้น

สุดท้าย

ซุนเย่าหั่วสรุปว่า

“พูดง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้วงการเพลงแข่งกันที่คุณภาพของทั้งอัลบั้มแล้ว นักร้องจะเลือกใช้บริการนักประพันธ์เพลงหนึ่งคน หรือหลายคนก็ได้ เพื่อช่วยทำอัลบั้มให้ตัวเอง

อย่างเฟ่ยหยาง ฉันได้ยินมาว่าเขากำลังจะทำอัลบั้มร่วมกับอบิเกล อบิเกลจะเป็นคนแต่งเพลงทุกเพลงในอัลบั้มให้เขา!”

หลินเยวียนพยักหน้า

นี่แหละคือรูปแบบของยุคทองแห่งดนตรีในแดนมังกร

หนึ่งในช่องทางรายได้หลักของนักร้องก็คือการขายอัลบั้ม

และตอนนี้ บลูสตาร์ก็กำลังเดินตามเส้นทางนั้น

นักร้องเริ่มทำเงินจากการขายอัลบั้มมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นอัลบั้มดิจิทัล แต่วิธีคิดก็ยังเหมือนเดิม

ถึงอย่างไร

การขายอัลบั้มทั้งชุด กับการให้ฟังหรือดาวน์โหลดแค่เพลงเดียว

ราคาย่อมต่างกันโดยสิ้นเชิง!

โดยรวมแล้วนับว่าเป็นเรื่องดี

เมื่อคนดนตรีได้เงินมากขึ้น ย่อมมีแรงจูงใจในการผลิตผลงานดีๆ มากขึ้นเช่นกัน ไม่อย่างนั้นจะหวังให้ศิลปินผลิตผลงานออกมาเพราะ ความรักในงานศิลป์อย่างเดียวหรือ?

การหาเงินจากงานศิลปะไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจ

เบื้องหลังศิลปินแทบทุกคน ล้วนมีเงินเป็นแรงผลักดัน

หลายคนชอบบ่นว่างงการดนตรีแดนมังกรสู้ต่างประเทศไม่ได้ แต่กลับมีน้อยคนนักที่ยอมมองหาเหตุผลจริงๆ ว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น พูดตามตรงเลยก็คือ ต่อให้เขียนเพลงดีๆ ออกมา ก็ทำเงินในประเทศไม่ได้

ลองไปดูแอปพลิเคชันฟังเพลงเหล่านั้นสิ

นอกจากนักร้องระดับโจวเจี๋ยหลุนที่ยังขายอัลบั้มดิจิทัลได้

ศิลปินหน้าใหม่ หรือคนที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากนัก ลองคิดจะขายอัลบั้มดูสิ ไม่มีทางหาเงินได้หรอก

บางคนอาจถามว่า แล้วทำไมช่วงยุคก่อนถึงมีเพลงดีๆ เยอะล่ะ?

ก็เพราะว่าถ้าเพลงโด่งดังขึ้นมา ย่อมขายเทปขายแผ่นซีดีได้

รายได้ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว

ถึงแม้ยุคนั้นจะมีของก็อปของเถื่อนเยอะ

แต่ของก็อปของเถื่อนในยุคนั้น ก็ยังดีกว่ายุคอินเทอร์เน็ต ที่ทุกคนฟังเพลงฟรีกันหมด!

อินเทอร์เน็ตทำให้ผู้คนทั่วบ้านทั่วเมืองสามารถฟังเพลงได้ฟรี สำหรับชาวบ้านตาดำๆ อย่างเราก็นับว่าสะดวกสบายดีนั่นแหละ แต่วงการเพลงฝั่งแดนมังกรกลับแทบพังพินาศไม่เป็นท่า

เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ว่าเราสู้เขาไม่ได้

ทว่าเป็นเพราะปัจจัยหลายอย่างทำให้ สภาพแวดล้อมนั้นย่ำแย่เกินไป

ถ้าทุกคนพร้อมใจกันจ่ายเงินให้กับเพลงดีๆ วงการเพลงคงแข่งขันกันเดือด!

