เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 846

ด้านนอกวัดกวงหวามีองครักษ์มากมายคอยเฝ้าระวังเพื่อปกป้องท่านประมุข

องครักษ์เงาต่างก็อยู่ในเงามืดเพื่อปกป้องเฟิ่งจิ่วเหยียนอยู่เช่นกัน

บรรดาเหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่นั้น ต่างพากันจับจ้องไปที่วัดกวงหวา ยกเว้นหยิ่นฉีที่ก้มหน้าก้มตาลงไปจดบันทึกอย่างบ้าคลั่ง

“ฮองเฮาปลอมกายลอบเข้าพบท่านประมุขจนถึงดึกดื่น...”

หยิ่นซานที่ก้มหน้าลงไปดูสิ่งที่เขาเขียนนั้น พร้อมกับกำปั้นที่ทุบลงไปที่หัวของหยิ่นฉีในทันที

“ลอบพบอะไรของเจ้า!”

เพียงพริบตาเดียว พลันมีก้อนเนื้อปูดบวมขึ้นมาบนหัวของหยิ่นฉีในทันที

เขายังมีท่าทีน้อยใจ

“พี่สาม เหตุใดท่านต้องตีข้าด้วย?”

หยิ่นซานทุบเขาอีกครั้ง พลางกระซิบต่อว่าออกมาอีกว่า

“ข้ารู้แล้ว ว่าเหตุใดพี่รองถึงให้ข้าจับตาดูเจ้า! หยิ่นฉี ก่อหน้านั้นข้าหาได้ดูออกไปว่าเจ้าเก่งในเรื่องราดน้ำมันในกองไฟเช่นนี้! เจ้าจงใจใช่หรือไม่ มิอยากให้ฝ่าบาทกับฮองเฮามีความสุขใช่หรือไม่? เจ้าต้องการสร้างความขัดแย้งระหว่างพวกเขางั้นหรือ!”

หยิ่นฉีร่ำไห้ออกมา

“ฮื่อฮื่อ...ท่านรังแกข้านัก ข้าจะไปฟ้องฝ่าบาท!”

หยิ่นฉีเอ่ยขึ้นมาด้วยหยาดน้ำตาที่นองหน้า พลางเขียนเพิ่มลงไปอีกประโยคว่า

——[หยิ่นซานขัดขวาง มิให้กระหม่อมเขียนความจริงลงไป]

หยิ่นซาน: เจ้าโง่นี่!

“หยุดทะเลาะกันได้แล้ว มีคนกำลังมาทางนั้น!” หยิ่นซื่อกระซิบเตือน

องครักษ์เข้ามาเปลี่ยนเวร ก่อนจะผ่านพ้นไปอีกคืนหนึ่ง

วันที่สอง

ยามเช้าตรู่ องครักษ์ได้มาที่ห้องฌานที่ท่านประมุขประทับอยู่เพื่อส่งสำรับอาหารเช้า

เมื่อมั่วซินหมัวมัวออกมารับสำรับนั้น องครักษ์พลางเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่า

“หมัวมัว เมื่อคืนฝ่าบาทหลับสบายดีหรือไม่?”

สีหน้าของมั่วซินหมัวมัวพลันเย็นชาขึ้นมาในทันที “อื้ม”

องครักษ์จึงเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง

“แขกเมื่อคืนนี้...”

ยามที่องครักษ์คิดจะชะโงกหน้าเข้าไปดูภายในห้องฌานนั้น มั่วซินหมัวมัวก็ปิดประตูเสียงดัง “ปั้ง”

ภายในห้องฌาน

มั่วซินหมัวมัววางสำรับอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ ก่อนจะใช้เข็มเงินตรวจจับพิษทีละอัน

เมื่อแน่ใจแล้วว่าสำรับอาหารไม่มีพิษนั้น จึงได้นำมาให้ท่านประมุขเสวย

ท่านประมุขที่นั่งอยู่โต๊ะนั้น พลางเอ่ยถามว่า

“นางไปแล้วหรือ?”

มั่วซินหมัวมัวพยักหน้าลง

“เพคะ บ่าวส่งนางออกจากวัดกวงหวาเมื่อคืนนี้เพคะ”

ท่านประมุขจึงหยิบโจ๊กขึ้นมาเสวยหนึ่งคำ

ความทรงจำนี้ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน หลังจากที่นางได้พบกับเฟิ่วจิ่วเหยียนเป็นครั้งที่สองนั้น

——“หม่อมฉันสงสัยว่าท่านหญิงซู่ยวนหาใช่น้องสาวแท้ ๆ ของพระองค์ไม่ อย่างแรก หากผู้ที่มีสายใยความสัมพันธ์ผูกพันกันจริงนั้น ยามที่พี่น้องได้พบหน้ารู้จักกันแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์ของพวกท่านทั้งสอง ถึงแม้ว่านางจะไม่พอใจท่านก็ตาม แต่ก็ไม่มีทางที่จะวางแผนกับอัครมหาเสนบดีเพื่อมาข่มขู่แย่งชิงบัลลังก์ของท่านเช่นนี้ อย่างที่สอง ความใกล้ชิดที่นางมีต่อจ้าวหรู่หลานนั้น สนิทสนมกว่าท่านเสียอีก อีกทั้ง หม่อมฉันสืบประวัติความเป็นมาของซู่ยวนแล้วเพคะ นางถูกจ้าวหรู่หลานค้นพบเข้า ถึงแม้ว่าอดีตของนางจักถูกจ้าวหรู่หลานลบทิ้งไปจนสะอาดหมดจด แต่หม่อมฉันก็ยังสืบหาได้ว่านางเกิดจากหอนางโลม สัญญาการขายตัวของนางนั้นถูกลงนามโดยบิดามารดาที่แท้จริงของนางเอง นั่นหมายความว่านางมีครอบครัว”

แววตาของท่านประมุขแคว้นซีหนี่ว์นั้น พลันเต็มไปด้วยความเย็นชา

“มั่วซิน เจ้ารู้สึกว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนพิลึกชอบกลหรือไม่?”

นางเพิ่งมาถึงแคว้นซีหนี่ว์ได้ไม่นานนัก กลับทำสิ่งต่าง ๆ ไปมากมาย

มั่วซินหมัวมัวพลางโค้งกายลง ก่อนจะตอบกลับด้วยความใจเย็นว่า

“บ่าวกลับรู้สึกว่า ลักษณะนิสัยของนางนั้นเหมือนกับพระองค์ยิ่งนักเพคะ”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ท่านประมุขก็รู้สึกสูญเสียตัวตนไปในทันที

ราคาของเราเพียงแค่ 1/4 ของผู้ให้บริการรายอื่น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย