บทที่ 86 ซูเย่นำกระแสด้วยตัวเอง
ซูเย่สอบผ่านการคัดเลือกหมอรู้แจ้ง!
ซูเย่ได้เป็นหมอรู้แจ้งแล้ว!
ข่าวนี้สะเทือนไปทั้งแวดวงแพทย์แผนจีน
“ซูเย่ที่เป็นนักศึกษาน่ะเหรอ?”
“ใช่แล้ว เขาเอง”
“เป็นไปได้ยังไง เขายังเป็นนักศึกษาอยู่เลยนะ ทำไมถึงกลายเป็นหมอรู้แจ้งไปได้ เขาผ่านการสอบคัดเลือกแล้วเหรอ?”
“เดี๋ยวนี้สอบคัดเลือกหมอรู้แจ้งง่ายขนาดนี้แล้วเหรอ แม้แต่นักศึกษายังผ่านได้ ไม่สิ นี่ยังไม่ถึงช่วงที่มีการสอบคัดเลือกหมอรู้แจ้งเลย จะไปผ่านการสอบคัดเลือกหมอรู้แจ้งได้ยังไง”
แทบจะทุกคนในแวดวงแพทย์แผนจีนที่ได้ข่าวล้วนตะลึงกันหมด
หมอรู้แจ้ง!
เปรียบเสมือนเสาหลักที่ค้ำจุนมิให้สะพานผุพังท่ามกลางสายน้ำไหลหลาก
พูดแบบภาษาชาวบ้านก็คือ หมอรู้แจ้งนี่แหละแพทย์แผนจีนมากฝีมือที่แท้จริง
แม้ว่าคนที่ประกอบอาชีพแพทย์แผนจีนมีไม่น้อย แต่คนที่ได้เป็นถึงหมอรู้แจ้งมีไม่เยอะเลยจริง ๆ
ผู้ที่สอบคัดเลือกเป็นหมอรู้แจ้งได้แทบจะเป็นวัยกลางคนที่อายุปาไปครึ่งร้อยทั้งนั้น พวกเขาแต่ละคนต่างใช้เวลาศึกษาแพทย์แผนจีนไปหลายสิบปี จนท้ายที่สุดถึงได้เป็นหมอรู้แจ้ง
แต่ซูเย่ เป็นเพียงนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เรียนแพทย์แผนจีนมาไม่ถึงปี กลับได้เป็นหมอรู้แจ้งแล้วเหรอ
ซ้ำยังเป็นหมอรู้แจ้งที่อายุน้อยที่สุดในประเทศอีกด้วย!
ที่คิดไม่ตกที่สุดคือซูเย่ไม่ใช่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนโดยเฉพาะ และไม่ได้เรียนสาขาแพทย์ เขามาจากสายอาชีพอื่นแท้ ๆ
แต่คนแบบนี้กลับผ่านการสอบคัดเลือกหมอรู้แจ้ง?
หมอรู้แจ้งที่อายุน้อยขนาดนี้?
เหลือเชื่อจริง ๆ
สมาคมแพทย์แผนจีนมณฑลฉีปรับปรุงรายชื่อหมอรู้แจ้งที่เพิ่งเลื่อนขั้นเสียใหม่ และถูกแชร์ไปที่เว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว
นักศึกษามหาวิทยาลัยอื่นไม่สนใจ แต่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนจี้หยางพากันดูตั้งแต่นาทีแรก และเมื่อได้เห็นชื่อที่อยู่ในนั้นเพียงชื่อเดียวก็อึ้งกันหมด
“ซูเย่ได้เป็นหมอรู้แจ้งแล้วเหรอ?!!”
“สมกับเป็นโลโก้มหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนจี้หยางเดินได้ของเรา ถึงขั้นได้เป็นหมอรู้แจ้งแล้ว! ฉันล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าเขาทำได้ยังไง”
“นี่มันจะแข็งแกร่งเกินไปแล้วนะ ฉันใช้เวลาอีกหลายสิบปีก็ใช่ว่าจะได้เข้าร่วมการสอบคัดเลือกหมอรู้แจ้ง แต่เขายังไม่ทันเรียนจบก็ได้เป็นหมอรู้แจ้งแล้ว! ไวมากจริง ๆ! ฉันคงทำได ด้แค่มองจริง ๆ”
“จากที่ฉันรู้มา มีอาจารย์หลายคนเลยที่ยังไม่ได้สอบคัดเลือกหมอรู้แจ้ง ซูเย่กลับสอบผ่านแล้วเหรอ ถ้าอย่างนั้นเขาก็สอนพวกเราได้น่ะสิ อาจารย์ที่เป็นรุ่นพี่?”
“เปรียบเทียบกันไปมีแต่จะชวนตกใจ”
นาทีนี้ เหล่านักศึกษาที่ไม่ได้เรียนสาขาแพทย์โดยตรงตื่นเต้นกันกว่าปกติ ในที่สุดพวกเขาก็มีความรู้สึกว่าลืมตาอ้าปากได้แล้ว!
“ดูซิว่าพวกมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนจะกล้าว่าอะไรพวกเราอีก”
“โชคดีที่มีซูเย่ พวกเราที่ไม่ได้เรียนสาขาแพทย์โดยตรงลืมตาอ้าปากได้เสียที”
“ดูซิว่าหลังจากนี้พวกเขาจะพูดอะไรได้อีก จะมีใครกล้าสงสัยในตัวพวกเราที่ไม่ได้เรียนสาขาแพทย์มาโดยตรงอีก”
“เหล่าคนที่ไม่ได้เรียนสาขาแพทย์มาโดยตรงถือว่าอยู่ต่อได้แล้ว ขอบคุณซูเย่นะ!”
หากสิทธิ์การเล่าเรียนสำหรับคนที่ไม่ใช่สาขาแพทย์ถูกยกเลิก ก็หมายความว่าการทดลองในวิชาชีพนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง และหมายความว่าพวกเขานักศึกษาทั้งหมดล้วนล้มเหลวหมด! ยิ่งเป็นอัน บ่งบอกว่าในอนาคตพวกเขาจะกลายเป็นการดำรงอยู่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแวดวงแพทย์แผนจีน ไม่ถูกให้การยอมรับ! จากนี้ไปไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็จะเต็มไปด้วยคำครหา แต่ละก้าวต้องเดินอย่างยากล ลำบาก!
ในที่สุดตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แล้ว
ซูเย่ได้เป็นหมอรู้แจ้ง นักศึกษาที่ไม่ได้มาจากสาขาแพทย์โดยตรงได้เป็นหมอรู้แจ้งที่อายุน้อยที่สุด แบบนี้ย่อมรักษาสิทธิ์การเรียนของนักศึกษาที่ไม่ใช่สาขาแพทย์ไว้ได้แน่นอน!
ในที่สุดก็ได้เห็นฟ้าหลังฝนแล้ว!
ขอบคุณซูเย่!
……
ในแวดวงแพทย์แผนจีนชาวบ้าน เหล่าตระกูลแพทย์แผนจีนก็ได้รับข่าวตั้งแต่นาทีแรก
ในกรุ๊ปตระกูลแพทย์แผนจีนชาวบ้าน
‘บัดซบ นี่มันเรื่องอะไรกันวะ’
‘พวกเราตระกูลที่สืบสานแพทย์แผนจีนมาเริ่มเรียนรู้วิชาแพทย์ประจำตระกูลตั้งแต่เด็ก สุ่มเลือกใครสักคนหนึ่งออกไปก็มีวิชาแพทย์ที่นักศึกษาเหล่านั้นเทียบไม่ได้ แต่ประเทศดันไม่ยอมอ ออกใบประกอบอาชีพแพทย์ให้เรา ทางกฎหมายยังจะตราหน้าพวกเราว่าเป็นหมอนอกรีต บัดนี้เด็กหนุ่มอายุน้อยที่เรียนแพทย์มาไม่ถึงปีกลับได้ใบอนุญาตหมอรู้แจ้ง โลกนี้เป็นอะไรไป สวรรค์ไม่ยุ ติธรรม!’
‘ใช่แล้ว ไม่ยุติธรรม พวกเราไม่ยอม!’
‘ทำไมจะสอบใบประกอบอาชีพแพทย์ต้องเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยก่อนด้วย ไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด’
‘เด็กหนุ่มที่เรียนมหาวิทยาลัยยังไม่จบก็สอบหมอรู้แจ้งได้ พวกเราที่ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยแค่จะสอบใบประกอบอาชีพแพทย์ยังไม่ได้ แบบนี้เป็นการรังแกพวกเราชัด ๆ’
‘ไม่มีเหตุผลเลย พวกเราจะปล่อยให้คนอื่นเหยียบย่ำแบบนี้ไม่ได้’
‘เราต้องรวมตัวกันแล้วส่งจดหมายร้องเรียน ไปประท้วง!’
‘ใช่แล้ว เราต้องขอคำอธิบายให้กับคนรุ่นหลังของพวกเรา เราต้องสู้เพื่ออนาคตพวกเขา’
ในกรุ๊ปวีแชท
บรรดาคนจากแพทย์แผนจีนชาวบ้านร่วมวางแผนกันทันที
…..
ในเวยป๋อ
สมาคมแพทย์แผนจีนมณฑลฉีประกาศรายชื่อหมอรู้แจ้งที่เพิ่งได้ตำแหน่ง
ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ จุดประสงค์เพื่อประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
คนในวงการแพทย์แผนจีนทุกคนที่ติดตามสมาคมแพทย์แผนจีนมณฑลฉีต่างกดแชร์และคอมเมนต์ทันทีที่เห็น
จากนั้น
นักศึกษาแพทย์แผนจีนกดแชร์กันจำนวนมาก
แฟนคลับของซูเย่ก็ออกมากันหมด ขณะเดียวกับที่กดแชร์ก็ดันหัวข้อ #ซูเย่ได้เป็นหมอรู้แจ้ง# ติดอันดับการค้นหาติดเทรนด์อีกด้วย
เมื่อการค้นหาติดเทรนด์ จำนวนคนติดตามก็เพิ่มพูนทวีคูณ
มีคนมากมายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอรู้แจ้งคืออะไร บางคนสอบถามในหัวข้อนั้น ๆ บางคนรีบไปหาในไป่ตู้
พอหา
ชาวเน็ตถึงพบว่าคนที่ได้ใบอนุญาตหมอรู้แจ้งก่อนซูเย่นั้น ทั้งประเทศมีเพียง 150 คน!
ตัวเลขนี้ส่งผลให้ทุกคนที่ติดตามหัวข้อนี้อยู่ตกใจกันยกใหญ่
ทั้งประเทศมีเพียง 150 คน?
ซูเย่เป็นคนที่ 151 ?
‘โอ้โห ซูเย่เก่งขนาดนั้นเชียว?’
‘แข็งแกร่งมาก ในหนึ่งพันสี่ร้อยล้านคน มีคนได้เป็นหมอรู้แจ้งแค่ 150 คน ซูเย่เป็นคนที่ 151’
‘ท่านเทพซูเย่เจ๋งเป้ง!’
‘จากสถิติ นอกจากซูเย่ หมอรู้แจ้งคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะอายุ 40 ปีขึ้นไป ซูเย่เป็นคนเดียวที่ได้เป็นหมอรู้แจ้งตอนอายุยี่สิบกว่า’
‘ถ้าคำนวณตามนี้ วิชาแพทย์ของซูเย่ก็อยู่อันดับที่ 151 ของทั้งประเทศน่ะสิ เก่งกาจขนาดนั้นเลยเหรอ?’
‘สมกับเป็นผู้ชนะเลิศของรายการอนาคตแพทย์แผนจีน แข็งแกร่งสุด ๆ’
‘บอกตรง ๆ เลยนะทุกท่าน แพทย์แผนจีนมืออาชีพที่หนุ่มขนาดนี้ฉันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก’
เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
เหล่าคนดังในวงการบันเทิง ผู้กำกับใหญ่ คนดังในวงการแพทย์แผนจีน ผู้เชี่ยวชาญ ศาสตราจารย์ และผู้มีความรู้ดัง ๆ ที่แฟนคลับไม่น้อยที่เคยมีโอกาสได้พบซูเย่
…พากันกดแชร์เวยป๋อยินดีกับซูเย่ เพื่อแสดงความนับถือ
…..
