เครื่องบินแลนดิ้งลงมาจากขอบฟ้า ร่อนลงพื้นอย่างมั่นคง!
เฉินชางก็สงบจิตใจที่กระวนกระวายลงได้แล้วเช่นกัน
ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน เขาใคร่ครวญถึงปัญข้อหนึ่งมาตลอด
ระบบจะให้ร่มชูชีพเป็นของรางวัลเขาตอนไหนกัน
ถึงยังไงเฉินชางก็ทราบดีว่าในอนาคตตนจะต้องนั่งเครื่องบินเดินทางไปๆ มาๆ อีกหลายครั้ง จะต้องกลายเป็นสมาชิกระดับบัตรทองของบริษัทสายการบินต่างๆ แน่นอน
ดังนั้น…
ระบบควรจะมอบทักษะการร่อนสู่พื้นในระดับความสูงแปดพันเมตรมีค่าการตกเสรีหนึ่งล้านสองแสนองศาอย่างปลอดภัยให้ตนเป็นรางวัลไม่ใช่หรือ!
ในระยะเวลาแปดชั่วโมงที่อยู่บนเครื่องบิน เฉินชางหารือกับระบบซ้ำไปซ้ำมากว่าสองพันครั้ง จนตอนนี้ระบบแฮงค์ไปแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เฉินชางถึงนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตนเพิ่งได้รับหนังสือทักษะระดับสมบูรณ์แบบมาหนึ่งเล่ม เอามาใช้ขับเครื่องบินดีไหมนะ
ทักษะบังคับการบินสมบูรณ์แบบ!
ครั้งนี้แม้แต่หนังสือทักษะก็ทนดูไม่ได้อีกต่อไป แจ้งเฉินชางว่าใช้ได้กับทักษะผ่าตัดเท่านั้น
เฉินชางจนใจกับคำชี้แจงนี้อย่างยิ่ง
ความเสียใจนิดๆ ที่ฉายอยู่ในแววตาเศร้าหมองของเขาทำให้อวี๋อีค่อนข้างสับสน
อย่างไรเสียขอแค่เป็นหนุ่มหล่อ ต่อให้ผายลมก็ยังหอมเหมือนกลิ่นยี่หร่าอยู่ดี ถ้าวาสนาดีก็อาจะมีกลิ่นพริกป่นปนมาด้วย
จากการประเมินด้วยสายตา นี่คงเป็นเพราะใคร่ครวญถึงโรคบางชนิดอย่างลึกซึ้งอยู่ละมั้ง
เฮ้อ!
ผู้หญิงแบบไหนกันนะถึงจะคู่ควรเหมาะสมกับคนโดดเด่นอย่างศาสตราจารย์เฉิน
ในเวลานี้เอง แอร์โฮสเตสของชั้นเฟิร์สคลาสก็เดินเข้ามา
แจ้งพวกเฉินชางว่ามีคนมารอรับที่สนามบิน ให้ใช้ช่องทางพิเศษได้
เฉินชางพลันตะลึงไปเล็กน้อย!
ช่องทางพิเศษ
มีคนมารอรับงั้นเหรอ
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางก็มองออกไปนอดหน้าต่างแวบหนึ่ง ในหัวมีฉากตอนที่ผู้นำของต่างประเทศลงจากเครื่องพลางโบกมือทักทายผุดขึ้นมาในหัว
จู่ๆ เฉินชางก็เริ่มประหม่าขึ้นมา
แล้วเวลาลงบันไดควรจะก้าวเท้าซ้ายหรือว่าเท้าขวาก่อนดีล่ะ
แล้วตอนโบกมือ…ต้องโบกมือซ้ายหรือว่ามือขวา
ในทันใดนั้น!
อวี๋อีมองเฉินชางเล็กน้อย อดถามไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉิน ยังมัวขบคิดปัญหาอยู่อีกเหรอคะ ไปกันได้หรือยัง!”
เฉินชางหน้าแดง รีบลุกขึ้นมา “ครับ เทคนิคการผ่าตัดโดยหัวใจไม่หยุดเต้นยังมีจุดที่ต้องทบทวนนิดหน่อยน่ะ ผมกำลังพิจารณาอยู่”
พอพูดจบก็เดินนำออกไปก่อน
คนที่เหลืออยู่รู้สึกสะท้อนใจมาก
แอร์โฮสเตสประจำชั้นเฟิร์สคลาสมองชายคนนี้ที่ทางบริษัทกำชับให้คอยดูแลเป็นพิเศษ แววตาเต็มไปด้วยปริศนา
พอได้ฟังคำพูดของเฉินชาง แอร์โฮสเตสก็ทอดถอนใจออกมา ถ้าได้แต่งกับคนแบบนี้ ในอนาคตลูกที่คลอดออกมาจะมีไอคิวระดับมหาวิทยาลัยฮาร์วาดไหมนะ
พอคิดได้แบบนี้ แอร์โฮสเตสสาวถอนหายใจด้วยความเสียดาย ในเมื่อคว้ามาไม่ได้ งั้นก็…ฉวยโอกาสแทะโลมหน่อยดีกว่า!
ด้วยเหตุนี้จึงมีการแตะโดนมือของเฉินชางอยู่นับครั้งไม่ถ้วนทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ!
ในที่สุดก็ลงจากเครื่องบินมาได้ภายใต้การนำทางของแอร์โฮสเตส
ไม่มีบันได…ยังคงเป็นโถงทางเดิน
เรื่องนี้ทำให้เฉินชางค่อนข้างผิดหวังนิดๆ
หลังจากผ่านช่องทางออกไป ในที่สุดเฉินชางก็ได้พบกับกลุ่มคนที่มารอรับ
ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นผู้อำนวยการเสี้ยวรุ่นฟางและรัฐมนตรีเฉา ยังมีบุคลากรเจ้าหน้าที่ติดตามมาด้วย ในมือถือช่อดอกไม้
เฉินชางค่อนข้างตื้นตันใจ ผู้อำนวยการเสี้ยวและรัฐมนตรีเฉามารับด้วยตัวเอง นับว่าเขาค่อนข้างน่าตื้นตัน
ต้องทราบก่อนว่าตอนนี้เป็นเวลาราวสองถึงสามทุ่มแล้ว
พอเห็นพวกเฉินชางลงจากเครื่องบินมา เสี้ยวรุ่นฟางเป็นแกนนำเริ่มปรบมือให้ก่อน
ไม่มีพิธีต้อนรับที่เลิศหรู ไม่มีเด็กมามอบช่อดอกไม้ให้และไม่มีรถแห่ประดับธงแดงพร้อมติดเครื่องกระจายเสียง
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน!” มีเพียงคำพูดที่เรียบง่ายประโยคเดียว
เฉาอวี๋เป็นฝ่ายเดินเข้ามาจับมือกับเฉินชางก่อน เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
เฉินชางยิ้มให้ “โชคดีที่ผมไม่ทำให้ขายหน้า!”

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