บทที่ 139 พบคนร้าย! ปรมาจารย์ฮัวได้สติ!
“เรียกตำรวจแล้ว กำลังสืบสวนอยู่” หลี่เคอหมิงตอบ
“ส่วนการประลอง” หลี่เคอหมิงสูดหายใจลึก “ไว้ค่อยคุยกัน”
หลิวเจิ้นเฉียงตะลึงไป
ในตอนนั้นเอง ก็มีรายงานเข้ามา
“ผลวิเคราะห์จากกล้องวงจรปิดมาแล้วครับ”
……
ทางฝั่งตระกูลแพทย์แผนจีนพื้นบ้านเอง ก็ตกตะลึงไปกับข่าวปรมาจารย์ฮัวถูกวางยาพิษเช่นเดียวกัน
ด้วยการเรียกของผู้นำตระกูลฉิน เหล่าผู้นำตระกูลทั้งสิบสามจึงเปิดประชุมผ่านช่องทางออนไลน์
“เห็นทุกอย่างที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตไหม?” ผู้นำตระกูลฉินกล่าวด้วยใบหน้ามัวหมอง “แม้ว่าพวกเราจะไม่ได้รับการยอมรับจากภาครัฐ ทว่าพวกเราก็เป็นตระกูลที่สืบทอดต่อกันมารุ่นสู่รุ่น ต ต่อให้เสียชื่อเสียงแค่ไหน ก็ไม่ทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ และยอมละทิ้งจรรยาบรรณแพทย์กับวิชาที่บรรพบุรุษสืบสานมานับพันปีหรอก”
“ตอนนี้ ผู้คนบนอินเทอร์เน็ตบางส่วนกล่าวว่าฝั่งของพวกเราเป็นผู้ทำ ฉันอยากจะถาม”
ผู้นำตระกูลฉินเว้นไปครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงเอ่ยถาม “ใครเป็นคนทำ?”
ผู้นำทั้งหมดส่ายหัว
พวกเขาไม่มีทางทำเรื่องเสียเกียรติเช่นนั้นแน่
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
ผู้นำตระกูลหย่วนถามต่อ สีหน้าเคร่งเครียด “อาจจะเป็นปัญหากับทางด้านฝั่งมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนหรือเปล่า? ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนแห่งชาติ ฮัวเหรินเชิง ไม่ใช่คนที่จะกุเรื่องเช่นนี้ใ ให้ผู้คนก่อทฤษฎีสมคบคิดออกมาหรอก ทว่าศึกนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเขาเพียงคนเดียว อาจจะเป็นใครที่อยู่ภายใต้เขา และจะได้รับผลกระทบจากการประลองก็เป็นได้?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ผู้นำตระกูลอื่นก็ขมวดคิ้ว
หากจะให้พูด ก็มีความเป็นไปได้อยู่
ฝั่งแพทย์แผนจีนพื้นบ้านเป็นตัวแทนสำหรับฝั่งตัวเองเท่านั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่น หากจะให้เกี่ยวข้อง ก็คงมีแต่สมาชิกจากภายในตระกูล
หรือกล่าวให้ง่ายขึ้นได้ว่า กลุ่มแพทย์แผนจีนพื้นบ้านนั้นไม่ได้มีการทำงานอย่างเป็นระบบ ชนะหรือแพ้ก็ส่งผลต่อพวกเขาทั้งหมด ทว่าฝั่งสถาบันนั้นแตกต่างออกไป
ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนนั้น ถือว่าเป็นยอดสูงสุดของวงการ หากพ่ายแพ้ ก็จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
บางที อาจจะมีใครที่ต้องการเลี่ยงการประลอง?
