เจียงหลินจึงเอ่ยอธิบายก่อน: “สำหรับเส้นทางการค้าลับนั้น ตระกูลเจียงเองก็เคยใช้งานเช่นเดียวกัน ทว่า เรื่องมนุษย์โอสถนั้น หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลเจียงไม่”
เรียวนิ้วของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเขี่ยไปที่รอบปากจอกสุรา สายตาของนางหาได้สนใจสิ่งใดไม่
“เล่าต่อเถิด ว่าเรื่องเป็นมาเช่นไร”
เจียงหลินพลันกัดฟันเอ่ยออกมา
“ข้ากลัวว่าท่านจักเป็นกังวล จึงมิกล้าเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาให้ท่านฟัง”
“เส้นทางการค้าลับนั้นมีมานานนับหลายสิบปีแล้ว การค้าของตระกูลเจียงนั้นมีบางครั้งก็จำเป็นต้องใช้งานพวกเขาบ้าง
“สิ่งที่ข้าสืบพบก็คือ ไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้นการค้าของพวกมนุษย์โอสถรุ่งเรืองยิ่งนัก ทว่า มิรู้เพราะเหตุใดช่วงนี้ราวกับพวกเขาได้ยินข่าวลืออะไรบางอย่าง จึงไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ มานานแล้ว
“ข้าเองก็ได้ส่งคนไปซุ่มรอตรวจสอบอยู่ หากพบว่ามีการค้าขายเกี่ยวกับมนุษย์โอสถเมื่อใดนั้น ย่อมต้องแจ้งให้ท่านทราบอย่างแน่นอน
“ทว่า ในยามนี้หาได้พบสิ่งใดไม่”
หลังจากเฟิ่งจิ่วเหยียนได้ฟังจนจบแล้วนั้น อย่างน้อยนางก็มั่นใจได้เรื่องหนึ่งว่า มนุษย์โอสถไปมาระหว่างแคว้นตงซานกับหนานฉีจริง ๆ
……
ช่วงนี้ นับตั้งแต่ฮ่องเต้จนไปถึงขุนนางและเหล่าข้าราชการท้องถิ่นนั้น ต่างก็พากันยุ่งหัวหมุนไปหมด
หลังจากสงครามจบลงนั้น มีเรื่องให้ต้องจัดการมากมายนัก
จากเรื่องเล็ก ๆ ตั้งแต่การสร้างบ้านเรือนหลังใหม่ให้กับเหล่าราษฎร จนไปถึงเรื่องใหญ่ ๆ ตั้งแต่การตั้งเขตแบ่งแยกดินแดนที่แคว้นพันธมิตรชดเชยมา แผนที่ดินแดนของหนานฉีนั้นจำเป็นต้องวาดขึ้นมาใหม่
ทว่า การวาดแผนที่นั้น หาใช่การวาดภาพธรรมดา ๆ ไม่ ทั้งยังต้องมีเจ้าหน้าที่ลงไปทำการสำรวจสถานที่จริงอีกด้วย
แคว้นพันธมิตรที่ยอมรับชะตากรรมของตนเองนั้น จึงจ่ายค่าชดเชยเพื่อแลกกับสันติภาพอีกสิบปี เพื่อที่แคว้นของตนเองจักได้ฟื้นฟูคืนกลับมา
หลังจากที่ราชทูตทั้งหลายได้ลงนามข้อตกลงสงบศึกนั้น เซียวอวี้จึงปล่อยทหารของพวกเขาออกมา
เมื่อราชทูตต้าเซี่ยเห็นซ่านชุน ร่างกายของเขาก็ผ่ายผอมเสียจนเหมือนหนังหุ้มกระดูก
การอดอาหารนั้น ต้องใช้ความเด็ดเดี่ยวเสียยิ่งกว่าการผูกคอตาย การกระโดดน้ำตายหรือการปลิดชีพตนเองเสียอีก...
