บทที่ 114 พวกเราไม่ออมมือหรอกนะ!
ตู้ม!
หลังได้ยินคำพูดจากทั้งสอง เจ้าบ้านทั้งสิบสามตระกูลเสมือนถูกฟ้าผ่า จ้องทั้งคู่เขม็ง
พวกเขาไม่ได้หูฝาดใช่ไหม?
เด็กนี่เป็นผู้ดำเนินการจริง ๆ เหรอ?!
เขา? นักศึกษาคนหนึ่ง? ผู้ดำเนินการ?
“ท่านทั้งสองไม่ได้พูดอะไรผิดไปใช่ไหมครับ”
เจ้าบ้านฉินรีบถามด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ไม่ได้พูดอะไรผิดหรอก”
ทั้งคู่ส่ายหัว
พูดจบ
ทั้งสองหันไปมองซูเย่อย่างมีความหมายแล้วจึงหันหลังจากไป
พวกเขาก็คิดไม่ตก โครงการใหญ่อย่างแผนการพัฒนาแพทย์แผนจีนทำไมถึงตกอยู่บนบ่าของนักศึกษาคนหนึ่ง
ภายในห้องประชุมเงียบสงัด
เจ้าบ้านทั้งสิบสามตระกูลอึ้งกันหมด
ที่ซูเย่พูดเป็นความจริงหรือนี่ ฐานะของเขาเป็นเรื่องจริงเหรอ
ผู้ดำเนินการแผนพัฒนาแพทย์แผนจีน?
เขาเป็นแค่นักศึกษาอายุยี่สิบกว่าที่เพิ่งเข้ามาในวงการแพทย์แผนจีนได้ไม่นานไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้รับภาระหน้าที่ใหญ่หลวงขนาดนี้ล่ะ
เบื้องบนเชื่อใจเขาขนาดนี้เชียว?
เนิ่นนานกว่าเจ้าบ้านทั้งสิบสามตระกูลจะได้สติ พวกเขาสบตากันเนิ่นนานไม่ยอมพูดจา
ตัวตนของซูเย่ทำให้พวกเขารู้สึกถึงอันตราย!
ด้วยการเพิ่มมาของฐานะนี้ อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องเสียแรงประลองกับพวกเขาก็ตัดสินชะตาเส้นทางของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
ในเมื่อตัดสินได้ว่าการมีอยู่ของพวกเขาถูกต้องสมเหตุสมผล ก็ปฏิเสธการมีอยู่ของพวกเขาได้เช่นกัน
ถ้าอย่างนั้น
การประลองครั้งนี้จะเป็นยังไงต่อไป?
ให้พวกเขาแกล้งอ่อนข้อให้เหรอ?!
ซูเย่คนเดียวก็เหมาไปแล้วเจ็ดแขนง จะกล้าเอาชนะเขาเหรอ
“ตอนนี้ทุกท่านเชื่อสิ่งที่ผมพูดแล้วใช่ไหมครับ” ซูเย่ถามยิ้ม ๆ
“ใช้สมุนไพรของบริษัทนาย? นายใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือเปล่า” เจ้าบ้านฉินก้าวออกมา จ้องซูเย่และเอ่ยเสียงเข้ม ชิงลงมือข่มก่อน
ซูเย่ยิ้มบาง ๆ คิดอยู่แล้วว่าพวกคุณจะสงสัยในข้อนี้ เขาถามกลับ “พวกคุณไม่คิดว่าสมุนไพรที่มีอานุภาพมากกว่าสมุนไพรในท้องตลาดสิบเท่ามีประโยชน์ต่อการพัฒนาแพทย์แผนจีนมากกว่าเหร รอครับ หากทำเพื่อแพทย์แผนจีน ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนรวมน่าจะเหมาะกว่านะครับ”
พอได้ฟัง เจ้าบ้านฉินเงียบ
เจ้าบ้านสิบสองคนที่เหลือก็เงียบ
สมุนไพรที่ได้ผลดี มีประโยชน์ต่อการพัฒนาแพทย์แผนจีนจริง ๆ
แต่มีสมุนไพรที่ให้ผลลัพธ์มากกว่าสิบเท่าอยู่จริงเหรอ?
