คำพูดของเฉินชางสร้างแรงบันดาลใจให้คนมากมาย!
ท้ายที่สุดแล้วเรื่องแบบนี้จะคงอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ท้ายที่สุดอุตสาหกรรมการแพทย์ก็จะใสสะอาดเป็นธรรม!
ช่วงค่ำวันนั้นหนังสือพิมพ์ร้อนๆ ก็ออกจากเตา
‘ผู้ป่วยเสียชีวิต ญาติเรียกค่าชดเชยหลักล้าน! โรงพยาบาลโต้กลับ ศาสตราจารย์เฉินชางพลิกกระดานข้อสรุปของศูนย์พิสูจน์หลักฐานอย่างองอาจ! อนาคตของวงการแพทย์ต้องการคนแบบนี้!’
‘ผมไม่ได้ยืนข้างใครทั้งนั้น ตัวผมคือตัวแทนของความจริง! ศาสตราจารย์เฉินชางให้คำมั่นว่านับจากนี้จะเข้าร่วมในฐานะบุคคลที่สาม ร่วมพิสูจน์หลักฐานอุทิศกำลังคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างหมอและผู้ป่วย!’
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นแต่กลับสื่อถึงอนาคต! บนหน้าข่าวและสื่อแสดงความเห็นเชิงบวกต่อฉากชัยชนะของศูนย์ฉุกเฉินในครั้งนี้อย่างเต็มที่!
แต่ในเวลานี้ภายในโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน ความเร็วในการฟื้นตัวของเติ้งอวี่เกินความคาดหมายของทุกคนไปแล้ว
เนื่องจากกำจัดซีสต์ที่ผนังเป็นบริเวณกว้าง เติ้งอวี่จำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานานรวมถึงบำรุงเยื่อสมองต่างๆ แต่โรคซึมเศร้าของเติ้งอวี่กลับฟื้นตัวได้รวดเร็วในฉับพลัน
ในวันนี้มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนหน้าของเติ้งอวี่เป็นครั้งแรก! เหล่าพยาบาลสาวของห้องสังเกตอาการตื่นเต้นมาก! การที่ทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงเผยรอยยิ้มจากใจตนออกมาได้แบบนี้หมายความว่าอย่างไร
หลังจากทราบข่าวนี้ เติ้งเกาหยวนก็รีบมาหาอย่างเร่งร้อน
พอเติ้งอวี่เห็นเติ้งเกาหยวนมาถึงก็ลุกขึ้นนั่งพลางแย้มยิ้ม
“พ่อ!”
คำว่าพ่อนี้ทำให้เติ้งเกาหย่วนตื้นตันจนยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ทำตัวไม่ถูกแล้ว! ความสุขมาเยือนกะทันหันเกินไปทำให้เติ้งเกาหย่วนในวัยห้าสิบปีตั้งรับความยินดีไม่ทัน จู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรไปชั่วขณะ! เนื่องจากนานมากแล้วที่เติ้งอวี่ไม่เอ่ยเรียกตนว่าพ่อด้วยรอยยิ้มแบบนี้!
วินาทีนี้ความทุกข์ใหญ่หลวงที่สุดในใจของเติ้งเกาหยวนสลายลงแล้ว!
หลังจากพักผ่อนเพราะทำงานหนักอยู่สองสามวัน ข่าวของเติ้งเกาหยวนก็ออกมาแล้ว!
เขาลงจากตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานควบคุมยาแพทย์แผนจีนแล้วโอนย้ายไปรับตำแหน่งรองรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอย่างราบรื่น ยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการประจำศูนย์ฉุกเฉินต่อไป
แต่หลังจากเติ้งเกาหย่วนเข้ารับตำแหน่งแล้ว ยังไม่ทันได้นั่งดีๆ ก็เริ่มการประชุมขึ้น เสนอให้มีการจัดตั้งทีมย่อยบุคคลที่สามประจำศูนย์พิสูจน์ความรับผิดชอบทางการแพทย์แห่งชาติ อีกทั้งมีการเสนอจ้างเฉินชางขึ้นเป็นหัวหน้าทีมคนแรก
ทันทีหลังจากประกาศข่าวนี้ออกไปทำเอาทุกคนตาค้างไปทันที เนื่องจากก่อนหน้านี้เฉินชางเพิ่งบอกหยกๆ ว่าตนจะเข้าร่วมทำงานพิสูจน์หลักฐานในฐานะบุคคลที่สาม แต่ว่า… ใครจะคาดถึงละ เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเอง กระทรวงสาธารณสุขประกาศจุดยืนของศูนย์พิสูจน์อย่างตรงไปตรงมา แถมยังเชิญเฉินชางมาเป็นหัวหน้ากิตติมศักดิ์คนแรก รักษาการตำแหน่งหัวหน้าทีม
ไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของศูนย์พิสูจน์ แต่เข้าแทรกแซงและจัดการโดยตรงได้เลย! นี่หมายความว่าอย่างไร พูดกันแบบง่ายๆ คือเฉินชางจะเพลิดเพลินกับอำนาจในตำแหน่งหัวหน้าทีมได้ แต่ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบภาระงานประจำวันในตำแหน่งหัวหน้าเลย งานของเขาง่ายดายมาก แค่เข้าร่วมพิสูจน์หลักฐานในข้อพิพาททางการแพทย์ที่ความขัดแย้งสูงเหล่านั้น
หลังจากประกาศข่าวนี้ออกไปก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ในชั่วพริบตา ชั่วขณะนั้นทุกคนอดจะทอดถอนใจกับวาสนานี้ของเฉินชางไม่ได้ ถึงขั้นที่อู๋ถงฝู่เรียกตัวเฉินชางมาพูดคุยกันเลยทีเดียว
หลังจากเฉินชางมาถึงห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
”ผู้อำนวยการอู คุณเรียกพบผมเหรอครับ”
อู๋ถงฝู่เห็นเฉินชางมาแล้วก็พยักหน้าแย้มยิ้ม
“อืม มีเรื่องจะคุยกับคุณนิดหน่อย คุณนั่งก่อนสิ ฉันจะให้คนชงชาให้”
อีกอย่างคุณสมบัติของเฉินชางก็พรั่งพร้อมมาก ถ้าให้ตีความหมายเฉินชางอย่างแท้จริงละก็ คงเป็นอะไรที่เรียกว่าคนที่พูดคำที่มีไม่มาก แต่ว่า… มีประสิทธิภาพสูงจริงๆ!
