เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1204

ตอนที่ 1204 คนเดียวก็ปลุกพายุโหมกระหน่ำทั่วทั้งบลูสตาร์ได้

แวดวงจิตรกรรม

“ในที่สุดอิ่งจือก็ขึ้นครองบัลลังก์ได้สำเร็จ ในบรรดาการจัดอันดับระดับสูง ไม่กี่ นี่เป็นหนึ่งในการจัดอันดับที่จ่าฝูงมีการเปลี่ยนแปลง!”

“จิตรกรระดับหนึ่งเดียวของบลูสตาร์ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!”

“เหล่าจิตรกรคนอื่นๆ ต่อให้เก่งแค่ไหน ชาตินี้อย่าหวังว่าจะสามารถแซงหน้าอิ่งจือไปได้ในชาตินี้เลย เว้นแต่ว่าจะมีแตะถึงขอบเขตระดับเดียวกับภาพชุดจิตรวิญญาณได้”

“นี่มันเทียบเท่ากับการเปลี่ยนแปลงยุคสมัยโดยสิ้นเชิง”

“การเรียนรู้ศิลปะส่วนใหญ่มักเริ่มจากการลอกลาย หลังจากอิ่งจือขึ้นครองอันดับหนึ่งแล้ว ต่อไปในวงการจิตรกรรมของบลูสตาร์ นักเรียนศิลปะทุกคนในบลูสตาร์จะต้องเริ่มจากการลอกลายผลงานของเขา พอเวลาผ่านไปนานเข้า วงการจิตรกรรมจะตกอยู่ในเงาของเขา”

“พวกหนังสือเรียนศิลปะทั้งหลายควรจะไปขอให้อิ่งจือวาดภาพประกอบได้แล้ว”

“ตั้งแต่งานนิทรรศการวันนั้น ฉันก็รู้ว่าวันนี้จะต้องมาถึงแน่ แต่พอเห็นเขาขึ้นครองอันดับหนึ่งจริงๆ ก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองได้เป็นสักขีพยานของยุคสมัยใหม่”

“นี่ไม่ใช่แค่ภาพชุดจิตรวิญญาณ แต่นี่คือการผลัดเปลี่ยนยุคสมัย!”

แวดวงนักเขียน

“ฉู่ขวงก็ยังคงครองอันดับสิบไว้ได้อยู่ดีสินะ”

“สวีผิงไม่สามารถอารักขาประตูได้อีกต่อไปแล้ว”

“ตอนนี้ความกดดันไปอยู่ที่ฉู่ขวงเต็มๆ เขาคือผู้พิทักษ์ประตูคนใหม่ของการจัดอันดับนักเขียนแล้ว”

“ผมเริ่มเป็นห่วงพวกสวีผิงจริงๆ นะ”

“ผู้พิทักษ์ประตูอย่างฉู่ขวงน่ะ ผ่านไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ”

“ผู้พิทักษ์ประตูอย่างสวีผิงไม่มีผลงานใหม่ในมือตอนต้องเผชิญหน้ากับฉู่ขวง แล้วพวกคุณคิดเหรอว่า ถ้าใครคิดจะบุกขึ้นไปชิงตำแหน่งในสิบอันดับแรก ฉู่ขวงจะไม่มีผลงานอยู่ในมือ”

“หมอนั่นเป็นสัตว์ประหลาดที่มีผลงานอยู่ในมือเต็มไปหมด!”

“ไม่ใช่แค่นั้น เขายังเป็นสัตว์ประหลาดด้านจินตนาการอีกด้วย คนปกติเวลาจะเขียนนิยายสักเรื่อง ต้องเลือกหัวข้อ วางโครงเรื่องหลัก ต่อด้วยโครงย่อย เตรียมนั่นนี่เป็นขั้นเป็นตอน แล้วตอนเขียนก็ยังต้องแก้ไปเรื่อย ๆ อีก แต่ฉู่ขวงเหมือนจะไม่ต้องทำอะไรแบบนั้นเลย พูดว่าจะเขียนก็เขียนขึ้นมาได้ทันที เหมือนเขาเกิดมาเพื่อเป็นนักเขียนจริงๆ !”

แวดวงดนตรี

“เซี่ยนอวี๋ติดอันดับที่แปดหรือ ผมนึกว่าเขาแค่เฉียดๆ สิบอันดับแรกซะอีก หมอนี่แรงไม่หยุดเลยนะ!”

