“ฮองเฮาตั้งครรภ์ลูกชายที่เกิดจากภรรยาเอกของข้า เรื่องมงคลเช่นนี้ย่อมต้องร่วมยินดีเฉลิมฉลองกันทั่วหล้า เด็กๆ ถ่ายทอดคำสั่งลงไป จัดงานเลี้ยงที่พระราชวังสามวัน!” เป่ยหมิงฉี่ตรัสด้วยความพอพระทัยอย่างยิ่ง
“เพคะ!”
“ต่อไปพวกเจ้าจะต้องปรนนิบัติฮองเฮาให้ดี ระมัดระวังให้มาก ห้ามประมาทเลินเล่อแม้แต่น้อย ปรนนิบัติได้ดีข้าจะให้รางวัลอย่างงามทุกคน ปรนนิบัติไม่ดี ข้าจะตัดหัวของพวกเจ้าซะ!” เป่ยหมิงฉี่เอ่ยปากอย่างแสดงอำนาจและน่าเกรงขาม
“เพคะ!” เหล่าคนรับใช้ตกใจแทบตาย ย่อมไม่กล้าละเลยอยู่แล้ว
“เอาล่ะ ออกไปให้หมด”
“เพคะ!” ทุกคนถอยออกไปกันหมด ตำหนักบรรทมที่กว้างใหญ่เหลือเพียงเป่ยหมิงฉี่กับฮองเฮารั่วเฟิงซีเท่านั้น
“ฮองเฮารีบนั่งลงเร็ว ตอนนี้เจ้าเพิ่งตั้งครรภ์ ต้องพักผ่อนให้มากๆ ต่อไปก็ไม่ต้องคิดมากเรื่องของหกตำหนักแล้ว มีอะไรก็สั่งให้บ่าวรับใช้ไปจัดการก็พอ” เป่ยหมิงฉี่กล่าวด้วยความห่วงใย
ฮองเฮารั่วเฟิงซีตื้นตันใจอย่างยิ่ง “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่เป็นห่วง”
ในตอนเย็นเป่ยหมิงฉี่กินข้าวกับรั่วเฟิงซี คีบผักให้นางด้วยความเอาใจใส่อย่างยิ่ง แล้วก็อยู่ค้างที่ตำหนักบรรทม จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นถึงได้จากไป
ฮ่องเต้เพิ่งจากไปได้ไม่นาน กัวกงกงหัวหน้าขันทีก็พากลุ่มคนรับใช้วังยกกล่องใหญ่เข้ามาสิบกว่ากล่อง
“บ่าวคำนับฮองเฮาเหนียงเหนียง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นรางวัลที่ฝ่าบาทพระราชทานให้เหนียงเหนียง!” กัวกงกงคำนับด้วยความเคารพนบนอบ
“ขอบคุณฝ่าบาทแทนข้าด้วย” รั่วเฟิงซีตอบ
“พ่ะย่ะค่ะ” คนรับใช้วังยกรางวัลทั้งหมดไปที่ตำหนักบรรทมพระราชวัง ถึงได้จากไป
“เหนียงเหนียง ฝ่าบาทดูแลและห่วงใยพระนางจริงๆ ถึงกับให้คนส่งรางวัลมาให้มากมายขนาดนี้?” สาวใช้คนสนิทที่อยู่ด้านข้างกล่าวด้วยความประหลาดใจ
รั่วเฟิงซีปลื้มใจอย่างมาก “เก็บรางวัลพวกนี้ให้เอาไว้ให้หมดเถอะ”
“เพคะ!”
หน้าประตู สาวใช้ตัวน้อยเข้ามารายงานทันที “ทูลเหนียงเหนียง ซูเฟยกับหยวนจาวหยีและคนอื่นๆมาขอเข้าเฝ้า บอกว่าจะมาแสดงความยินดีที่เหนียงเหนียงทรงพระครรภ์”
(จาวหยี เป็นชื่อตำแหน่งของพระสนม)
“ให้พวกนางเข้ามาเถอะ”
“เพคะ!”
สนมทุกคนพากันเดินเข้ามา คำนับด้วยความเคารพนบนอบ “คำนับฮองเฮาเหนียงเหนียง ขอแสดงความยินดีกับฮองเฮาเหนียงเหนียง”
“ไม่ต้องมากพิธี ประทานที่นั่ง!” รั่วเฟิงซีที่นั่งอยู่ในตำแหน่งหลักเอ่ยปากขึ้นมาด้วยความน่าเกรงขาม
“ขอบพระทัยเหนียงเหนียง!” สนมทุกคนนั่งลงบนที่นั่ง
“สองสามวันก่อนหม่อมฉันอัญเชิญพระพุทธรูปมาหนึ่งองค์ เดิมทีต้องการจะมอบให้เหนียงเหนียงในวันเกิด ตอนนี้เหนียงเหนียงทรงพระครรภ์แล้ว ควรค่าให้ชื่นชมยินดีและเฉลิมฉลอง หม่อมฉันก็เลยมอบให้ก่อนล่วงหน้า!” ซูเฟยกล่าวด้วยความอ่อนโยน
“ซูเฟยมีใจแล้ว” รั่วเฟิงซีตอบกลับไป
“เหนียงเหนียง ยายของหม่อมฉันเคยมอบสร้อยปะการังมรกตให้หม่อมฉันหนึ่งเส้น ตอนนั้นให้คงอู๋ไต้ซือเบิกเนตร มีสรรพคุณช่วยให้จิตใจสงบและนอนหลับสบาย หม่อมฉันส่งมาให้เหนียงเหนียงโดยเฉพาะ หวังว่าเหนียงเหนียงจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่” หยวนจาวหยีกล่าวราวกับมอบของขวัญล้ำค่า
“ขอบคุณหยวนจาวหยีมาก”
“เหนียงเหนียงเกรงใจแล้ว หากเหนียงเหนียงต้องการสิ่งใดบอกหม่อมฉันมาได้เลย” หยวนจาวหยีรีบตอบทันที
ซูเฟยชำเลืองมองไปทางหยวนจาวหยีอย่างเย็นชา ผู้หญิงคนนี้แทบจะทนรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ฮองเฮาทรงพระครรภ์ ดูแลจัดการตำหนักทั้งหกเหนื่อยกายเหนื่อยใจ จำเป็นต้องมีคนช่วยฮองเฮาเหนียงเหนียงดูแลจัดการตำหนักทั้งหก
“หม่อมฉันไม่มีความสามารถ หากเหนียงเหนียงต้องการสิ่งใด หม่อมฉันไม่มีปฏิเสธอย่างแน่นอน” ซูเฟยคล้อยตาม
“พวกเจ้าทั้งคู่มีใจแล้ว ตอนนี้ข้าเพิ่งจะตั้งครรภ์ ยังสามารถรับมือได้ รอให้อีกหน่อยอายุครรภ์มากแล้ว หากไม่สามารถดูแลวังหลังได้ทั่วถึงจะต้องรบกวนทั้งคู่อย่างแน่นอน” รั่วเฟิงซีตอบอย่างยอมถอยเพื่อก้าวไปข้างหน้า
“เหนียงเหนียงสั่งการมาได้เลย”
หยุนถิงได้ยินก็หัวเราะออกมา “ดูท่าผ่านหลายวันมานี้ เขาถูกทรมานอย่างอนาถจริงๆ”
“ข่าวของท่านพี่ครอบคลุมรอบด้านจริงๆ เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรต่อดี?” หยุนถิงถาม
“แทนที่จะรออยู่ที่นี่ ไม่สู้ไปดูที่ด่านชายแดนดีกว่า” จวินหย่วนโยวเสนอแนะ
“ตกลง ข้ายังไม่เคยไปที่ด่านชายแดนมาก่อน พอดีจะได้ไปเที่ยวรอบๆด้วย” หยุนถิงเห็นด้วย
