บทที่ 64 นี่ฉันมองซูเย่ผิดไปจริง ๆ เหรอ?
ในขณะที่นักข่าวทุกคนในที่นี้และคนดูถ่ายทอดสดส่วนใหญ่อึ้งกับคำแถลงของฮัวเหรินเชิงและหลี่เคอหมิง จู่ ๆ ซูเย่ ก็ยืนขึ้น
เขามองกล้องทุกตัวของทุกสื่อในที่นี้ด้วยรอยยิ้ม
“ผมก็เป็นตัวแทนของสมุนไพรจีนครับ”
“แม้ว่าคำพูดของผมจะไม่ค่อยมีน้ำหนัก แต่ผมเชื่อในแพทย์แผนจีนและสมุนไพรจีนครับ”
ซูเย่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่ใช่แค่ตลาดสมุนไพรจีน ตลาดของสินค้าชนิดใดก็ตามที่สร้างกำไรได้บนโลกใบนี้ล้วน นแต่มีของปลอมและของไร้คุณภาพ สมุนไพรจีนเป็นเพียงหนึ่งในนั้น และมาตราการตรวจสอบสมุนไพรจีนเข้มงวดมากนะครับ ของปลอมของไม่มีคุณภาพนั้นเป็นเพียงส่วนน้อย สมุนไพรจีนส่วนใหญ่ในตลาดตรงตามมาตรฐานสากลนะครับ ขอเพียงซื้อจากช ช่องทางที่เป็นทางการ ไม่พลาดแน่นอนครับ”
“เพราะฉะนั้น ขอให้ทุกคนเชื่อใจแพทย์แผนจีนและสมุนไพรจีนด้วยนะครับ”
คำพูดเหล่านี้เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ
นักข่าวในที่นี้พอจะทราบสถานการณ์ของตลาดแล้ว
ขอแค่เป็นคนที่พอรู้กลไกตลาดบ้าง ก็จะรู้ว่าประเทศมีการตรวจสอบด้านสมุนไพรจีนที่เข้มงวดปานไหน ตราบใดที่เป็ นสมุนไพรจากบริษัทถูกต้องตามกฎหมายที่ผ่านการตรวจสอบแล้วย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน สมุนไพรปลอมและไร้คุณภาพเหล่านั้นส ส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายโดยพ่อค้ายาที่ขายกันเองตามตลาด
แต่แค่ไม่กี่ประโยค คิดจะลบเรื่องที่สมุนไพรจีนคร่าชีวิตคนนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว!
“ตอนนี้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อใจสมุนไพรจีนอยู่ครับ คุณจะใช้วิธีไหนให้ทุกคนกลับมาเชื่อใจสมุนไพรจีนอีกครั้ง?” น นักข่าวคนหนึ่งรีบลุกขึ้นมาถาม
ซูเย่ตอบอย่างจริงจัง “วันนี้ผมจะทำเท่าที่กำลังของผมอำนวย เริ่มต้นที่ตัวผมเองครับ”
“ผมรับประกันว่าสมุนไพรที่ผมจัดหามาไม่มีสิ่งตกค้างจากสารเคมีและสารโลหะใด ๆ ครับ!”
“วันนี้สองทุ่ม ร้านค้าออนไลน์ของบริษัทผมจะเปิดตัวในเว็บแล้วครับ เพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่มีปัญหา ผมจะประกาศต ตรงนี้เลยว่าร้านค้าออนไลน์ของบริษัทผม รวมถึงสมุนไพรจีนชนิดใด ๆ ที่ซื้อจากมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนจี้หยางสามาร รถนำไปตรวจสอบได้ทั้งหมด หากผลตรวจมีจุดใดที่ไม่ตรงตามมาตรฐานที่ประเทศกำหนด หรือมีกรณีที่ประกอบด้วยสารอันตรา ายเกินขนาด ผมให้รางวัลแสนหยวนต่อการเจอหนึ่งครั้งครับ!”
ซูเย่พูดด้วยสีหน้าขึงขัง “ขณะเดียวกัน บริษัทของผมออกค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบทั้งหมดครับ!”
เมื่อเขาพูดเช่นนี้
นักข่าวในที่นี้อึ้งกันไปหมด
ออกค่าใช้จ่ายการตรวจให้ทั้งหมด?
นี่นายมั่นใจในสมุนไพรจีนของตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอ?
พอเห็นสีหน้าตะลึงของทุกคน มุมปากซูเย่ยกขึ้นเล็กน้อย
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทั้งโลกออนไลน์ต่างต่อต้าน คิดจะแก้สถานการณ์ก็ต้องเอาความจริงมาพูด
ตอนนี้กระแสเป็นไปอย่างบ้าคลั่ง ไม่มีใครสนใจความจริงเลย มีแต่คนที่ระบายอารมณ์เท่านั้น
เขาจำต้องชักนำให้ผู้คนไปเสาะหาความจริง
ด้วยเงินรางวัล!
ให้ทุกคนอย่าเอาแต่พูด แต่ไปตรวจเลย!
พวกคุณไม่เชื่อไม่ใช่เหรอ?
ก็ให้เงินซะเลย!
ถ้าคุณสงสัย ก็ไปตรวจ
ตรวจเจอเดี๋ยวให้เงิน
หนึ่งหมื่นไม่พอ ก็เอาไปหนึ่งแสน!
“นอกจากนั้น ต่อให้ตรวจแล้วไม่พบปัญหา บริษัทของผมก็จะออกค่าตรวจให้ 10% ครับ”
ซูเย่ขว้างระเบิดมาอีกลูก
ประโยคนี้
ส่งผลให้ทุกคนสะท้านไปทั้งกายและใจอีกครั้ง
ฝูงชนที่ดูถ่ายทอดสดอยู่ก็อึ้งกันหมด
ถ้าจะบอกว่าตรวจพบปัญหาให้เงินหนึ่งแสนยังยอมรับได้ ยังไงซะก็ถือว่าเป็นเงินชดเชย
แต่ถ้าผลตรวจไม่พบปัญหาก็ออกให้ 10% นี่ใจใหญ่จริง ๆ
ต้องมั่นใจขนาดไหนถึงได้มีการกระทำที่บ้าบิ่นขนาดนี้!
เพราะนี่มันคนทั้งประเทศเลยนะ!
ซูเย่มองผู้คนใต้เวทีที่อึ้งอยู่ พูดด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ผมยิงเปิดให้แล้ว ตลาดสมุนไพรจีนจะดำรงต่อไปได้ไหมอยู่ที่พวกคุณแล้วครับ พี่ใหญ่องค์กรสมุนไพรจีนทุกท่าน”
นี่คือทั้งหมดที่เขาทำได้ด้วยตัวคนเดียวแล้ว
เขาชื่อว่าถ้าผู้บริหารขององค์กรสมุนไพรจีนเหล่านั้นไม่โง่ ย่อมต้องรู้ว่าตอนนี้จะแก้สถานการณ์ที่สมุนไพรจีนคร่าช ชีวิตคน วิธีเดียวที่ทำได้คือรวมพละกำลังเข้าทั้งหมด ใช้ความจริงและความกล้าได้กล้าเสียเรียกความเชื่อใจของทุกคน ที่มีต่อสมุนไพรจีนกลับมาอีกครั้ง!
ก่อนหน้านี้ ทุกคนแสดงจุดยืนแล้วแต่ชาวเน็ตไม่สนใจ
ตอนนี้เขาฉีกช่องโหว่ให้ทุกคนได้ไตร่ตรองด้วยเหตุและผลแล้ว
จะคว้าโอกาสนี้ได้หรือไม่อยู่ที่ทุกคนแล้ว!
เขาเชื่อว่าคนที่ทำบริษัทให้ใหญ่ได้ไม่โง่แน่นอน รู้ว่าต้องทำยังไง
‘ซูเย่มือเติบเกินไปรึเปล่า?’
‘นี่ถ้าตรวจพบปัญหาจริง ๆ ก็เท่ากับตบหน้าตัวเองน่ะสิ’
‘ที่น่ากลัวคือจะมีคนมากมายขนาดไหนที่เอายาไปตรวจเพื่อเงินรางวัลหนึ่งแสน’
‘ซูเย่มีเงินขนาดนั้นเลยเหรอ? ต่อให้ไม่พบปัญหาก็ต้องออกให้ตั้ง 10% เลยนะ!’
ชาวเน็ตตะลึง
ตอนนี้ซูเย่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ เอาเงินที่ไหนมาเปิดบริษัทผลิตสมุนไพร มีเงินจากไหนมากมายให้เขาออกค่าใช้จ่ายใ ให้กับคนที่นำสมุนไพรไปตรวจ?
ขณะเดียวกัน
พ่อของไป๋จือหรานก็กำลังดูถ่ายทอดสดของงานแถลงข่าวที่ซูเย่จัดขึ้น
“เจ้านี่?!”
“ไปเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?”
เมื่อเห็นภาพถ่ายทอดสด พ่อไป๋เลิกคิ้วขึ้นอย่างอดไม่ได้และพึมพำ “เลือกจะยืนหยัดออกมาในเวลาที่ไม่สมควรที่สุด มิ หนำซ้ำยังให้คำสัญญาแบบนั้นอีก?”
“ถ้าเป็นเรื่องจริง ไอ้หนุ่มนี่ทำการใหญ่ได้นะเนี่ย!”
หรือว่าที่ซูเย่พูดก่อนหน้านี้ไม่ได้โม้
พ่อไป๋ทำการคำนวณอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหัวเราะเหอะ ๆ
เขาพบว่าซูเย่แทบไม่ต้องใช้เงินอะไรเลย
และค่าใช้จ่าย 10% ที่ออกให้ก็เป็นเหมือนขนมปังล่อ ถ้าคุณอยากได้ 10% ก็ต้องออก 90% ที่เหลือก่อน คนทั่วไปที่ไ ไหนจะยอมแบกรับสิ่งที่มีโอกาสขาดทุนสูงเช่นนี้
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ซูเย่มั่นใจกับคุณภาพสมุนไพรจีนขนาดนั้น
“แต่ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนวางแผนนี้ด้วยตัวเองหรือมีคนอยู่เบื้องหลัง” พ่อไป๋ขมวดคิ้ว
ถ้าซูเย่วางเกมด้วยตัวเองก็ชักจะน่ากลัวขึ้นมาแล้วจริง ๆ
กล้ายื่นมือไปคว้าโอกาสเพียงน้อยนิดภายใต้สภาพแวดล้อมที่อันตรายถึงเพียงนี้
ไม่ว่าเขาจะสำเร็จหรือไม่ แค่ความกล้าหาญที่กล้ายืนหยัดก็เป็นสิ่งที่คนทั่วไปเทียบไม่ได้
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเขารู้จักใช้ข้อได้เปรียบของตัวเอง และยืมอำนาจ!
ใช้ชื่อเสียงของตัวเอง!
“ปากแข็ง? จะตายอยู่แล้วยังจะปากแข็งอีก!”
เกาหรงกวงหัวเราะเย็น ๆ ก้าวไปข้างหน้าหยิบมือถือออกมาพลางกล่าว “นายรอคุยข้อตกลงกับพวกเราอยู่เหรอ อยากให้ฉัน นปล่อยนายไป โดยแลกเปลี่ยนกับการที่นายสามารถจัดการกระแสสังคมด้านลบเกี่ยวกับคดีสมุนไพรจีนคร่าชีวิตคนใช่ไหม?”
“เฮ่ะ ๆ…..”
ทันใดนั้นชายวัยกลางคนก็หัวเราะเย็น ๆ ออกมา พูดด้วยเสียงแหบแห้งและเจ็บปวด “ดูท่าแผนของฉันจะดำเนินไปอย่างไร้ท ที่ติแล้วสินะ ตอนนี้สมุนไพรจีนถึงคราวอวสานแล้ว!”
“ถึงคราวอวสาน? เหอะ ๆ ให้ฉันสุ่มอ่านคอมเมนต์ในเน็ตให้นายฟังสักสองสามคอมเมนต์ไหม?”
เกาหรงกวงเปิดมือถือและเอ่ยขึ้น “การค้นหาติดเทรนด์อันดับหนึ่งของเวยป๋อคือ #มองคดีคร่าชีวิตด้วยสติ แพทย์แผ ผนจีนและสมุนไพรจีนต้องการความยุติธรรม!”
“พอดีเลย มีคอมเมนต์อยู่บ้าง เดี๋ยวฉันจะอ่านให้ฟัง”
“หลังจากผ่านการตรวจสอบคุณภาพของประเทศแล้ว สมุนไพรจีนไม่มีปัญหาแน่นอน สิ่งที่มีปัญหาจริง ๆ คือพวกลักลอบขายสมุ นไพรจีนปลอมและไม่ได้คุณภาพ พวกเราควรจะสนับสนุนแพทย์แผนจีนและสมุนไพรจีน และโจมตีของปลอมของไร้คุณภาพ”
อ่านมาถึงตรงนี้
“ไปเอาเครื่องฉายโปรเจคเตอร์มา!”
เกาหรงกวงสั่งสมาชิกกองสืบสวนใต้บัญชาคนหนึ่ง
เครื่องฉายโปรเจคเตอร์ถูกยกมาในไม่ช้า และต่อเข้ากับโน้ตบุ๊ค
เกาหรงกวงฉายบรรดาคอมเมนต์พลิกผันในเน็ตออกมาทั้งหมด และพูดด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม “นายค่อย ๆ ดูไป ดูให้ละเอียดน นะ”
ผู้บงการที่โดนมัดติดกำแพงมีสีหน้านิ่งงันไป
เขาอยากดูตรงไหน เกาหรงกวงก็ให้เขาดู เขาอยากดูเว็บอะไรเกาหรงกวงก็ให้เขาดู
เมื่อเห็นว่ากระแสในเน็ตพลิกผันแล้วจริง ๆ
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้…..”
ชายวัยกลางคนที่โดนมัดติดกำแพงจ้องหน้าจออย่างเอาเป็นเอาตาย ทันใดนั้นก็ส่ายหัวและตะโกนออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง
ทั้งหมดนี้เป็นที่ยอมรับได้ยากสำหรับเขา!
แผนของเขาเพอร์เฟคมาก
ทุกอย่างเพอร์เฟคมาก!
ทำไมกระแสสังคมถึงได้พลิกผัน!!
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้?”
“ทำไม!!?”
เขารู้สึกว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องจริง เป็นสิ่งที่เกาหรงกวงจงใจให้เขาดู
แต่ความจริงวางอยู่ตรงหน้า ความเคลื่อนไหวที่ปรากฏในเน็ตไม่หลอกเขาหรอก
กระแสสังคม… พลิกผันแล้วจริง ๆ!
ซูเย่ ซูเย่อีกแล้ว!
ชายวัยกลางคนตะโกนในใจอย่างบ้าคลั่ง
“ตอนนี้บอกมาได้แล้วว่านายทำงานให้ใคร นายมีโอกาสแค่ครั้งเดียว”
เกาหรงกวงถามเย็น ๆ
คำถามนี้สื่อความหมายชัดเจนมาก
นายไม่มีมูลค่าอะไรอีกต่อไปแล้ว ความเป็นความตายของนายไม่สำคัญเท่าก่อนหน้านี้แล้ว ไม่อยู่ก็ตาย!
“ฉันยอมบอกแล้ว”
ชายวัยกลางคนที่โดนมัดติดกำแพงสภาพจิตใจพังทลายเพราะกระแสสังคมพลิกผัน หลังจากถอนหายใจอย่างหนัก ในที่สุดก็ยอมป ปริปาก!!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เซียนอมตะ 2,500 ปี [我只有两千五百岁]