หลังจากเฉินชางลังเลอยู่พักหนึ่ง ก็ยังคงเลือกปฏิเสธอยู่ดี
คุณค่าของเขาไม่ได้อยู่ในแวดวงข้าราชการ อีกทั้งตัวเขาก็ไม่มีความสามารถและความมั่นใจว่าจะทำหน้าที่นี้ได้ดี สิ่งที่จำเป็นต่อตำแหน่งไม่ใช่แค่ทักษะการแพทย์แต่ยังต้องมีความสามารถพิเศษบางอย่างด้วย อีกอย่างตนก็ไม่จำเป็นต้องไปลุยน้ำโคลนแอ่งนี้เลย ตนคือหมอ ไม่ได้รับอิทธิพลจากอำนาจใดๆ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ด้วยทักษะที่ตนมีอยู่ ไม่มีทางขาดผู้ทรงเกียรติไปแน่
หลังจากทบทวนอย่างถี่ถ้วนอยู่สองวัน เฉินชางปฏิเสธความปรารถนาดีของเลขาเติ้งไป นี่คือสาเหตุที่เฉินชางได้เป็นหัวหน้าทีมกิตติมศักดิ์และรักษาการหัวหน้าทีม
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตอนนี้อิทธิพลของเฉินชางก็โหมพุ่งพวยขึ้นมาเช่นกัน การจัดตั้งทีมประเมินขึ้นอย่างเป็นทางการหมายความว่าเตรียมลงดาบกับข้อพิพาทระหว่างหมอและผู้ป่วยในประเทศอย่างเด็ดขาดแล้ว! ถึงขั้นที่เฉินชางมาเป็นหัวหน้าทีมด้วย
เมื่อขจัดเรื่องร้ายได้ก็มักจะมีเรื่องดีเข้ามาสองชั้น
สองวันมานี้บนหน้าข่าวของเมืองหลวง หัวหน้าสำนักงานความมั่นคงเขตหนึ่งของเมืองหลวงที่ชื่อว่าเจียวหลิง ได้สืบสาวเบาะแสจนไขคดีใหญ่ได้! ส่วนเจียวหลิงก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งเมืองหลวง รับผิดชอบดูแลคดีอาญา
หลังจากดักซุ่มและรวบรวมหลักฐานมานานนับเดือน จนกระทั่งทลายเครือข่ายได้สำเร็จ เมื่อวานนี้ในที่สุดเจียวหลิงก็โล่งอกแล้ว! งานในช่วงที่ผ่านมามีแรงกดดันสูงมาก แต่ว่า… เจียวหลิงระลึกถึงใครคนหนึ่งมาโดยตลอด นั่นก็คือเฉินชาง ถ้าไม่มีเขาตอนนี้คงไม่มีโอกาสไขคดีได้ด้วยซ้ำ
วันต่อมา หลังจากที่เจียวหลิงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งเมืองหลวง มีธงเชิดชูเกียรติผืนหนึ่งส่งมายังโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน และเจียวหลิงก็เป็นผู้นำธงเชิดชูเกียรติผืนนี้มาส่งให้ด้วยตัวเอง
พอได้เห็นธงเชิดชูเกียรติผืนนี้ ถึงแม้เฉินชางจะดีใจแต่ก็ตื่นตระหนกอยู่ภายในใจด้วย เขากลัวว่าหลังจากคนร้ายกลุ่มนั้นพบเห็นตน เขาจะมาหาเรื่องจนเดือดร้อนขึ้นมาจริงๆ แม้ว่าเจียวหลิงจะบอกเขาว่าทลายทั้งเครือข่ายได้แล้วแต่เฉินชางก็วางใจอย่างสมบูรณ์ไม่ได้
ในเวลานี้เอง ภายในห้องทำงานศูนย์ฉุกเฉิน ธงเชิดชูเกียรติและโล่เกียรติคุณของเฉินชางครอบคลุมพื้นที่ผนังทั้งแถบไปแล้ว
แต่ว่าการมีชื่อเสียงก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไรเช่นกัน ถึงอย่างไรสองสามวันมานี้ก็มีคนแห่มาเข้าตรวจกับเฉินชางมากมาย ใครๆ ก็อยากให้ศาสตราจารย์เฉินตรวจอาการให้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นการตรวจด้านนรีเวชพวกเธอก็ไม่ถือสาเลย ถึงขั้นที่สนุกกับเรื่องนี้มาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