โม่เหลิ่งเหยียนกำลังจะพูดอะไร จู่ๆองครักษ์นายหนึ่งก็เดินเข้ามาจากด้านนอก “ท่านอ๋องแย่แล้ว เกิดเรื่องขึ้นกับคุณชายหมิงแล้ว”
องครักษ์ลับคนนี้ เป็นคนของหอดวงจันทร์
โม่เหลิ่งเหยียนขมวดคิ้วขึ้นมา รีบรับจดหมายมาทันที ทันทีที่เปิดดูสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้น?” หยุนถิงมองมา
“ก่อนหน้านี้ข้าส่งหมิงจิ่วซางไปตรวจสอบที่ด่านชายแดน คิดไม่ถึงว่าเขาจะถูกกักขังอยู่ในตระกูลเวิน และถูกคุณหนูรองของตระกูลเวินบีบบังคับให้แต่งงาน ให้เขาเป็นเขยที่แต่งงานเข้าตระกูลภรรยา” โม่เหลิ่งเหยียนตอบ
หยุนถิงรู้สึกประหลายใจเล็กน้อย “ฝีมือของหมิงจิ่วซางยอดเยี่ยมขนาดนั้น ยังมีคนสามารถกักขังเขาเอาไว้ได้ด้วยหรือ?”
“ฝีมือของเขาไม่เลว แต่ไม่ค่อยจะฉลาดเท่าไหร่ แล้วก็ยังอวดดีด้วย คงจะถูกหลอกแน่นอน ดูท่าข้าก็ต้องไปด่านชายแดนสักครั้งแล้ว” โม่เหลิ่งเหยียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ดูแลกันได้พอดี” หยุนถิงให้คนไปเก็บสัมภาระทันที
โม่เหลิ่งเหยียนก็ออกคำสั่งให้คนส่วนหนึ่งคอยคุ้มกัน จากนั้นก็พาทหารครึ่งหนึ่งจากไป ทุกคนแยกย้ายกันไป ปลอมตัวมุ่งหน้าไปยังด่านชายแดน
และหรันจู๋ซีที่จากไปไม่ได้พักที่โรงเตี๊ยม และไปยังเรือนแห่งหนึ่งที่อยู่ในเมืองเมืองชิ่งหรวน ยังไม่ทันที่เขาจะได้นั่งดื่มชา เวินฉิงที่อยู่ในที่ลับก็ฟันกระบี่เข้ามา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จอมนางข้ามพิภพ
อัพต่อด้วยจ้า...
รอตอนต่อจ้า...
แต่ละบทที่่อ่านแล้ว ควรมีสีหรือเครื่องหมายที่แตกต่างกัน ผู้อ่านจะได้ทราบว่าเรืื่องนี้อ่านไปถึงบทไหนแล้ว...
รำคานโฆษณาที่เลื่อนเข้ามา เข้าใจได้ว่าต้องหารายได้ แต่ควรนำไปวางไว้ด้านล่างสุด ไม่ด้านซ้ายก็ด้านขวา จะได้ไม่เสียอารมณ์ในการอ่าน ปกติโฆษณาที่อยู่ระหว่างหน้าก็ใหญ่และมากอยู่แล้ว...
ขอร้องทงทีมงานช่วยอัพเดทจนจบด้วยนะคะ😭😭😭😭😭...
เรื่องนี้ทางทีมงานจะอัพเดทต่อมั้ยค่ะ😭...
รอตอนใหม่อยู่นะคะ😭🙏🏻...
เมื่อไหร่จะอัพเพิ่มค่ะหายไปเป็นเดือนแล้วนะ...
รอค่ะ ตามเรื่องนี้มานานมาก อัพตอนต่อจาก 1070 ให้หน่อยค่ะ...
สนุกมากค่ะ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะรบกวนลงต่อให้จบด้วยค่ะ กำลังสนุก...