กู้ซือหมิง นักเรียนที่เพิ่งสอบเสร็จกำลังเครียดอยู่ว่าตัวเองจะเข้าสาขาอะไร ตอนที่นั่งดูการค้นหาติดเทรนด์ในเวยป๋อกับคำชื่นชมที่ทุกคนมีต่อแพทย์แผนจีนและผงะไป
ก่อนจะตาเป็นประกาย!
เขาพุ่งออกจากห้องและพูดกับพ่อแม่ที่นั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขก “ผมจะสอบเข้าสาขาแพทย์แผนจีนครับ!”
“แพทย์แผนจีน?”
พ่อแม่มองหน้ากัน ขมวดคิ้วพร้อมกล่าว “รอให้คะแนนออกก่อนค่อยว่ากัน”
พวกเขาไม่รู้เรื่องแพทย์แผนจีน แต่ก็รู้ว่าแพทย์จีนเป็นสาขาที่ยากมาก การเลือกเดินเส้นทางแพทย์แผนจีนต้องลำบากแน่นอน
พวกเขาไม่ค่อยอยากให้ลูกตัวเองต้องลำบาก
แต่จะว่าไป การเรียนแพทย์เป็นเรื่องดีจริง ๆ นั่นแหละ
ไม่เป็นเสนาดีที่ดี ก็จงเป็นหมอที่ดี*[1]
อย่างน้อยถ้าได้เรียนแพทย์ ถึงจะเป็นเศรษฐีไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องตกงานตลอดไป
ทุกหนแห่งทั่วประเทศ
เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกันหมด
คล้อยหลังจากเหตุการแพทย์แผนจีนกระจายออกไปในวงกว้าง
มีบอทเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ คำพูดชมเชยข้อดีในการเรียนแพทย์แผนจีนก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผู้ปกครองเริ่มไขว้เขว
หรือว่าการเรียนแพทย์แผนจีนจะเป็นทางเลือกที่ไม่เลวจริง ๆ
ขอแค่ลูกทนความลำบากได้ ไม่แน่อาจได้มีอนาคตสว่างไสว
โดยเฉพาะเมื่อเสิร์ชเจอซูเย่ ได้รู้จักซูเย่แล้ว ผู้ปกครองของเหล่านักเรียนก็ยิ่งหวั่นไหว
ดูสิ ขนาดซูเย่ที่ไม่ได้เรียนสาขาแพทย์มายังไปเรียนแพทย์แผนจีน มิหนำซ้ำยังเรียนเก่งมากด้วย ชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั่ว
จะสอบหรือไม่สอบดีนะ
ทุกคนยังลังเลอยู่นิดหน่อย
……
เมื่อเห็นว่าบอทนำกระแสขึ้นมาได้แล้ว ซูเย่ก็ยิ้มเล็กน้อย
เขาสะพายกระเป๋าเป้เดินออกจากมหาวิทยาลัย มุ่งหน้าไปทางกองสืบสวนใหญ่เขตมหานครตะวันออก
ใต้การนำทางของเกาหรงกวง ซูเย่มาถึงแดนดอกท้ออีกครั้ง ได้พบเจียงซาน
“ปึ้ง!”
ซูเย่หยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเป้ และยื่นไปอยู่ตรงหน้าเจียงซาน
“นี่อะไร?”
เจียงซานถามอย่างแปลกใจ
“ขั้นที่สี่ของแผนฟื้นฟูแพทย์แผนจีน”
ซูเย่กล่าว
เจียงซานผงะ “ขั้นที่สี่เหรอ นายเริ่มแผนการตั้งแต่เมื่อไหร่”
ซูเย่เอ่ยยิ้ม ๆ “ดูเวยป๋อกับติ๊กตอก”
“หืม?”
เจียงซานเปิดเวยป๋อในมือถือด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นการค้นหาติดเทรนด์ก็ชะงัก
ก่อนจะเสิร์ชเกี่ยวกับซูเย่อีกครั้ง
เมื่อถึงบางอ้อขึ้นมา เขาก็ได้แต่หันมองทางซูเย่แบบอึ้ง ๆ
[1] ไม่เป็นเสนาดีที่ดี ก็จงเป็นหมอที่ดี เป็นการเปรียบเปรยว่ามีประโยชน์ต่อสังคม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เซียนอมตะ 2,500 ปี [我只有两千五百岁]