ผู้นำตระกูลฉินหน้าเครียด เขาเกลียดเรื่องพรรค์นี้เป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ทฤษฎีสมคบคิดต่าง ๆ นานาอยู่ว่อนไปทั่วทุกแห่ง
เขามองไปยังผู้นำตระกูลเจิ้งและกล่าว “ไม่ว่าอย่างไร พวกเราก็ควรไปดูหน่อย พี่เจิ้ง พี่น่ะเหมาะสมที่สุดแล้ว”
ผู้นำตระกูลเจิ้งพยักหน้าตอบรับ
……
ซูเย่ตามเกาหรงกวงไปยังห้องควบคุมกล้องวงจรปิดในสถานีตำรวจย่านมหาวิทยาลัย
ฝ่ายเทคนิครีบดึงภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณลานใกล้เคียงกับบ้านของปรมาจารย์ฮัวขึ้นมา
“นี่เป็นภาพจากกล้องเวลา 10.30 เมื่อคืนนี้ครับ ซึ่งเป็น 5 นาทีก่อนที่ฮัวเหรินเชิง ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนจะเข้านอน หลังจากเปรียบเทียบภาพจากกล้องในย่านนี้เป็นเวลา 3 วันติด พบว่ าบุคคลนี้เป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งครับ แต่ว่ามีภาพนี้เพียงภาพเดียว กล้องอื่นจับภาพเขาไม่ได้อีกเลย”
ซูเย่มองไปยังภาพที่ว่า
มีร่างหนึ่งถูกพบอยู่ใกล้กับสวนของบ้านปรมาจารย์ฮัวเมื่อคืน
เนื่องจากท้องฟ้ามืดครึ้ม จึงทำให้ภาพจากกล้องไม่ชัดเจนนัก
และสามารถมองเห็นหน้าของผู้ต้องสงสัยได้เพียงครึ่งเดียว
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คนนี้ก็คงจะเป็นคนวางยาพิษ” เกาหรงกวงกล่าวเสียงเข้ม
“ครับ” ซูเย่พยักหน้า
เวลากลางคืนในย่านนี้ นอกจากผู้คนในจัตุรัสแล้ว ก็แทบจะไม่มีคนอยู่ที่อื่น ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณบ้านปรมาจารย์ฮัวถือว่าอยู่ในที่ค่อนข้างเปลี่ยวอีกด้วย
แค่เวลากลางวันก็ไม่ค่อยมีคนสัญจรไปมา ไม่ต้องให้พูดถึงเวลากลางคืน
ช่วงเวลาเองก็เหมาะเจาะ ในเมื่อกล้องตัวอื่นไม่สามารถจับภาพเขาได้ ถ้าเช่นนั้นเขาคงตั้งใจหลบกล้องวงจรปิด!
คนวางยา จะต้องเป็นคนนี้อย่างแน่นอน
หลังจากจ้องมองใบหน้าครึ่งหนึ่งของบุคคลนี้อยู่นาน
ซูเย่หรี่ตาลงเล็กน้อย
เหมือนเขาจะเคยเห็นใบหน้านี้มาก่อน
สมองแล่นทำงานอย่างรวดเร็ว
ภาพของเงามืดปรากฏขึ้นในราชวังแห่งความทรงจำ และใบหน้านับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นบนเงามืดอีกที
ใบหน้าของผู้คนที่ได้พบในช่วงไม่กี่วันมานี้ ถูกดึงขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบกับภาพในกล้องวงจรปิด
แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตั้งใจจดจำใบหน้าของทุกคน เขาก็มีพลังจิตกล้าแกร่ง ผสานกับความจำอันดีเลิศ ขอเพียงได้เคยเห็นหน้าของบุคคลนี้มาก่อน เขาก็สามารถรื้อฟื้นขึ้นมาจากความทรงจำได้ อย่างแน่นอน!
ราชวังแห่งความทรงจำไม่ใช่ของเล่น ๆ!
ไม่กี่นาทีต่อมา
ซูเย่ขมวดคิ้ว
“เจอแล้ว!”
ใบหน้าอันเต็มไปด้วยความมั่นใจปรากฏขึ้นในหัวของเขา
ในงานแถลงข่าว
ฉากที่รู้สึกว่ามีคนมองอยู่ แต่เมื่อตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นทุกคนที่มองมาหาเขา
เพียงแวบเดียวที่เขารู้สึก
มีอยู่หนึ่งคนในนั้น!
ซูเย่กล่าวขึ้นมาทันที “ผมขอกระดาษกับปากกาครับ”
เกาหรงกวงผงะ
รีบสั่งให้คนไปนำกระดาษกับปากกามาให้
หลังจากได้รับทั้งสองอย่างแล้ว ซูเย่ลงมือวาดภาพทันที
ไม่ถึงนาที ภาพร่างอันชัดเจนก็ปรากฏขึ้นบนกระดาษ!
พอได้เห็นใบหน้าบนกระดาษ เกาหรงกวงก็สั่นไปทั้งร่าง
สายตาเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ
เมื่อลองเปรียบเทียบแล้ว
ภาพวาดของซูเย่นั้น มีความคล้ายคลึงกับภาพในกล้องวงจรปิดจริง!
นี่เป็นเพียงการเปรียบเทียบกับภาพครึ่งหน้า หากสามารถมองเห็นได้ทั้งหน้า ก็คงจะออกมาเหมือนกันพอดิบพอดี!
แน่นอนว่าเขารู้จักความสามารถในการวาดภาพของซูเย่
แต่ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน ก็คงไม่สามารถวาดคนออกมาได้โดยที่เห็นเพียงครึ่งหน้า ใช่ไหม?
“นี่คือ?” เกาหรงกวงเอ่ยถามทั้งที่ยังประหลาดใจไม่หาย
“ตามหาเขา” ซูเย่กล่าวโดยไม่อธิบายอะไร “แต่อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นนะครับ หลังจากพบเขาแล้ว แจ้งผมให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วผมจะไปหาเขาด้วยตัวเอง!”
เกาหรงกวงพยักหน้าให้
“ได้!”
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เซียนอมตะ 2,500 ปี [我只有两千五百岁]