ทุกคนพากันปรบมือตามคำชมของเหลียงไท่
ตลอดการผ่าตัด คนไข้ถ่ายเลือดถึง 4500 มิลลิลิตร
แต่ส่วนมากคือเลือดจากร่างกายตัวเอง
เลือดที่แผนกธนาคารเลือดเตรียมส่วนใหญ่ยังแช่แข็งอยู่ นอกจาก 1000 มิลลิลิตรที่อุ่นแล้วซึ่งใช้ในตอนแรก ส่วนใหญ่ที่เหลือก็ยังไม่ได้ใช้
การผ่าตัดประสบความสำเร็จแล้ว!
ทุกคนเริ่มปรบมือให้เฉินชาง
บนตัวของเฉินชางในตอนนี้เต็มไปด้วยคราบเลือด
ตอนที่เลือดสดกระเซ็นออกมา เฉินชางไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ไม่ใช่เพราะเฉินชางหลบไม่พ้น
แต่เพียงเพราะด้านหลังเขาเป็นพยาบาลที่ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย
หากเลือดที่อุ่นร้อนกระเซ็นใส่หน้า ไม่พูดถึงความรู้สึกต่อจิตใจ ลำพังเพียงคนไข้เป็นโรคติดต่อหรือไม่ก็เป็นข้อห้ามแล้ว
ดังนั้นตลอดขั้นตอนนี้ พยาบาลซาบซึ้งในตัวเฉินชางมาก และตั้งใจทำงานทุกอย่างเป็นอย่างดี
ความจริงในใจทุกคนล้วนสว่างสดใส
เสียงปรบมือในห้องผ่าตัด เป็นเสียงที่เฉินชางเต็มใจฟังมากที่สุด
และความเงียบ กลับเป็นสิ่งที่เขาไม่เต็มใจฟังมากที่สุด
ตราบใดที่มีเสียงหัวเราะยินดี เสียงปรบมือ นี่ก็อธิบายว่าการผ่าตัดสำเร็จแล้ว
และความเงียบ…
ก็สื่อว่าการผ่าตัดโชคร้ายมากกว่าดี
จางเผยอี้ติดต่อ ICU เพื่อเคลื่อนย้ายคนไข้ทันที
ส่วนทันทีที่เฉินชางออกประตู เขาก็เห็นเว่ยจู๋ฮว๋ากับหลี่ฮุยยืนรออยู่หน้าประตู
“ศาสตราจารย์เฉิน ลำบากแล้ว!” เว่ยจู๋ฮว่าพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น!
เว่ยจู๋ฮว๋าที่เป็นประจักษ์พยานในการช่วยเหลือครั้งนี้กับตาเลือดสูบฉีดแล้วจริงๆ
ถึงขั้นว่าในใจยังตื่นเต้นพลุ่งพล่าน!
เฉินชางยิ้มบอก “หัวหน้าเว่ย นี่เป็นสิ่งที่ผมควรทำครับ”
เขาถอดเก็บชุดผ่าตัดที่เปื้อนเลือดโยนลงในกล่องขยะ
เว่ยจู๋ฮว๋าพยักหน้า จับมือของเฉินชาง ตบบ่าเบาๆ “ทำดีมาก!”
“รอคุณเรียนเพิ่มเติมจบแล้ว ผมจะเซอร์ไพรส์คุณ!”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็งุนงงเล็กน้อย “เซอร์ไพรส์เหรอครับ”
เว่ยจู๋ฮว๋าหัวเราะหึๆ “ถูกต้อง
รับประกันว่าเป็นเซอร์ไพรส์ที่คุณต้องพอใจ!”
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นก่อน ประโยคนี้ทำให้เฉินชางคาดหวังขึ้นมาหลายส่วน
หลี่ฮุยก็ขอบคุณเฉินชางสุดซึ้ง แต่…ความตื่นเต้นนี้แตกต่างออกไป
เขาอายุสี่สิบห้าสิบปีแล้ว มุมมองคุณค่าและมุมมองชีวิตของคนมั่นคงขึ้นแล้ว ไหนเลยจะเปลี่ยนแปลงง่ายขนาดนี้
เฉินชางก็พยักหน้าอย่างสุภาพ
หลี่ฮุยพยายามแสดงความสนิทสนมกับเฉินชางมากขึ้น ปากเรียกน้องเฉินอยากจะสานสัมพันธ์ด้วย
แต่เฉินชางไม่กระตือรือร้นเท่าไรนัก
ติดต่อกับนักการเมืองเป็นเรื่องค่อนข้างยุ่งยากเสมอมา เพราะคุณไม่รู้ว่าความคิดที่แท้จริงของฝ่ายตรงข้ามคืออะไร
เยว่เทาแผนกรังสีวิทยามองเฉินชาง มองหัวหน้าพูดคุยกับผู้อำนวยการก็ไม่สะดวกรบกวน
พวกเหลียงไท่วิสัญญีแพทย์กับจางเผยอี้ โหวเลี่ยงก็เป็นเช่นนี้
ตอนนี้พวกมีความสงสัยเต็มท้องที่อยากจะขอคำอธิบายกับเฉินชางดีๆ สักรอบ แต่กลับไม่สะดวกตัดบทผู้อำนวยการ
“ศาสตราจารย์เฉิน ลำบากมานานแล้ว ไอ้หยา นี่ก็สามทุ่มแล้ว เอาแบบนี้ไหม พวกเราออกไปกินอะไรกันหน่อย ผมจัดการให้”
หลี่ฮุยยิ้มหยิบมือถือขึ้นมาจะโทรสั่งการ
แต่เฉินชางรีบปฏิเสธ “ไม่ต้องแล้วครับ ผู้อำนวยการหลี่ ผมเตรียมกลับบ้านแล้ว พ่อตาบอกจะเก็บอาหารไว้ให้ผมครับ”
หลี่ฮุยได้ยินดังนั้นก็รีบหัวเราะบอก “คุณดูสิ ผมลืมเรื่องนี้ไปเลย เอาแบบนี้ เปลี่ยนวันนัดหมายแล้วกัน เรียกผู้อำนวยการฉินมาด้วย ทุกคนนั่งด้วยกัน พวกเราโรงพยาบาลพี่น้องอันดั บหนึ่งอันสอง จะต้องเพิ่มการฝึกฝน ร่วมวินิจฉัยกันบ่อยๆ”
ได้ยินประโยคนี้ เฉินชางยิ้มเยาะในใจ
พูดซะคล่องเลยนะ
วินิจฉัยร่วมกันนอกโรงพยาบาล?
ตอนที่อดีตผู้อำนวยการฝางของโรงพยาบาลอันดับสองป่วยหนัก โรงพยาบาลประชาชนแห่งมณฑลยื่นขอวินิจฉัยร่วม ก็ส่งมาแค่หัวหน้าธรรมดา
วินิจฉัยร่วมกับมีดบิน รวมถึงเชิญผู้เชี่ยวชาญ เป็นวิธีการนอกโรงพยาบาลที่แตกต่างกันสามแบบ
วินิจฉัยร่วมราคาต่ำสุด มีค่าธรรมเนียมในการรักษาตั้งแต่หลายสิบไปจนถึงหลายร้อยหยวน
ส่วนมีดบินค่อนข้างแพง แต่หลักๆ คนไข้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เชิญผู้เชี่ยวชาญก็เป็นวิธีการร่วมมือชนิดหนึ่งของโรงพยาบาล โรงพยาบาลรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เป้าหมายหลักก็คือเชิญผู้เชี่ยวชาญมาเพิ่มอิทธิพลของโรงพยาบาล

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