ต่อให้มี ด้วยฐานะของนาย จะประลองกันยังไงต่อ?
“ผมเข้าใจในความกังวลของพวกคุณครับ” ซูเย่ยิ้มเล็กน้อย
อยู่มาสองพันห้าร้อยกว่าปี เขาจะดูไม่ออกได้ยังไงว่าเจ้าบ้านพวกนี้กลัวเรื่องอะไร
“ข้อแรก ฐานะของผมถูกแต่งตั้งมาจากเบื้องบน เบื้องบนไม่อนุญาตให้ผมใช้ฐานะเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ส่วนตัว”
ซูเย่ให้คำสัญญา “ข้อสอง ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้ฐานะของผม ตอนนี้คนที่รู้ก็มีแต่พวกคุณ และหัวหน้าหน่วยหลี่กับอธิบดีสวีที่มายืนยันให้ผมก่อนหน้านี้”
“ฐานะของผมไม่มีอภิสิทธิ์ใด ๆ การประลองครั้งนี้ดำเนินต่อไปด้วยความยุติธรรม พวกคุณไม่ต้องห่วงเลยครับว่าผมจะใช้ฐานะตัวเองไปข่มขู่พวกคุณ และไม่ต้องออมมือให้ผม ผมก็ไม่จำเป็นต้อง งให้พวกคุณมาออมมือให้ด้วยครับ”
พูดเสร็จ เขายิ้มอย่างมั่นใจ
ได้ฟังดังนั้น
เจ้าบ้านทั้งสิบสามตระกูลผงะ
คนจำนวนไม่น้อยมีสายตาตะลึง
ไม่คิดเลยว่าซูเย่จะมองสิ่งที่พวกเขากังวลออก
นักศึกษาเยาว์วัยคนหนึ่งมีประสบการณ์มากขนาดนี้ได้ยังไงกัน?
หรือนี่คือเหตุผลที่เขาได้รับเลือกให้แบกรับภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงนี้
เจ้าบ้านฉินรีบแลกเปลี่ยนสายตาของเจ้าบ้านคนอื่น ๆ ก่อนจะพยักหน้า “ได้ พวกเราตกลงจะใช้สมุนไพรของเภสัชกรรมกู่เต๋อ แต่มีเงื่อนไขคือประสิทธิภาพของยาจำเป็นต้องสูงกว่าสมุนไพรในท้องต ตลาด ไม่ต้องสิบเท่าเลย เอาแค่ให้สูงกว่าสมุนไพรที่ตระกูลใหญ่อย่างเรา ๆ ปลูกเองก็พอ”
“ตกลงตามนั้นครับ!”
ซูเย่พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม และเตรียมหันหลังกลับ
“เดี๋ยวก่อน”
เจ้าบ้านฉินเรียกซูเย่ไว้ พร้อมพูดด้วยหน้าตาเคร่งขรึม “ฉันแค่อยากย้ำอีกรอบ ถึงแม้พวกเรารู้ฐานะของนายแล้ว แต่การประลองหลังจากนี้เราไม่ออมมือให้เด็ดขาด!”
“วางใจเถอะครับ”
ซูเย่ยิ้มและพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ตัดสินแพ้ชนะด้วยคะแนนเท่านั้น!”
เจ้าบ้านสิบสามตระกูลพยักหน้า สบตากันก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความโล่งอก
……
หลังออกจากโรงแรมที่ตระกูลแพทย์แผนจีนอยู่
ซูเย่ก็รีบมุ่งหน้าไปยังฝั่งตรงข้ามของสนาม โรงแรมที่ตัวเองพักอยู่
เมื่อกี้นี่เอง เขาได้รับข้อความมือถือว่าฝ่ายนั้นก็เตรียมประชุมเหมือนกัน
เวลานั้น ทุกคนมารวมกันที่ห้องประชุมแล้ว
“ขออภัยด้วยครับที่ให้ทุกคนต้องรอนาน”
ซูเย่มาถึงห้องประชุมแล้วรีบขอโทษทุกคนทันที
“นั่ง ๆๆ”
หลิวเจิ้นเฉียงเรียก “ที่จริงการประชุมวันนี้ไม่มีอะไรพิเศษ พวกเราไม่มีแผนอะไร เพราะท้ายที่สุดคนที่ต้องขึ้นประลองคือพวกเธอทั้งเจ็ดคน ถ้าจะเรียกว่าประชุมสู้เรียกว่าเรียกกำลัง งใจให้พวกเธอดีกว่า พวกเธอจะได้เข้าประลองโดยไม่กดดัน”
คณบดีทั้งเจ็ดจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ พากันพยักหน้า
“คณบดีทุกท่าน”
ซูเย่กล่าวยิ้ม ๆ “ในเมื่อไม่มีเรื่องสำคัญอะไรต้องหารือกัน ผมมีข้อเสนอครับ”
หลิวเจิ้นเฉียงถามอย่างอยากรู้ “อะไรล่ะ?”
“เรื่องที่แพทย์แผนจีนชาวบ้านท้าประลองฝ่ายมหาวิทยาลัยอย่างพวกเราเป็นที่จับตามองอย่างมาก”
ซูเย่เอ่ย “ดังนั้น เพื่อแสดงผลลัพธ์การรักษาตามวิถีแพทย์แผนจีนต่อหน้าสาธารณชนได้ดีมากขึ้น ผมหวังว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับการให้เภสัชกรรมกู่เต๋อเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมประลองในคร รั้งนี้”
“นี่ถือเป็นเรื่องดีสำหรับแพทย์แผนจีนนะ”
หลิวเจิ้นเฉียงรีบตอบด้วยรอยยิ้ม
การสอบคัดเลือกก่อนหน้านี้ก็ได้ใช้สมุนไพรจากเภสัชกรรมกู่เต๋อแล้ว ผลลัพธ์ของยาดีขนาดที่หาไม่ได้ในท้องตลาดแน่นอน
ถ้าสาธารณชนได้รับรู้ผลการรักษาของสมุนไพรจีนจากการติดตามการประลองครั้งนี้จริง ๆ จะส่งผลให้คนมากมายลองเปิดใจกับแพทย์แผนจีนกับสมุนไพรจีน โดยเฉพาะหากชื่อเสียงของเภสัชกรรมกู่ เต๋อแพร่ออกไปในวงกว้าง แพทย์แผนจีนต้องก้าวหน้าเป็นปรากฏการณ์แน่นอน!
“พวกเราตกลง”
ไม่รอให้หลิวเจิ้นเฉียงแสดงความเห็น คณบดีจากมหาวิทยาลัยอื่นก็ยกมือเห็นด้วยกันพึ่บพั่บ
“ฉันก็ตกลง”
หลิวเจิ้นเฉียงพยักหน้าพร้อมกล่าว “แต่การประลองครั้งนี้ไม่ได้มีแค่พวกเราเท่านั้น ยังมีเหล่าตระกูลแพทย์แผนจีนชาวบ้านด้วย จะให้พวกเขายอมตกลงไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ”
“เมื่อกี้ผมตกลงกับพวกเขาเรียบร้อยแล้วครับ”
ซูเย่ตอบยิ้ม ๆ
“หืม?”
หลิวเจิ้นเฉียงและผู้เข้าแข่งขันอีกหกคนที่เหลือ รวมทั้งคณบดีทั้งเจ็ดท่านอึ้งกันหมด
ตกลงเรียบร้อยแล้ว?
เจ้าพวกคนตระกูลแพทย์แผนจีนดื้อรั้นพวกนั้นตกลงงั้นเหรอ?
หลี่เคอหมิงถามด้วยความสงสัย “เธอจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้วเหรอ?”
ซูเย่เอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง “พวกเขาว่าง่ายจะตายไปครับ”
เชื่อกับผีน่ะสิ!
หลี่เคอหมิงและหลิวเจิ้นเฉียงรวมถึงคณบดีอื่น ๆ สบตากัน
เจ้าพวกนั้นว่าง่ายสิแปลก!
หลิวเจิ้นเฉียงพูดขึ้น


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เซียนอมตะ 2,500 ปี [我只有两千五百岁]