“เมื่อก่อนมีคนพูดว่าเซี่ยนอวี๋ยังไม่มีประสบการณ์มากพอ แต่ตอนนี้เขาสะสมประสบการณ์ได้พอตัวแล้ว ผลงานหลายชิ้นของเขาน่ะ ต่อให้เป็นพ่อเพลง ทั้งชีวิตก็อาจแต่งไม่ได้”

“คนที่น่ากลัวที่สุดก็คือหยางจงหมิงนั่นแหละ”

“มือหนึ่งของฉินโจว และติดสามอันดับแรกระดับบลูสตาร์ว่ากันว่าแม้แต่เซี่ยนอวี๋ก็ยังเรียกเขาว่าอาจารย์ ส่วนอบิเกลน่ะ ถูกเขาทิ้งห่างไปไกลแล้วแบบไม่รู้ตัว”

“วงการเพลงของฉินโจวตอนนี้ ก็ไม่ด้อยกว่าจงโจวเท่าไหร่แล้ว”

“ถึงจะไม่ด้อยก็จริง แต่ถ้าดูจากอันดับแล้ว ถ้าอยากจะแซงจงโจวให้ได้ คงต้องใช้ความพยายามของคนรุ่นหนึ่งหรือหลายรุ่นเลยทีเดียว เรื่องแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ใครคนใดคนหนึ่งจะลบช่องว่างนั้นได้ ยกเว้นเสียแต่หยางจงหมิงจะคว้าอันดับหนึ่งมาได้ ถึงจะพูดได้เต็มปากว่าฉินโจวสามารถท้าชนกับจงโจวได้จริงๆ ”

“ถ้าคุณจะพูดว่าเขาได้อันดับสองยังพอฟังขึ้นนะ แต่อันดับหนึ่งน่ะ เป็นไปไม่ได้หรอก”

“อันดับหนึ่งคนนั้นเป็นตัวเลือกที่คู่ควรโดยไร้ข้อกังขาจริงๆ ถึงยังไงเขาก็ได้รับสมญานามว่าเทพแห่งดนตรีร่วมสมัย แม้แต่อันดับสองก็ยังอยู่ห่างไกลเกินกว่าที่พ่อเพลงทั่วไปจะเอื้อมถึง ปราชญ์แห่งดนตรีร่วมสมัยน่ะ ไม่ใช่คำพูดล้อเล่น”

ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตของบลูสตาร์

‘การผนวกรวมบลูสตาร์เพิ่งเข้าสู่ปีที่สอง โครงสร้างในแต่ละวงการก็เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว แวดวงจิตรกรรมถึงกับ ผลัดแผ่นดินกันเลยทีเดียว!’

‘อิ่งจือน่ากลัวเกินไปแล้ว!’

‘ฝั่งการจัดอันดับสาขาดนตรีก็ศึดเทพเซียนชัดๆ ฉินโจวกับจงโจวเหมือนจะเริ่มปะทะกันแล้ว หยางจงหมิงได้อันดับสาม กลายเป็นหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่แห่งวงการดนตรีบลูสตาร์ เป็นรองแค่เทพแห่งดนตรีกับปราชญ์แห่งดนตรีเท่านั้น!’

‘สองคนนั้นถึงจะเรียกว่าของจริง เทพของแท้เลย’

‘ถ้าแบบนั้น พ่อเพลงหยางก็เท่ากับเป็นเบอร์หนึ่งในหมู่มนุษย์ใช่ไหม?’

‘ร่างมนุษย์ที่เทียบเท่าเทพเจ้า (อีโมจิหัวเราะ)’

‘พ่อเพลงอวี๋สุดยอด ติดอันดับแปด เสียดายที่ยังไม่ใช่มือหนึ่งของฉินโจว แต่ก็อย่างว่าแหละ พ่อเพลงหยางเป็นอาจารย์ของอวี๋เอง พ่อเพลงอวี๋บอกเองเลย’

‘การจัดอันดับนักเขียนก็เดือดไม่แพ้กัน!’

‘ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่โครงสร้างสิบอันดับแรกมีการเปลี่ยนแปลง เจ้าแก่ฉู่ขวงเบียดสวีผิงหลุดไป กลายเป็นผู้พิทักษ์อันดับสิบของวงการนักเขียนบลูสตาร์คนใหม่!’

‘มองภาพรวมแล้ว ปีแรกของการผนวกรวม ฉินโจวชนะเลิศแบบขาดลอยเลยนะเนี่ย!’

‘ที่ฉินโจวผงาดได้ขนาดนี้ ก็เพราะสามสหายนั่นมันบ้าเกินไปต่างหากล่ะ!’

‘พวกคุณยังไม่ได้เข้าไปอ่านในเว็บบอร์ดของฉินโจวใช่ไหม ตอนนี้ชาวฉินนั่นตื่นเต้นกันจนคลั่งไปหมดแล้ว!’

ฉินโจว

ตอนนี้ชาวฉินตื่นเต้นกันแบบสุดขีดจริงๆ !

‘เจ้าแก่ฉู่ขวงเล่นใหญ่ทั้งปี แบบนี้ไม่ให้ดังได้ไง ในที่สุดเราชาวฉินก็มีนักเขียนที่ทะลุเข้าสู่สิบอันดับแรกของบลูสตาร์สักที!’

‘สะใจโคตร!’

‘เทพอิ่งจืออย่างเท่!’

‘อิ่งจือคนเดียวแบกวงการจิตรกรรมของฉินโจวให้ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของบลูสตาร์ จากนี้ไป จิตรกรรมฉินโจวต้องยืนหนึ่งระดับบลูสตาร์แน่นอน!’

‘อิ่งจือนี่แหละที่ดึงพวกเราขึ้นไปยังระดับที่จิตรกรรมฉินโจวไม่เคยไปถึงมาก่อน!’

‘แต่ยังไงก็ต้องมีความหลากหลายถึงจะมั่นคง!’

‘พูดถึงความหลากหลาย ต้องยกให้วงการดนตรีฉินโจวแล้วละ!’

‘ลู่เซิ่งอันดับสิบ พ่อเพลงอวี๋อันดับแปด พ่อเพลงหยางขึ้นถึงอันดับสามเลย!’

‘ต้าฉินของเรากำลังจะผงาดอีกครั้งใช่ไหม!?’

ก็ปีใหม่จริงๆ นั่นแหละ

แม่กำลังอ่านโพสต์ของชาวเน็ตอย่างอารมณ์ดี

“คนนี้พูดเก่งมากเลยนะ เขาบอกว่าสามสหายเป็นเหมือนรถม้าสามคันของฉินโจว คอยลากให้ฉินโจวก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ แถมยังบอกด้วยว่า ถ้าเซี่ยนอวี๋ทำเพลงซิมโฟนีขึ้นมา อันดับต้องขึ้นอีกแน่ๆ ”

“ปีที่ผ่านมาเป็นแบบนั้นจริงๆ นั่นแหละ”

พี่สาวที่คุ้นเคยกับเจ้าแก่ฉู่ขวงดีที่สุด ร่ายวีรกรรมต่างๆ ของเขาออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว “ครึ่งปีแรกฉู่ขวงเขียนนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ครึ่งปีหลังเปิดยุคใหม่ของนิยายกำลังภายในด้วย เรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้า

ท้ายปีก็ยังปล่อยเรื่องการอุทิศตนของผู้ต้องสงสัย X ออกมาอีก!”

“อิ่งต่างหากที่ทำผลงานได้ยิ่งใหญ่ที่สุด”

น้องสาวที่เรียนจิตรกรรมก็รู้จักอิ่งจือดีที่สุดเช่นกัน

“ในฐานะคนฉินโจวที่สามารถเอาชนะจิตรกรจากจ้าวโจวและจงโจวได้ทั้งหมด แล้วพาทวีปของเราขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเขาในช่วงท้ายปี ผลตอบรับต่อสามสหายในปีที่ผ่านมาก็คงไม่ได้ดีขนาดนี้”

“เซี่ยนอวี๋สุดยอด!”

“ฉู่ขวงก็แข็งแกร่งมาก!”

“อิ่งจือไร้เทียมทาน!”

“โฮ่งๆๆๆ!”

ทุกคนในบ้านต่างแสดงความเห็นไม่ตรงกัน

หลินเยวียนลูบหัวหนานจี๋อย่างใจเย็นพร้อมกับเอ่ยว่า

“หนานจี๋พูดถูกแล้ว”

ครอบครัวหันมามองหลินเยวียนอย่างจนคำพูด “แล้วหนานจี๋พูดว่าอะไร?”

“หลินเยวียนเก่งที่สุด”

หลินเยวียนพูดอย่างยิ้มแย้ม

ครอบครัวหัวเราะกันยกใหญ่

นั่นสิ

เซี่ยนอวี๋ก็สุดยอด ฉู่ขวงก็แข็งแกร่ง อิ่งจือก็ไร้เทียมทาน

สามสหายรวมกันก็สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบลูสตาร์

แต่ในท้ายที่สุด สามคนนี้ก็คือคนคนเดียวกันทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?

พูดอีกอย่างก็คือ

หลินเยวียนเพียงคนเดียว ก็ปลุกให้พายุโหมกระหน่ำทั่วทั้งบลูสตาร์ได้แล้ว!

………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน