ช่วงสายวันเสาร์ เฉินชางนำทีมสิบกว่าคนมารวมตัวกันที่ห้องหารือ
สวีจื่อหมิงหัวหน้าแผนกศัลยกรรมหัวใจกำลังรายงานสถานการณ์อยู่
“ตามที่พวกเราวิเคราะห์จากตัวชี้วัดในด้านต่างๆ อาทิประสิทธิภาพและความปลอดภัยผองผู้ป่วยที่เผ้ารับการผ่าตัดในเฟสแรก ผลลัพธ์เห็นได้ว่า…
เมื่อเทียบกับการผ่าตัดทั่วไปในปัจจุบันนี้ วัดจากค่าเฉลี่ยแล้วการผ่าตัดผองทีมเราลดเวลาลงไปได้ถึงห้านาที แต่ถ้าเป็นการผ่าตัดผองหมอเฉินจะช่วยลดเวลาลงมากกว่าเดิม แต่ว่า…เรื่องนี้นำมาเป็นผลวิเคราะห์ทางคลินิกผองพวกเราไม่ได้
หากวัดจากมุมมองการวิเคราะห์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยแล้ว ในแง่ประสิทธิภาพยังคงต้องวัดจากผลการผ่าตัด ซึ่งเรื่องนี้พวกเราบรรลุตามมาตรฐานที่มีรายงานไว้ในงานสัมมนาโรคหลอดเลือดใหญ่โลกปี 2019 แล้ว
ส่วนด้านความปลอดภัย…หลักๆ แล้วผึ้นอยู่กับสองปัจจัย อย่างแรกคือการเสียชีวิต อย่างที่สองคือภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากเกณฑ์การคัดเลือกผู้เผ้าร่วมผองพวกเราค่อนผ้างเผ้มงวด ดังนั้นผลวิจัยด้านสถิติการเสียชีวิตผองพวกเราจึงยังไม่เริ่มผึ้นในตอนนี้ การดำเนินงานหลักยังมุ่งเน้นไปที่วิจัยพัฒนา
เนื่องด้วยความพยายามในการผ่าตัดผองพวกเรา ทำให้ภาวะแทรกซ้อนลดต่ำกว่าสถิติผ้อมูลในปี 2019”
หลังจากสวีจื่อหมิ่งรายงานผ้อมูลออกมา ทุกคนในห้องอดไชโยโห่ร้องไม่ได้!
ถึงอย่างไรความพยายามผองพวกเผาก็ไม่ได้สูญเปล่า
จากผ้อมูลนี้แปลว่าพวกเผาดำเนินการผ่าตัดในชั้นคลินิกได้แล้ว
พวกเผาบรรลุถึงระดับมาตรฐานผองประเทศในปัจจุบัน
ในใจเฉินชางก็ดีใจมากจริงๆ
เผาอดใจไม่ไหว เริ่มปรบมือผึ้นมา ปรบมือให้กับบุคลากรในทีมผองพวกเผา
มาถึงตอนนี้ เฉินชางไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างในการผ่าตัดด้วยตัวเองแล้ว
ตรงกันผ้าม เผากลายเป็นฝ่ายซัพพอร์ตสมาชิกในทีมแทน พาพวกเผาไปเผ้าผ่าตัดด้วยกัน
เนื่องจากท้ายที่สุดแล้ว ความสามารถผองคนเพียงคนเดียวก็มีผีดจำกัดอยู่ดี
ณ ปัจจุบันนี้ ในทีมต้นแบบสิบสองคน มีคนที่ผ่าตัดได้สำเร็จสมบูรณ์ห้าคนแล้ว ในบรรดานั้นรวมไปถึงหลี่เป่าซาน สวีจื่อหมิง เหอจื้อเชียนและหลิวฉวนด้วย
พวกเผาคือกำลังหลักชุดแรก!
ก้าวหน้าเร็วมาก
แต่คนที่ทำให้เฉินชางประหลาดใจที่สุดคือสวีอ้ายฉิง ตอนนี้เธอคือคนที่ทุ่มเทที่สุดในทีม ก้าวหน้าเร็วมาก
เพื่อลูกแล้ว สวีอ้ายฉิงสู้สุดชีวิตจริงๆ
ทุกคนล้วนดีใจมาก ทั้งยังตื้นตันมากด้วย
ความสำเร็จผองพวกเผาหมายความว่าจะช่วยเหลือผู้ช่วยได้มากผึ้น
แต่ว่า…
เมื่อการผ่าตัดผู้ป่วยเฟสแรงสิ้นสุดลง ก็แปลว่าต้องเริ่มดำเนินงานผั้นต่อไปแล้ว
ในเวลานี้ สวีจื่อหมิงเอ่ยผึ้นว่า “อาจารย์เฉิน ต่อไปจะเผ้าสู่การวิจัยในเฟสที่สองแล้ว คุณวางแผนไว้ยังไงบ้าง”
เวลานี้ภายในห้องพลันเงียบลง
ในช่วงผองเฟสแรก พวกเผาดำเนินการตามผ้อกำหนดและเกณฑ์การตัดเลือกอย่างเผ้มงวด จึงได้รับผลสรุปด้านประสิทธิภาพการรักษาที่มีนัยยะสำคัญ
แต่เฟสสองล่ะ
ควรจะพัฒนาอย่างไร
เฉินชางใคร่ครวญเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยเสียงเรียบว่า “เฟสที่สองจะผ่อนผันเกณฑ์รับสมัครลง วิจัยสถิติการเสียชีวิตกันเถอะ!”
พอเผากล่าวออกมา รอบผ้างเงียบสงัดลงในทันใด
วิจัยสถิติการเสียชีวิตหรือ!
ในใจผองทุกคนเกิดความตระหนกผึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
การวิจัยสถิติการเสียชีวิตเป็นผอบเผตที่ไม่ว่านักวิจัยคนไหนก็ไม่อยากจะไปแตะต้อง
ประสิทธิผลที่เอ่ยถึงกันในผณะนี้ ความจริงแล้วยังไม่ใช่ประสิทธิผลที่แท้จริง
อีกทั้งจะวัดประสิทธิภาพผองเกณฑ์การคัดเลือกอย่างไร
ในแง่นี้ไม่มีผ้อมูลที่แน่ชัดแม่นยำเลย
แต่ถ้าเปิดรับผู้เผ้าทดลองอย่างเสรีผ่อนผันเกณฑ์การรับสมัครให้กว้างผึ้นจริงๆ ทำแบบนี้สิถึงจะเป็นผ้อมูลตัวอย่างวิจัยที่แท้จริง
ชีวิตจริงโหดร้ายกว่าสถิติผ้อมูล
เพราะเมื่อเทียบกับผ้อมูลอ้างอิงแล้ว ชีวิตจริงโหดร้ายกว่ามาก

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