เพราะนี่ หาใช่สิ่งที่สามารถทำเสร็จได้ภายในหนึ่งหรือสองวันไม่
ในคราแรกนั้น ซ่านชุนยังพอสามารถอดใจได้ ทว่า หลังจากที่ทนกับความหิวโหยมานานนั้น สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดทำให้เขาแทบจะหมดสติไป
เขากินอาหารที่กองทัพหนานฉีให้มา ทว่า ตนเองก็มิอาจก้าวผ่านปณิธานของตนเองที่อยู่ในใจไปได้ ทุกครั้งที่เขากินมากจนเกินไปนั้น เขาก็จะหันกลับไปล้วงคออ้วกออกมา
วันเวลาที่ผ่านไปวันแล้ววันเล่า ไม่นานนักเขาก็มีสภาพเป็นเช่นนี้
เมื่อรู้ว่าตนเองจักได้กลับไปที่แคว้นนั้น นั่นเป็นเพราะแคว้นต้าเซี่ยต้องจ่ายค่าเสียหายที่มีราคาแพงเป็นอย่างยิ่ง จึงทำให้ซ่านชุนนึกปวดใจยิ่งนัก
เขาพลันทรุดเข่าลงบนพื้น ก่อนจะร่ำไห้เสียงดังออกมา
“ข้าแม่ทัพมีความผิด! กระหม่อมมีความผิดที่ทำให้ฝ่าบาทต้องผิดหวัง!”
ราชทูตได้แต่ถอนหายใจออกมา
“ท่านแม่ทัพซ่าน ไปกันเถอะ ต้าเซี่ยมิอาจสูญเสียทหารไปมากกว่านี้อีกแล้ว”
สายตาของซ่านชุนพลันเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นขึ้นมาอีกครั้ง: “แค้นนี้ต้องชำระ! พวกเรากลับกันเถิด กลับไปรวบรวมทหารและม้าศึกเพิ่ม ไม่ช้าก็เร็ว หนานฉีจักต้องถูกบดขยี้ ข้าจักต้องยึดเมืองต้าเซี่ยกลับมาให้ได้!”
……
เป่ยเยี่ยน
แว่นแคว้นมิอาจปราศจากฮ่องเต้ไปได้แม้แต่วันเดียว
ฮ่องเต้เยี่ยนที่ถูกกักขังอยู่ในหนานฉีนั้น ยังไม่อาจกลับแคว้นของตนเองมาได้ ฉะนั้นแล้ว ไท่ซ่างหวังที่ถูกกักขังอยู่ในเรือนถงหวา จึงได้กลับมามีอำนาจอีกครั้ง
ไท่ซ่างหวังจึงแต่งตั้งขุนนางขึ้นมาใหม่ ภายในเป่ยเยี่ยนเองจึงถูก “กวาดล้างครั้งใหญ่” ในทันที
เหล่าขุนนางคนสนิทที่เคยได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้เยี่ยนนั้น ต่างก็ถูกฮ่องเต้เยี่ยนชรากำจัดไปด้วยวิธีการอันน่ากลัว
ระยะเวลาสั้น ๆ เพียงแค่สองเดือน ฮ่องเต้เยี่ยนชราก็กลับมาสู่ตำแหน่งอันสูงส่งของเขาตามเดิม ทั้งยังมิมีผู้ใดกล้าต่อต้านเขาอีกต่อไปด้วย
ความยากลำบากในการกลับคืนสู่บัลลังก์ของตนเองนั้น ก็คือการเผชิญหน้ากับค่าชดเชยที่หนานฉีเรียกร้องมา
หนานฉีต้องการมากมายยิ่งนัก กองกำลังหนานฉีหนึ่งแสนนายได้มาประชิดชายแดนกองทัพแคว้นเฉินแล้ว
ผู้คนภายในเป่ยเยี่ยนเองต่างก็ตื่นตระหนกไปตาม ๆ กัน
ฮ่องเต้เยี่ยนชราพลางเอ่ยสั่งการออกมาอย่างเด็ดขาดว่า
“ไอ้ลูกเนรคุณนั่น เราหาได้ต้องการมันไม่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...