เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 946

ด้านนอกประตูวังนั้น

หลิวอิ๋งและบุตรสาวของนางถูกไล่ออกไปทันที

ไม่ว่าพวกนางจะเอ่ยย้ำว่าเป็นเครือญาติของฮองเฮามากเท่าไหร่

เหล่าองครักษ์พลางกล่าวออกมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ว่า: “ฮองเฮามีรับสั่งว่า ไม่พบ!”

สาวใช้ของพวกนางพลันก้าวเข้าไปข้างหน้า ก่อนจะซักถามพวกเขาว่า

“มีตาหามีแววไม่! พวกเจ้ามิได้ไปแจ้งให้ฮองเฮาทราบอย่างแน่นอนเลย!”

องครักษ์ที่ทำหน้ารักษาประตูวังจึงชักอาวุธออกมา

“หากกล้าก่อเรื่องที่หน้าประตูวัง คงมิอยากจะมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่!”

เมื่อหลิวอิ๋งและอีกสองคนเห็นสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า พวกนางจึงค่อย ๆ ล่าถอยออกไปแต่โดยดี

ทว่า พวกนางหาได้คิดยอมแพ้ไม่!

เจิ้งจีบุตรสาวของนางพลันเป็นเดือดเป็นร้อนไปในทันที ก่อนจะจับแขนมารดาของตน พลางเอ่ยถาม

“ท่านแม่ ฮองเฮามิให้พวกเราเข้าพบเช่นนี้ พวกเราจักทำเช่นไรกันดีเจ้าคะ? แคว้นพันธมิตรต่างก็เปิดเส้นทางการค้าขายมากมาย โดยเฉพาะแคว้นตงซาน จำนวนพ่อค้าหลวงเองก็มีจำกัด พวกเรามิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของผู้อื่นได้นะเจ้าคะ”

สายตาอของหลิวอิ๋งพลันเจือไปด้วยความเย็นชาเล็กน้อย เผยให้เห็นท่าทีสงบและฉลาดหลักแหลม

“ไม่ต้องรีบร้อนไป ในเมื่อคนเป็นลูกมิยอมให้เข้าพบ ยังมีคนเป็นแม่อีกคนหนึ่ง พวกเราไปที่จวนตระกูลเฟิ่งกันเถอะ”

……

จวนตระกูลเฟิ่ง

นายท่านเฟิ่งที่ฟังอี๋เหนียงหลินพูดทรมานจนหูชานั้น

“นายท่าน! ท่านจักมานั่งทนเช่นนี้ได้อย่างไรกันเจ้าคะ? ฮองเฮาเรียกตัวหลิวซื่อเข้าวังแล้ว หลังจากนั้นยังเรียกครอบครัวเหยียนเฉินเข้าวังไปรับสำรับมื้อค่ำอีก นี่... ฮองเฮาหาได้เห็นท่านเป็นหนึ่งในครอบครัวของตนเองไม่!

“หากหม่อมฉันเป็นท่าน คงรีบไปเข้าวังเพื่อขอเข้าเฝ้าในทันที ในเมื่อพระนางมิรู้จักกตัญญูรู้คุณเช่นนี้ ดูสิว่าฮองเฮาจักทำหน้าเช่นไร!”

อี๋เหนียงหลินมิอาจทำใจกลืนความอับอายนี้ลงไปได้

ตระกูลดี ๆ กลับต้องแยกออกเป็นสองครอบครัว

ฮองเฮามิเห็นความสำคัญของตระกูลเฟิ่งเช่นนี้ เส้นทางในอนาคตของบุตรชายของนางจักต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

วาจาของอี๋เหนียงหลินทำให้นายท่านเฟิ่งโกรธจนใบหน้าดำคล้ำไปในทันที

“เจ้าช่างเป็นสตรีที่โง่เขลาเสียจริง เจ้าต้องการยุยงให้ข้าไปด่าว่าฮองเฮาเช่นนั้นรึ? ทำไมกัน เห็นว่าข้ามีชีวิตอยู่มานานเกินไปแล้วหรืออย่างไร?”

เมื่อไม่นานมานี้ ฮ่องเต้ได้มอบอำนาจทางการทหารให้แก่ฮองเฮาในท้องพระโรง ทว่า ก็ถูกขุนนางหลายคนมิเห็นด้วย

คนเหล่านั้นพลางกล่าวว่า ฮองเฮาเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่ง มิสมควรได้รับอำนาจทางการทหารเช่นนี้ได้ ขุนนางเหล่านี้จึงถูกฝ่าบาทลงโทษโบยไปในทันที

ผู้ใดต่างก็เห็นว่า ฝ่าบาทให้ความสำคัญกับฮองเฮามากเพียงใด

หากให้เขาไปดุว่าฮองเฮาในยามนี้ มิใช่ว่าตนเองกำลังวิ่งเข้าหาความตายหรอกหรือ?

เมื่ออี๋เหนียงหลินเห็นว่านายท่านเฟิ่งมิได้ไม่กล้านั้น แต่มิคิดจักทำเลยเช่นนี้ นางจึงเสนอขึ้นมาว่า

“นายท่าน~~หม่อมฉันหาได้ต้องการให้ท่านไปดุว่าฮองเฮาตรง ๆ ไม่เพคะ หม่อมฉันเพียงอยากให้ท่านไปเอ่ยอธิบายหว่านล้อมเรื่องนี้กับฮ่องเต้เท่านั้น”

ไม่ว่าอย่างไร นายท่านเฟิ่งก็หาได้คิดสอดมือเข้าไปยุ่งในเรื่องนี้ไม่

ถึงแม้ เมื่อได้ยินว่าทุกคนในครอบครัวถูกเรียกให้เข้าไปรับสำรับมื้อค่ำพร้อมหน้าพร้อมตากันนั้น นายท่านเฟิ่งก็รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก

อี๋เหนียงหลินที่คิดอยากจะเกลี้ยกล่อมต่อไป จู่ ๆ พ่อบ้านก็เดินเข้ามา

“นายท่านขอรับ ด้านนอกมีสตรีผู้หนึ่งนามว่าฮูหยินเฉียนมาขอเข้าพบขอรับ”

นายท่านเฟิ่งขมวดคิ้วเป็นปมไปในทันที

ฮูหยินเฉียนหรือ?

ผู้ใดกัน?

พร้อมด้วยพ่อบ้านที่ถือภาพวาดภาพหนึ่งเข้ามา

“นี่คือของขวัญที่นางให้มาขอรับ”

หลังจากกางม้วนภาพวาดออกมานั้น นายท่านเฟิ่งถึงกับประหลาดใจไปในทันที เมื่อพบว่านี่คือผลงานชิ้นเอกของเฟิ่งซานวั่น ศิลปินชื่อดังที่มีมูลค่ามากมายมหาศาล!

นายท่านเฟิ่งมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ที่นำของขวัญอันล้ำค่าเช่นนี้ออกมาพบเพื่อขอพบเขานั้น จักต้องการไหว้วานให้เขาทำบางอย่างแน่นอน

ราคาของเราเพียงแค่ 1/4 ของผู้ให้บริการรายอื่น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย