เจิ้งจีร้อนใจดั่งไฟสุม
“ท่านแม่ เช่นนั้นทำอย่างไรดี! เป็นผู้ใดกันแน่ เป็นผู้ใดที่คิดร้ายพวกเรา!
“จักต้องเป็นคนที่อิจฉาพวกเรา ถึงวิ่งโร่ไปพูดให้ร้ายต่อหน้าท่านป้า!”
สีหน้าของหลิวอิ๋งดูเย็นชา เผยให้เห็นความมีไหวพริบของคนทำการค้าการขาย
“มิใช่ผู้ใด เป็นฮองเฮา”
“ฮองเฮา?” เจิ้งจีประหลาดใจยิ่งนัก
นางซักถามมารดา “เหตุใดฮองเฮาต้องการสืบเรื่องของพวกเรา? พวกเราก็มิเคยล่วงเกินนาง?”
หลิวอิ๋งก็แค่คาดเดาเท่านั้น ทว่าก็มีความเป็นไปได้อย่างมาก
“หลังจากท่านป้าเจ้าออกมาจากในวัง ก็มาซักถามข้าเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต จักต้องเป็นฮองเฮาที่บอกเรื่องนี้กับนางเป็นแน่”
เจิ้งจีตระหนักขึ้นมาในทันที
ใช่แน่!
นอกจากฮองเฮา ก็ไม่มีผู้ใดอีกแล้ว!
“ท่านแม่ ท่านป้าว่าอย่างไรบ้าง? ท่านป้าก็มิสนใจพวกเราอีกแล้วหรือ?”
หลิวอิ๋งแค่นเสียงเย็นชา
“ข้าเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของนาง เป็นญาติเพียงคนเดียวของครอบครัวมารดานาง ความสัมพันธ์ของพวกเรา มิใช่ผู้ใดจะสามารถยุยงได้อย่างง่ายดาย
“ไม่มีผู้ใดเข้าใจนางดีไปกว่าข้า นางเป็นคนใจอ่อน”
วันนี้คุกเข่าต่อหน้าท่านพี่ ซ้ำยังหลั่งน้ำตาออกมามากมายเช่นนั้น คงเพียงพอที่จะกระทบจิตใจนางแล้ว
เจิ้งจีได้ยินมารดาเอ่ยด้วยความมั่นใจเช่นนี้ ก็รู้สึกคลายกังวล
นางคล้องแขนมารดา พร้อมกับออดอ้อน
“ท่านแม่ ท่านยอดเยี่ยมมาก! ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปงานเลี้ยงวันไหว้พระจันทร์ในวังได้ตามเดิมแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
หลิวอิ๋งส่ายศีรษะ
“เรื่องงานเลี้ยงในวัง จำเป็นต้องพักเอาไว้ก่อน
“วันนี้ทำให้ท่านป้าเจ้าคลายความระแวงลงได้ หาใช่เรื่องง่าย ได้คืบแล้วจะเอาศอกมิได้เด็ดขาด”
เจิ้งจีได้ยินเช่นนั้น สีหน้าดูย่ำแย่ขึ้นมาในทันที
“ได้อย่างไรกัน! ท่านแม่ หากครั้งนี้มิอาจเข้าวังได้ มิรู้เมื่อใดข้าถึงจะได้พบฝ่าบาท ถึงจะได้ตั้งครรภ์บุตรของเขา?”
หลิวอิ๋งรีบปิดปากนางไว้ทันที พร้อมกับตำหนิติเตียน
“เบาเสียงหน่อย! ที่นี่เป็นโรงพักแรม คนมากก็ปากมาก อย่าให้ใครได้ยินเป็นอันขาด!”
เจิ้งจีพยักหน้าซ้ำ ๆ
หลังจากหลิวอิ๋งปล่อยมือ สีหน้าดูหมองคล้ำ พร้อมเอ่ยพึมพำ
“ท่านป้าเจ้ารับมือได้ไม่ยาก คนที่รับมือได้ยาก คือฮองเฮา”
เห็นได้ชัดว่า ฮองเฮาทรงรู้แล้วว่านางเป็นใคร แน่นอนว่ามิใช่เรื่องง่ายที่จะโน้มน้าวให้มาสนับสนุนตน
หากต้องการจะส่งเจิ้งจีขึ้นเตียงฮ่องเต้ จักต้องเริ่มต้นจากทางท่านพี่หญิงก่อน
นางจึงต้องวางแผนให้ดี
หากทำอย่างรีบร้อน จะทำให้ฮองเฮาทรงเกิดความสงสัย
......
วันต่อมา
ณ พระราชวัง
เฟิ่งจิ่วเหยียนได้รับจดหมายจากประมุขแคว้นซีหนี่ว์
หลังจากสงครามแคว้นซีหนี่ว์สิ้นสุดลง ประมุขก็ทรงงานอย่างหนัก จนอาการประชวรเริ่มจะย่ำแย่ นางจึงอยากทราบโดยเร็วว่า หนานฉีมีข่าวคราวของซู่ยวนน้องสาวนางหรือไม่
เฟิ่งจิ่วเหยียนจดจำเรื่องนี้ไว้อยู่ตลอด
นางได้ขอความช่วยเหลือจากเหล่าสหายในยุทธภพ ทางด้านฮ่องเต้ยังทรงส่งสายลับออกไป อีกทั้งสั่งให้คนวาดรูปปิ่นหยกอันที่หักนั้นออกมา โดยผู้ใดพบเห็นจะมีรางวัลให้
ทว่า แผ่นดินกว้างใหญ่ จนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสใดที่เป็นประโยชน์
บวกกับก่อนหน้านี้หนานฉีวุ่นวายกับเรื่องของสงคราม รางวัลที่ปิดประกาศไว้ กลัวว่าจะไม่มีคนสนใจ
นางจึงให้คนวาดภาพขึ้นมาใหม่อีกจำนวนหนึ่ง และตัดสินใจว่าจะให้คนนำไปติดในวันพรุ่งนี้
เฟิ่งจิ่วเหยียนจับพู่กันขึ้นมา เพื่อเขียนจดหมายตอบกลับประมุขแคว้นซีหนี่ว์
เมื่อเขียนจดหมายไปได้เพียงครึ่งหนึ่ง หว่านชิวก็เข้ามา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...