ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่มีทางลดน้อยลงเพราะการสอบประเมินที่ใกล้เข้ามา
และผู้ป่วยยิ่งไม่มีทางชะลอการป่วยลงเพราะการสอบประเมินของคุณ
สองวันมานี้ แพทย์ประจำบ้านเฉินยุ่งมากจริงๆ เขาทำแบบทดสอบและอ่านหนังสือทุกวัน!
การสอบประเมินไม่เหมือนการผ่าตัด!
ตอนนี้เฉินชางค่อนข้างจนใจ ทำไมเวลาอ่านข้อสอบปรนัยพวกนี้ คำตอบที่ผิดถึงไม่ขึ้นสีแดงกันนะ
ทำแบบทดสอบเป็นเรื่องสนุก
ต้องเป็นแบบนี้แน่นอน!
เขาบอกตัวเองในใจแบบนี้ร้อยกว่าครั้งแล้ว แต่ว่าทำไมสมองถึงไม่ยอมรับรู้ว่าการทำแบบทดสอบเป็นเรื่องสนุกล่ะ
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียเลย
อย่างน้อยทุกคนในแผนกฉุกเฉินก็เป็นครูให้ได้
บางครั้ง คุณครูบางท่านจะเข้ามาให้คำชี้แนะอย่างวางมาดโอหัง
“ศาสตราจารย์เฉิน ปัญหาแบบนี้คุณก็ตอบไม่ได้เหรอ!”
“ศาสตราจารย์เฉิน คำถามนี้ง่ายจะตาย”
“ศาสตราจารย์เฉิน เอ๋…สมัยก่อนตอนผมสอบประเมินแพทย์เจ้าของไข้…โอ้! ขอโทษด้วย ผมลืมไปว่าผมอยู่ระดับปริญญาเอกแล้ว ไม่ต้องสอบประเมินกลาง! อิจฉาคุณจริงๆ ได้ใช้ชีวิตมีสีสันม มากขนาดนี้! คนเราจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์นะ!”
“อาจารย์เฉิน ตอนผมสอบแพทย์เจ้าของไข้ไม่ได้ทบทวนเลย จริงๆ นะ ผมอ่านแค่คืนเดียว วันต่อมาไปสอบคะแนนรวมสี่หัวข้อของผมก็แค่ 360 คะแนนเท่านั้น เฮ้อ ได้ยินว่าปีนั้นมีคนได้เต ต็มด้วย”
เฉินชางกัดฟันกรอด สำหรับคนพวกนี้ เฉินชางตัดสินใจแล้วว่ารอหลังจากตนสอบเสร็จ พอกลับมาผ่าตัดอีกครั้ง จะให้คนพวกนี้ต้องเขียนเคสทั้งเดือน!
เขาจะถ่ายโอนผู้ป่วยเฝ้าระวังพิเศษทั้งหมดให้ เอาแบบที่ต้องจดบันทึกอาการวันละห้ารอบ!
ผู้ป่วยที่รับแอดมิตจะแบ่งอาการออกเป็น เฝ้าระวังพิเศษ เฝ้าระวังขั้นที่หนึ่ง เฝ้าระวังขั้นที่สอง
ผู้ป่วยเฝ้าระวังขั้นที่สองอาการคงที่อย่างยิ่ง ปกติจะจดบันทึกอาการทุกสามวัน
ส่วนผู้ป่วยเฝ้าระวังขั้นที่หนึ่งจะต้องคอยสังเกตและปรับเปลี่ยนคำสั่งและแผนรักษาอย่างแม่นยำ ดังนั้นจะจดบันทึกวันละครั้ง!
แต่ผู้ป่วยเฝ้าระวังพิเศษต่างออกไป!
นี่คือเคสที่มีการปรับเปลี่ยนแผนรักษาได้ตลอดเวลา อาการของผู้ป่วยไม่มั่นคงอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่แล้วไปราวน์วอร์ดหนึ่งครั้งก็ต้องเปลี่ยนคำสั่งแพทย์ ต้องจดบันทึกอาการใหม่!
จังหวะนี้เอง เหล่าหม่าเดินถอนหายใจเข้ามาในวอร์ด นั่งลงข้างๆ เฉินชาง ถอนหายใส่เฉินชาง!
“เฮ้อ…”
เฉินชางไม่แยแส!
เฉินชางเคยชินกับกลยุทธ์ตบหัวแล้วลูบหลังของเหล่าหม่าจอมเสแสร้งมานานแล้ว วิธีจัดการที่เหมาะสมที่สุดคือเมินไปซะ!
เหล่าหม่าเห็นสถานการณ์ก็หงุดหงิดในใจ
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ
ไม่สนุกเลยสักนิด
พอคิดมาถึงตรงนี้ เหล่าหม่าก็ถอนหายใจต่อไป ครั้งนี้เสียงดังกว่าเดิม ถอนหายใจหนักกว่าเดิม ท่าทางหม่นหมองมากกว่าเดิม และเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นได้มากกว่าเดิม
เสียงถอนหายใจนี้คล้ายอาการหม่นหมองหดหู่ที่ตนถูกเทพธิดาหมางเมินดูแคลนเมื่อคราวก่อน อีกทั้งเจือความสิ้นหวังเหมือนตอนที่ตนทำพลาดครั้งแรกในสมัยยังเป็นหนุ่มน้อยไว้
แต่กลับดึงดูดความสนใจจากเฉินชางไม่ได้เลย!
