อวี๋หย่งกังและหม่าเยว่ฮุยที่มาจากโรงพยาบาลทหารเหมือนกันต่างมีความคิดเดียวกัน
จะไปแก้แค้นให้เฉินชาง!
สวีอ้ายชิงห้ามไม่อยู่เลย!
ตอนที่เฉินชางกำลังมุ่งความสนใจไปที่การทำวิจัย เรื่องราวบางอย่างก็เกิดขึ้นเงียบๆ
สวีจื่อหมิงอึดอัดใจมาก จึงชวนหวังทงออกไปกินข้าว
พอดื่มมากเข้าหน่อยทั้งสองก็คุยกันมากขึ้น
สวีจื่อหมิงอดพูดไม่ได้ “ถานเจิ้งหยางพักสิทธิบัตรของเฉินชางไว้”
หวังทงได้ยินแล้วขมวดคิ้วทันที “หมายความว่าอย่างไรครับ”
สวีจื่อหมิงพลันเล่าเรื่องเทคโนโลยีขดลวดงวงช้างของเฉิน
“เทคนิคนี้สุดยอดมากจริงๆ นี่คือจุดเปลี่ยนในประวัติศาสตร์การผ่าตัดภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด เทคนิคที่ดีขนาดนี้กลับถูกพักไว้ โง่จริงๆ เลย”
หลังจากหวังทงฟังจบ ตั้งนานก็ยังสงบสติอารมณ์ไม่ได้
“คราวก่อนผมก็ถูกถานเจิ้งหยางเล่นงานเรื่องบทความ” หวังทงพูดอย่างขึ้งโกรธ “ปีที่แล้วนี่เอง”
สวีจื่อหมิงอึ้ง “คุณ…การคัดเลือกสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์เหรอ”
หวังทงพยักหน้า “ครับ ถานเจิ้งหยางเชิญผมไปเป็นบรรณาธิการวารสารอะไรสักอย่าง จากนั้นให้ผมเขียนบทความไปหลายฉบับ”
สวีจื่อหมิงอดบ่นไม่ได้ “ทำได้ทุกวิถีทางจริงๆ! ประเด็นคือวารสารนี้เป็นวารสารไดเร็ก! ผมคิดว่า…ถานเจิ้งหยางอยากเอามาลองทดแทนที่มีอยู่…”
หวังทงพยักหน้า “ความคิดของเขาร้ายกาจจริงๆ!”
ดูเหมือนต่างกันเพียงก้าวเดียว แต่กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
ช่องว่างนี้เปรียบเสมือนช่องว่างธรรมชาติที่คนส่วนใหญ่ข้ามไปไม่ได้
ถานเจิ้งหยางมาถึงขั้นที่ทำได้ทุกวิถีทางเพื่อผลประโยชน์ของตนเองแล้ว!
หลังจากหวังทงและสวีจื่อหมิงเงียบไปครู่ใหญ่ จู่ๆ ก็สบตากัน
“จะทำอะไรสักหน่อยไหม”
ทั้งสองอึ้งไปทันที!
แอลกอฮอล์กระตุ้นความกล้า!
ไม่นานทั้งสองก็ตกลงกันได้
ตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่าง
ส่วนเหอจื้อเชียนกับหลี่เป่าซานไปเมืองอันหยางด้วยกันตอนวันหยุดสุดสัปดาห์ และได้เจอกับเอรินผู้รับผิดชอบสมาคมศัลยกรรมทางเดินอาหารระดับโลกที่กำลังสร้างอยู่
หลังจากหลี่เป่าซานกลับแผนก ก็ไปหาฉินเสี้ยวยวนพ่อตาของเฉินชางก่อน
จากนั้นก็ไปประชุมกับทุกคนในแผนกฉุกเฉิน
ตอนนี้โรงพยาบาลอันดับสองแห่งมณฑลกำลังพัฒนาอย่างเต็มกำลังและกำลังสร้างศูนย์ฟื้นฟูฉุกเฉิน
แต่หลี่เป่าซานได้โทรหาพวกทังจินปอ หวังอวี้ซาน ฉางหงเหล่ยและกู้หงเหมยโดยตรง
ตอนนี้หน้าที่ของทุกคนกำลังลงตัว
เดือนกรกฎาคมกำลังจะมาถึงแล้ว
……
วันนี้เฉินชางก็ใช้ชีวิตตามปกติ หลังจากผ่าตัดเสร็จ เขาก็แบ่งปันบทสรุปกับทุกคน
ทว่าตอนนี้เอง สายหนึ่งโทรเข้ามา
“ศาสตราจารย์เฉินคะ ฉันหยางชิงเองนะคะ เราเจอแล้วค่ะ!”
หยางชิงตื่นเต้นมากจริงๆ
เฉินชางอึ้งไปเล็กน้อย พยายามนึกถึงเรื่องราวของหยางชิง รวมถึงเด็กหญิงที่ชื่อจ้าวซือหานผู้สูญเสียจมูก!
เฉินชางถามอย่างประหลาดใจ “แอลโลกราฟท์เหรอครับ เสียชีวิตหรือยัง”
หยางชิงถอนหายใจ “หัวหน้ากงช่วยติดต่อมาได้ค่ะ อีกฝ่ายเองก็เป็นเด็กอายุเก้าขวบเหมือนกัน ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ ตอนนี้กำลังจะไม่ไหวแล้ว…ทั้งเด็กหญิงและญาติๆ ต่างอยากบริจาคอวัยวะ หวังว่าเธอจะเติบโตบนโลกนี้ต่อในอีกวิธีหนึ่ง…”
ตอนที่พูด หยางชิงบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจ อารมณ์ซับซ้อน
ถึงอย่างไรก็เป็นเด็กหญิงอายุเก้าขวบเหมือนกัน จู่ๆ ก็จะจากโลกนี้ไป


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