แพทย์เจ้าของไข้กับแพทย์ประจำบ้านต่างกันมาก
ความแตกต่างนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณมีคุณสมบัติที่จะเป็นแพทย์เจ้าของไข้หรือไม่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าโรงพยาบาลจะจ้างคุณเป็นแพทย์เจ้าของไข้หรือไม่
ถ้าได้เป็นแพทย์เจ้าของไข้ สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือเงินเดือนและสวัสดิการจะเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
แม้คุณจะยังเขียนชาร์ตผู้ป่วยเหมือนเดิมทุกวัน แต่…คุณได้เงินเยอะขึ้น!
สวัสดิการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน!
ทุกคนได้ยินคำพูดของเฉินชางแล้วหัวเราะฮ่าๆ ขึ้นมาทันที
“แม่ง ชางเอ๋อร์เก่งเกินไปแล้ว”
“ลูกพี่เฉินยิ่งใหญ่เกรียงไกร!”
“หัวหน้าเฉินกล้าหาญมาก!”
……
ทุกคนจากโรงพยาบาลอันดับสองต่างดีใจขึ้นมา คนรอบข้างมองคนกลุ่มนี้อย่างอิจฉา
ผู้ชายคนนั้นจะบอกว่าเฉินชางขี้โม้ แต่…คิดอยู่ตั้งนานก็ไม่ได้พูดออกมา
เพราะเรื่องนี้ เฉินชางไม่จำเป็นต้องโม้!
ปีหน้าเขาก็จะเป็นหัวหน้าของตึกฉุกเฉินโรงพยาบาลอันดับสอง เป็นหัวหน้าของตึกทั้งแปดชั้นแล้ว รับสมัครแพทย์เจ้าของไข้เข้ามาสักสองสามคนไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร
ถ้าถามว่าเขามีสิทธิ์อะไรที่จะทำแบบนี้น่ะหรือ
ก็เพราะเขายังมีพ่อตาเป็นผู้อำนวยการของโรงพยาบาลอันดับสองอีกด้วยน่ะสิ!
ทันใดนั้น…
ผู้ชายคนนั้นรู้สึกอิจฉาขึ้นมา…
เฉินชางมองชายหนุ่มที่อยู่ไกลๆ พร้อมเผยรอยยิ้มจนเห็นฟันอันขาวสะอาดบนล่างทั้งสิบหกซี่
ชายคนนั้นไฟสุมทรวง!
……
ในสนามสอบมีผู้คุมสอบหลายคน เป็นทีมผู้คุมสอบที่ประกอบด้วยอาจารย์และเจ้าหน้าที่ระบบการแพทย์ของวิทยาการคอมพิวเตอร์ซินหัว
ด้านนี้ กลุ่มเจ้าหน้าที่ของเมืองอันหยางต่างรวมตัวกันหารือขึ้นมา
“ได้ยินข่าวที่เฉินชางจะเข้าร่วมการทดสอบระดับกลางของปีนี้หรือยัง!”
“จริงหรือ ฮ่าๆๆๆ ฉันไม่เห็นเขามาช่วงหนึ่งแล้ว คิดไม่ถึงว่าเจ้าหมอนั่นจะเข้าร่วมการทดสอบระดับกลาง”
“ใช้ได้เลย ไม่เจอเขามานานแล้ว”
“เดี๋ยวลองดูว่าเฉินชางเป็นกลุ่มที่เท่าไร เราไปดูกันสักหน่อย”
“เป็นความคิดที่ดี!”
เพราะหัวหน้าพวกนี้เป็นผู้คุมตระเวน ไม่จำเป็นต้องคุมสอบ เวลาจึงค่อนข้างยืดหยุ่น พอยืดหยุ่นขึ้นมา ก็จะมีเวลา พอมีเวลา ก็จะทำเรื่องไร้สาระ
หลังจากผ่านจุดตรวจ เฉินชางก็มานั่งประจำที่ของตนเองในห้องเรียน
รอเริ่มการทดสอบ...
เฉินชางถอนหายใจเบาๆ รู้แบบนี้เมื่อครู่นี้จะไม่คุยโว ตอนนี้เพิ่งนั่งลง เขาก็ลืมแนวทางปฏิบัติและความแตกต่างของยาในโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแล้ว
แล้วก็…เบตาบล็อกเกอร์[1]นั่นมีอะไรนะ
เฉินชางลนลานขึ้นมา!
ในใจลนลานไม่เหลือสภาพ!
แบบนี้จะไหวหรือ
ผมยังไม่ทันเริ่มสอบเลยก็ลืมหมดแล้ว
ต้องไปให้เสี้ยวรุ่นฟางแก้ผลสอบให้จริงๆ หรือ
คิดถึงตรงนี้ เฉินชางรู้สึกว่าตนคงจะหน้าแดงถึงตูด
น่าอายเกินไปแล้ว
ช่างเถอะ!
จางซันเฟิง[2] กล่าวไว้ว่า ลืมไปแล้วก็เท่ากับเชี่ยวชาญแล้ว สู้!
ดังนั้น เฉินชางเปิดคอมพิวเตอร์อย่างชำนาญ ป้อนรหัสผู้เข้าสอบ รอเวลาเริ่มการทดสอบอย่างเป็นทางการ
เฉินชางรู้สึกว่าตนทนรอให้ถึงเวลาสอบแทบไม่ไหวแล้ว
การทดสอบเริ่มขึ้น!
วิชาแรกเวลาแปดโมงถึงสิบโมง เป็นการทดสอบความรู้พื้นฐาน
ทั้งหมดนี้เฉินชางถือว่าทำได้
ถึงอย่างไร พื้นฐานตอนมหาวิทยาลัยของเฉินชางก็ค่อนข้างแน่น และเขาก็ไม่เคยทิ้งความรู้พื้นฐานเลย
ตอนทำข้อสอบ ถือว่าค่อนข้างราบรื่น!
ทว่า…พอถึงวิชาที่สอง เฉินชางเริ่มกดดันขึ้นมา!
การสอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
อืม แม้บอกว่าเป็นวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง แต่…ผู้คุมสอบไม่ได้บอกว่าถ้าไม่ใช่วิชาชีพที่เกี่ยวข้องของตนจะสอบไม่ได้
อย่าถามเลย!
ถามก็จะเท่ากับล้ำเส้น!
ทันใดนั้น ชีวิตอันมีความสุขของเฉินชางก็จบลงแต่เพียงเท่านี้
ตอนนี้เอง ผู้คุมตระเวนทยอยประจำที่ มาถึงห้องสอบที่ 1012
หัวหน้าและผู้เชี่ยวชาญสิบกว่าคนเดินเข้ามา
หลังจากเข้ามา ทุกคนเดินวนรอบหนึ่งอย่างเป็นจริงเป็นจัง
ทว่า…
หลังจากเดินมาถึงด้านหลังเฉินชาง ทุกคนต่างหยุด
ตอนนี้เอง!
เฉินชางกำลังลังเลกับข้อสอบปรนัยข้อหนึ่ง!
จะเลือกอย่างไรดี
เลือกข้อที่ยาวที่สุดหรือ
หรือว่าเลือกข้อที่ใหญ่ที่สุดใน ABCD
ยากทุกทางเลย!
ตอนนี้เอง จู่ๆ เสียงกระแอมเสียงหนึ่งได้ขัดจังหวะความคิดของเฉินชาง
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