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดก็มีคนตอบสนองแล้ว!
หัวหน้าโหวของทีมสองเดินเข้ามาหา “เฮ้ออะไร หัวหน้าหม่า คุณเป็นอะไร ไม่สบายใจขนาดนี้เลยเหรอ”
หม่าเยว่ฮุยเห็นว่ามีคนตบมุกก็คึกคักขึ้นมาทันที!
“เฮ้อ ตอนแรกคิดว่าสุดสัปดาห์นี้จะได้พักผ่อนดีๆ ไม่คิดเลยว่ามีงานเข้าอีกแล้ว!”
หัวหน้าโหวได้ยินก็ส่ายหน้า “เฮ้อ ก็แน่ล่ะสิ คนเราเก่งเกินไปก็ไม่ดีหรอก
ผมว่าสุดสัปดาห์นี้จะอยู่กับครอบครัวให้ดีๆ ผลคือได้รับแจ้งกะทันหันว่าผมจะต้องไปร่วมทำงานในกองสอบประเมินแพทย์เจ้าของไข้ ผมบอกแล้วว่าผมไม่อยากไป พวกเขาก็ดึงดันจะให้ผมไปใ ให้ได้!
จะให้ผมไปเป็นกรรมการหลักประเมินแพทย์เจ้าของไข้ที่เหอเป่ย น่าเบื่อจริงๆ เลย!”
“ศาสตราจารย์เฉิน นี่เป็นอาหารกลางวันที่ฉันทำมาให้ค่ะ ดีต่อสุขภาพ แถมยังบำรุงด้านความจำด้วย!” หลังจากพยาบาลสาวเฉิงอี๋มาเข้าเวรเที่ยงก็นำอาหารมาให้เฉินชาง
“ศาสตราจารย์เฉิน งานจุกจิกพวกนี้ต่อไปให้ฉันทำเถอะค่ะ คุณตั้งใจเรียนก็พอ! จริงสิ ฉันซื้อกาแฟแก้ล้ามาให้คุณด้วยค่ะ นี่เป็นกาแฟขี้ชะมดราคาแพงที่สามีฉันซื้อให้ฉัน คุณร รีบดื่มเถอะ!”
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณเรียนหนักเกินไปแล้ว ต้องให้สามีฉันสร้างอุปกรณ์โกงสอบไฮเทคให้คุณสักเครื่องไหมคะ”
“ศาสตราจารย์เฉิน อากาศร้อนขนาดนี้ ห้องพักพยาบาลของพวกเรามีแอร์ ไปพักที่ห้องพวกเราเถอะค่ะ!”
….
ตัวตนของเหล่าพยาบาลสาวเล็กสาวใหญ่ทำให้เฉินชางได้ตระหนักขึ้นมาอีกครั้งว่ามีไมตรีและรักแท้อยู่ในหมู่มนุษย์!
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมต้องมีพยาบาลอยู่ในแผนก!
นี่ต้องเป็นเพราะพระเจ้ารับรู้ว่าชีวิตหมอเหนื่อยยากเกินไป จึงจับคู่ให้เหล่าพยาบาลที่น่ารักมาคอยดูแลพวกเขา
การเรียนของเฉินชางน่าเบื่อ แต่สภาพแวดล้อมการเรียนกลับอบอุ่น!
แน่นอนว่า เฉินชางตัดสินใจแล้วว่าจะสอบให้ได้คะแนนสูงๆ เพื่อที่เขาจะได้กำราบพวกหลุดโลกในแผนกให้สำเร็จ
“ผู้อำนวยการอวี๋ ผมมาจากแผนกศัลยกรรมทรวงอกครับ ศาสตราจารย์เฉินพอจะว่างไหมครับ พวกเรามีผู้ป่วยรายหนึ่งที่พิเศษมาก อยากให้เขาไปร่วมวินิจฉัยสักหน่อย”
อวี๋หย่งกังมองเฉินชางที่ตั้งใจเรียนอยู่ พยักหน้าอย่างปลื้มใจ “เฉินชางยุ่งมาก คิดว่าอาทิตย์นี้คงไม่ว่างเลย”
อีกฝ่ายชะงักไปทันที “หมายความว่ายังไงครับ ศาสตราจารย์เฉินกำลังจะมีผ่าตัดใหญ่งั้นเหรอครับ”
อวี๋หย่งกังถอนหายใจครู่หนึ่ง “ศาสตราจารย์เฉินกำลังจะไปสอบประเมินกลางน่ะ!”
อีกฝ่ายตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด “โอ้! ศาสตราจารย์เฉินจะไปเป็นกรรมการเหรอครับ”
อวี๋หย่งกังส่ายหน้า “ไม่ใช่ ศาสตราจารย์เฉินจะไปเข้าสอบประเมินแพทย์เจ้าของไข้”
อีกฝ่ายตะลึงงันทันที!
ผ่านไปสักพักถึงเอ่ยว่า “โอ้…ศาสตราจารย์เฉินยังเป็นแพทย์ประจำบ้านคนหนึ่งสินะ!”
อวี๋หย่งกังหัวเราะฮ่าๆ ยิ้มแต่ไม่ตอบ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