ฉินเยว่ได้ยินเสียงพ่อดังมาจากอีกฝั่งสาย
น้ำเสียงแฝงความจนปัญญาและโศกเศร้า ดูเหมือนจะมีร่องรอยของความขุ่นเคือง เหมือนหญิงสาวที่ไม่พอใจที่ถูกทิ้งไว้ในวังหลังอย่างโดดเดี่ยว
จู่ๆ ฉินเยว่ก็ถอนหายใจ พูดกับจี้หรูอวิ๋นว่า “เขางานยุ่งมาก เดี๋ยวนี้ทุกต้นเดือนเราสองคนจะมีกิจกรรมร่วมกันเพียงอย่างเดียว คือนั่งดูตารางงานด้วยกัน และเริ่มหาจุดที่ไม่เหมือนกันในตารางเวร ชีวิตลำบากมากนะคะ!”
จี้หรูอวิ๋นเองก็ยิ้ม “เอาเถอะ เยว่เยว่ ลูกถือว่าโชคดีแล้ว! ลูกรู้ไหมว่าทำไมพ่อของลูกถึงไม่ไปเป็นศัลยแพทย์!”
ฉินเยว่อึ้งงันไป คำถามนี้เธอเหมือนว่าเธอจะไม่เคยคิด “ทำไมเหรอคะ”
จี้หรูอวิ๋นนึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้นแล้วไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “ตอนเราสองคนคบกัน พ่อของลูกเพิ่งเข้าไปทำงานในแผนกได้ไม่นาน พ่อของลูกไม่เก่งเรื่องกายวิภาค ดังนั้นงานในทุกๆ วันของแม่ก็คือการเป็นนางแบบให้กับเขา คนอื่นเวลามีความรักเวลาอยู่ด้วยกันต่างหวานชื่น แต่เวลาเราสองคนอยู่ด้วยกัน เขาเอาแต่ดูกล้ามเนื้อสเตอร์โนไคลโดมาสตอยด์ของแม่ ทบทวนจุดเจาะหลอดเลือดของเขา! ตอนนั้นแม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่หุ่นที่ไร้อารมณ์! แต่พ่อของลูกไม่ค่อยเก่งเรื่องกระดูกและกายวิภาคมากนัก ตอนนั้นเราสองคนฝึกตรวจร่างกายด้วยกัน แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ทำไม่เป็นเสียที”
เหล่าฉินได้ยินภรรยาบ่นตน ก็อดทำปากขมุบขมิบไม่ได้ ไม่รู้ว่ากำลังอธิบายอะไรอยู่
จี้หรูอวิ๋นยิ้มพูด “คนเป็นหมอก็งานยุ่งแบบนี้แหละ แค่เข้าใจซึ่งกันและกันหน่อยก็พอแล้ว”
ฉินเยว่พยักหน้า “ใช่ค่ะ! อยู่เมืองหลวงด้วยกันแท้ๆ แต่กลับทำให้หนูรู้สึกว่าเป็นรักทางไกล จดทะเบียนสมรสกันแล้วแท้ๆ แต่รู้สึกเหมือนเป็นทะเบียนสมรสปลอม! กลับบ้านมาหนูก็ยังอยู่คนเดียว! ปรึกษาเคสบ่อยกว่าเดทเสียอีก แค่จะดูหนังด้วยกันก็เลื่อนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมมาถึงตอนนี้…สิ่งที่มีความสุขในทุกๆ วันคือการที่เขาทำ PPT ของเขา หนูอ่านหนังสือของหนู…มีครั้งหนึ่งเราสองคนนัดกันไปกินไหตี่เลา สุดท้ายตอนรออยู่ข้างนอก เราสองคนอ่านคู่มือด้วยกันจนลืมเวลากินข้าวไปสองชั่วโมง ฮ่าๆ…”
จี้หรูอวิ๋นกับฉินเยว่ถือว่าเข้ากันได้ดี แม้ไม่ถึงขั้นคุยกันได้ทุกเรื่อง แต่โดยพื้นฐานแล้วมีเรื่องอะไรก็คุยกันได้
แน่นอนว่า ฉินเยว่เองก็ไม่เกี่ยงที่เฉินชางงานยุ่ง
ก็แค่บ่นกับแม่ไปอย่างนั้น
จี้หรูอวิ๋นผ่านเรื่องพวกนี้มาก่อน เธอให้คำตอบที่น่าพึงพอใจกับฉินเยว่ได้ทุกครั้งไป
แม้เฉินชางจะเก่งมาก แต่ถึงอย่างไรก็งานยุ่งเกินไป ถือว่าขาดการดูแลรายละเอียดในชีวิตของฉินเยว่
การปรากฏตัวของจี้หรูอวิ๋นก็ได้ชดเชยจุดนี้พอดี
เฉินชางออกจากห้องอาบน้ำมาพร้อมรอยยิ้ม
ฉินเยว่ก็เดินเข้ามากอด “สามี ฉันนวดให้นะคะ เหนื่อยใช่ไหม!”
……
เช้าตรู่วันถัดมา เฉินชางก็ทำหน้าที่สามีที่ดี อุตส่าห์เข้าครัวทำอาหารเช้าให้ฉินเยว่
เมื่อคืนเธอรับศึกหนักมาก
อย่าถามเลยว่าเพราะอะไร
ตู้เย็นที่บ้านของเฉินชางใหญ่มาก เป็นแบบสองประตู ข้างในเต็มไปด้วยของกิน
สิ่งที่ฉินเยว่ผู้ออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองดีใจที่สุดคือการซื้อตู้เย็นอันใหญ่
แต่เฉินชางคิดมาตลอดว่าตอนเขาย้ายออกจะจัดการกับตู้เย็นนี้อย่างไร
ถึงอย่างไรก็เป็นของราคาหมื่นกว่าหยวน ทิ้งไปก็เสียดาย
คิดไปคิดมา…
เฉินชางนึกถึงวิธีแก้ปัญหาที่ดีวิธีหนึ่ง
นั่นก็คือซื้อบ้านหลังหนึ่งเอาไว้เก็บของที่ชอบ
อืม!
นี่เป็นวิธีที่ดี
หลังจากกินข้าวเช้ากับฉินเยว่ เฉินชางก็ไปที่โรงพยาบาลแต่เช้า
ช่วงเช้างานค่อนข้างยุ่ง การมาเยือนของเฉินชางมีส่วนช่วยอย่างมากในการบรรเทาชั่วโมงเร่งด่วนในตอนเช้าของแผนกฉุกเฉิน
ตอนนี้เอง คุณป้าสองคนกลับเริ่มทะเลาะกันขึ้นมา
ทั้งสองไม่เด็กแล้ว ดูจากความลึกของริ้วรอย เฉินชางคาดว่าอย่างไรก็คงหกสิบกว่าปี
“บ้านฉันใช้น้ำมันมะกอกมาตลอด! ใครเขาใช้น้ำมันถั่วเหลืองกัน เกรดต่ำเกินไปแล้ว!”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