หลังจากเฉินชางถามอาการผู้ป่วยง่ายๆ ไม่กี่คำถามก็เริ่มตรวจร่างกายผู้ป่วยอย่างละเอียด
กล่าวตามตรง! การตรวจร่างกายเป็นสิ่งที่ทำแล้วเสพติดได้
เหมือนอย่างที่รุ่นพี่คนหนึ่งพูดเอาไว้ การตรวจร่างกายมีความเป็นไปได้เพียงสองทาง คือไม่มีการตรวจเลยแม้แต่ครั้งเดียวกับตรวจนับครั้งไม่ถ้วน
แน่นอนว่าตรวจหุ่นจำลองไม่สนุกเท่าตรวจคนจริงๆ!
โดยเฉพาะตอนสัมผัสต่อมน้ำเหลือง ตอนคลำ หุ่นจำลองไม่มีการตอบสนองเลย!
แต่ผู้ป่วยกลับแตกต่าง ต่อมน้ำเหลืองทั้งใหญ่ทั้งกลม เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดเป็นระยะๆ ทำให้หมอเข้าใจอาการได้
ก็เพราะแบบนี้ หลังจากเฉินชางคลำดูแล้ว สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ขมวดปมคิ้วเล็กน้อย
เอ๊ะ
โธ่!
แค่การทดสอบกลับให้โจทย์ยากขนาดนี้เชียว
ระหว่างที่คิด เฉินชางก็เริ่มซักประวัติ
เพียงแต่…
เฉินชางยิ่งถามก็ยิ่งสนใจ!
คิดไม่ถึงว่าจะเจอโจทย์ที่มีความท้าทายและชวนสับสนแบบนี้!
ทันใดนั้น เพื่อความปลอดภัย เฉินชางหยิบหูฟังทางการแพทย์ขึ้นมาอีกครั้ง โดยฟังหัวใจของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก จากนั้นเป็นทรวงอก...
หลังจากตรวจเสร็จ เฉินชางก็สูดหายใจเข้าลึกๆ!
มองผู้ป่วยด้วยสายตาลึกซึ้งแวบหนึ่ง!
ผู้ป่วยยิ้ม มองเฉินชางด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเช่นเดียวกัน
เหมือนมีการต่อสู้ทางสติปัญญาและความกล้ากันอย่างดุเดือด มุ่งมั่นจะเอาชนะ
และตอนนี้เอง ผู้คุมสอบทั้งสามต่างมองหน้ากันอย่างประหลาดใจเล็กน้อย
ศาสตราจารย์เฉินทำแบบนี้…เพื่อแสดงให้กล้องดูหรือ
ทำแบบนี้เพื่อหลอกกล้องหรือ
จำเป็นต้องจริงจังขนาดนี้เลยหรือ
ทว่าตอนนี้เอง เฉินชางได้ยินเสียงประหลาดจากช่องท้อง!
ทันใดนั้น เฉินชางสีหน้าเปลี่ยนไป!
เขาหลับตาใคร่ครวญอีกครั้ง และเริ่มซักประวัติผู้ป่วยอีกครั้ง!
ทว่าครั้งนี้เฉินชางถามละเอียดขึ้นเรื่อยๆ!
ยิ่งถามก็ยิ่งเจอปัญหา!
“เจ็บหน้าอกเฉียบพลันหรือครับ”
เฉินชางขมวดคิ้วแน่นทันที
“คุณความดันโลหิตสูงมานานแค่ไหนแล้ว”
ชายคนนั้นยิ้ม “เป็นกรรมพันธุ์ครับ สามสิบปีแล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่ได้กินยาอย่างจริงจัง ครั้งนี้จู่ๆ รู้สึกเจ็บหัวใจ ผมเลยรีบมาหาหมอครับ”
ผู้ป่วยก็ไม่ได้ดูเครียด
ถึงอย่างไรเขาก็ได้แอดมิตที่โรงพยาบาลแล้ว คุณหมอเองก็บอกว่าอาการค่อยๆ ดีขึ้น
สำหรับการมาเป็นแบบการทดสอบระดับกลางครั้งนี้ เขาก็เป็นคนอาสามาเอง
ควรรู้ว่า ผู้ป่วยที่มาเป็น ‘แบบ’ เหล่านี้ล้วนเป็นอาสาสมัคร ไม่ได้ค่าจ้าง เพราะฉะนั้นโดยทั่วไปแล้วคนที่มานิสัยร่าเริงมาก!
ผู้ป่วยคนนี้เป็นพี่ชายอายุเกือบสี่สิบปีแล้ว หัวโล้น รูปร่างเตี้ยม่อต้อ เป็นผู้จัดการเล็กๆ ของบริษัทเอกชน การใช้ชีวิตถือว่าสบายๆ
หลังจากแอดมิตที่โรงพยาบาลครั้งนี้ ถึงขั้นพูดอย่างมองโลกในแง่ดีว่า ตนไม่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่นบ่อยๆ แล้ว ถึงขั้นจะได้พักผ่อนสักระยะ
ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการเจ็บหน้าอก ความดันโลหิตสูง เขาที่สูบบุหรี่และดื่มเหล้ามาเป็นเวลานาน ตอนนี้หลอดเลือดคาโรติด[1]มีรอยด่างแล้ว
เพราะฉะนั้นแพทย์เจ้าของไข้กังวลว่ารอยด่างที่ไม่แน่นอนจะทำให้เกิดโรคต่างๆ อย่างพวกโรคหลอดเลือดสมองตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย
ตอนที่เฉินชางถามคำถาม ผู้ป่วยบอกผลการวินิจฉัยกับเขาไม่ได้ บอกได้แค่อาการ ความจริงก็คือผู้ป่วยต้อง ‘ต่อสู้ทางสติปัญหา’ กับหมอผู้เข้าสอบ!
ทว่าตอนนี้เอง จู่ๆ เฉินชางก็ถามว่า “ช่วงนี้คุณเป็นหวัดหรือเปล่า มีไข้หรือมีผื่นตามตัวไหมครับ!”
ชายหนุ่มชะงักไปทันที ย้อนคิดอย่างละเอียดแล้วรีบพูดว่า “มีครับๆ! ก่อนเข้าแอดมิตที่โรงพยาบาลมีอาการแบบนี้ แต่เพราะไม่ได้ชัดเจนมาก ผมเลยไม่ได้สนใจ หลักๆ เพราะเจ็บหน้าอก ผมถ ถึงมารักษาตัวที่โรงพยาบาล!”
เฉินชางได้ยินประโยคนี้ จู่ๆ ก็ขมวดคิ้วขึ้นมา ในขณะเดียวกัน สายตาก็เคร่งขรึมขึ้น
เขาหันมองผู้คุมสอบทั้งสามคน “ผมขอภาพเอกซเรย์ล่าสุด รวมถึงผลตรวจทางสรีรวิทยาและชีวเคมีครับ”
ทั้งสามอึ้งงันไป สวีอ้ายหมิงรีบยื่นให้
เฉินชางหยิบผลตรวจเลือด ผลตรวจการทำงานของตับและไต โทรโปนิน[2] ผลตรวจโรคติดเชื้อ ผลตรวจสรีรวิทยาและชีวเคมีออกมา
เฉินชางอ่านรายงานการตรวจไวมาก หลังจากอ่านจบก็วางลง
เขาค้นพบว่า การตรวจในตอนนี้อาจจะไม่มีความหมายใดๆ แล้ว
เขาวางผลตรวจลง หยิบภาพเอกซเรย์ขึ้นมา
เพราะรายงานจากห้องปฏิบัติการเป็นข้อมูลแบบเรียลไทม์!
หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