ไม่ต้องถึงขั้นมีคนระดับประธานโจวโผล่มาอีกคนหรอก

ในราชวงศ์ปลา แทบไม่มีใครเรียกหลินเยวียนว่า ‘พ่อเพลงอวี๋’ ต่อหน้าแบบนี้

เฉินจื้ออวี่ไม่กล้าเรียกคำว่า ‘พ่อ’ จึงเลยเปลี่ยนมาหั่นสเต็กให้หลินเยวียนแทน

“เชิญลองเลยครับ ร้อนๆ เพิ่งหั่นใหม่เลย”

เว่ยห่าวอวิ้นก็เข้ามาเสิร์ฟน้ำชาให้หลินเยวียน

“ชาของคุณเย็นแล้ว เดี๋ยวฉันเปลี่ยนให้เลยนะคะ”

ซย่าฝานจ้องหลินเยวียนเขม็ง

“แม่ของนายเคยเล่าเรื่องขายหน้าตอนเด็กของนายให้ฉันฟังนะ แต่ฉันว่ายังไม่ควรพูดออกมาดีกว่า อีกอย่าง ฉันยังรู้เรื่องขายหน้าสุดๆ ของเจี่ยนอี้ที่เกี่ยวกับนักแสดงหญิงคนหนึ่งด้วย นายอยากฟังไหมล่ะ?”

สุดยอด!

แต่ละคน!

กล้างัดสารพัดวิธีมาใช้เลยนะ!

ถ้าซีรีส์แนวจักรๆ วงศ์ๆ ไม่มีพวกเธอแสดงเป็นตัวเอง ฉันคงไม่อยากดู!

ซุนเย่าหั่วถึงกับตาค้าง เขาเพิ่งจะรู้ตัววันนี้เองว่า

ที่แท้สมาชิกราชวงศ์ปลาเหล่านี้ แอบศึกษาทุกกลยุทธ์ของเขาจนทะลุปรุโปร่งไปแล้ว

ตอนนี้ไม่ใช่แค่ลอกเลียนแบบ แต่เล่นได้คล่องกว่าเขาซะอีก!

อย่างเช่นซย่าฝาน เล่นมาทั้ง ‘อ้อนก็ได้ ขู่ก็เป็น’ ครบสูตร!

พวกนี้ขยันแข่งขันกันเกินไป โตไวเกินไป จนซุนเย่าหั่วเองยังไม่รู้จะงัดอะไรมาเล่นต่อดี

แต่ใครจะรู้

หลินเยวียนกลับมองซุนเย่าหั่ว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทั้งซาบซึ้งทั้งภูมิใจว่า

“พวกคุณต้องเรียนรู้จากรุ่นพี่บ้างนะ ทำตัวให้สุขุมขึ้นหน่อย”

เพราะพวกนี้ไม่น่าไว้ใจเลย

บางคนนวดไม่เป็นด้วยซ้ำ และดันไปบีบโดนเนื้อหลินเยวียน

บางคนบอกว่าจะรินชาให้ สุดท้ายชาร้อนเกินจนดื่มไม่ได้เลย

แล้วยังมีบางคนอีกนะ ที่หั่นสเต็กให้ ก็ช่วยใช้มีดของฉันหน่อยได้ไหม? เล่นใช้มีดของตัวเองหั่น ใครจะไปรู้ว่าผ่านการเลียมาก่อนหรือเปล่า

ส่วนคนที่ขู่ว่าจะขุดเรื่องฉัน แถมยังจะซุบซิบเรื่องลับของเจี่ยนอี้อีก?

อย่างแรก ขู่ฉันไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก

ฉันไม่กลัวหรอกถ้าจะเอาเรื่องตอนเด็กของฉันมาแฉ เพราะฉันเป็นคนทะลุมิติมา ช่วงวัยเด็กของฉันมันก็ไม่ใช่ฉันในตอนนี้ซะทีเดียว

อย่างที่สอง เรื่องของเจี่ยนอี้น่ะหรือ

หมอนั่นขี้เมาท์จะตาย เขามาเล่าให้ฉันฟังนานแล้ว ว่าตอนนั้นเคยแอบคบกับดารารุ่นใหญ่ในวงการอะไรทำนองนั้น

ทุกคน “…”

เจ้าซุนเย่าหั่วนี่เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว พวกเรางัดสารพัดมุกมาอ้อน แต่เขานั่งเฉยๆ กลับกลายเป็นดูสุขุมดูดีขึ้นมาซะอย่างนั้น?

ซุนเย่าหั่ว “…”

อะไรเนี่ย? เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

…………………………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน