ด้านนอกวัดกวงหวามีองครักษ์มากมายคอยเฝ้าระวังเพื่อปกป้องท่านประมุข
องครักษ์เงาต่างก็อยู่ในเงามืดเพื่อปกป้องเฟิ่งจิ่วเหยียนอยู่เช่นกัน
บรรดาเหล่าองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่นั้น ต่างพากันจับจ้องไปที่วัดกวงหวา ยกเว้นหยิ่นฉีที่ก้มหน้าก้มตาลงไปจดบันทึกอย่างบ้าคลั่ง
“ฮองเฮาปลอมกายลอบเข้าพบท่านประมุขจนถึงดึกดื่น...”
หยิ่นซานที่ก้มหน้าลงไปดูสิ่งที่เขาเขียนนั้น พร้อมกับกำปั้นที่ทุบลงไปที่หัวของหยิ่นฉีในทันที
“ลอบพบอะไรของเจ้า!”
เพียงพริบตาเดียว พลันมีก้อนเนื้อปูดบวมขึ้นมาบนหัวของหยิ่นฉีในทันที
เขายังมีท่าทีน้อยใจ
“พี่สาม เหตุใดท่านต้องตีข้าด้วย?”
หยิ่นซานทุบเขาอีกครั้ง พลางกระซิบต่อว่าออกมาอีกว่า
“ข้ารู้แล้ว ว่าเหตุใดพี่รองถึงให้ข้าจับตาดูเจ้า! หยิ่นฉี ก่อหน้านั้นข้าหาได้ดูออกไปว่าเจ้าเก่งในเรื่องราดน้ำมันในกองไฟเช่นนี้! เจ้าจงใจใช่หรือไม่ มิอยากให้ฝ่าบาทกับฮองเฮามีความสุขใช่หรือไม่? เจ้าต้องการสร้างความขัดแย้งระหว่างพวกเขางั้นหรือ!”
หยิ่นฉีร่ำไห้ออกมา
“ฮื่อฮื่อ...ท่านรังแกข้านัก ข้าจะไปฟ้องฝ่าบาท!”
หยิ่นฉีเอ่ยขึ้นมาด้วยหยาดน้ำตาที่นองหน้า พลางเขียนเพิ่มลงไปอีกประโยคว่า
——[หยิ่นซานขัดขวาง มิให้กระหม่อมเขียนความจริงลงไป]
หยิ่นซาน: เจ้าโง่นี่!
“หยุดทะเลาะกันได้แล้ว มีคนกำลังมาทางนั้น!” หยิ่นซื่อกระซิบเตือน
องครักษ์เข้ามาเปลี่ยนเวร ก่อนจะผ่านพ้นไปอีกคืนหนึ่ง
วันที่สอง
ยามเช้าตรู่ องครักษ์ได้มาที่ห้องฌานที่ท่านประมุขประทับอยู่เพื่อส่งสำรับอาหารเช้า
เมื่อมั่วซินหมัวมัวออกมารับสำรับนั้น องครักษ์พลางเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วงเป็นใยว่า
“หมัวมัว เมื่อคืนฝ่าบาทหลับสบายดีหรือไม่?”
สีหน้าของมั่วซินหมัวมัวพลันเย็นชาขึ้นมาในทันที “อื้ม”
องครักษ์จึงเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง
“แขกเมื่อคืนนี้...”
ยามที่องครักษ์คิดจะชะโงกหน้าเข้าไปดูภายในห้องฌานนั้น มั่วซินหมัวมัวก็ปิดประตูเสียงดัง “ปั้ง”
ภายในห้องฌาน
มั่วซินหมัวมัววางสำรับอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ ก่อนจะใช้เข็มเงินตรวจจับพิษทีละอัน
เมื่อแน่ใจแล้วว่าสำรับอาหารไม่มีพิษนั้น จึงได้นำมาให้ท่านประมุขเสวย
ท่านประมุขที่นั่งอยู่โต๊ะนั้น พลางเอ่ยถามว่า
“นางไปแล้วหรือ?”
มั่วซินหมัวมัวพยักหน้าลง
“เพคะ บ่าวส่งนางออกจากวัดกวงหวาเมื่อคืนนี้เพคะ”
ท่านประมุขจึงหยิบโจ๊กขึ้นมาเสวยหนึ่งคำ
ความทรงจำนี้ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน หลังจากที่นางได้พบกับเฟิ่วจิ่วเหยียนเป็นครั้งที่สองนั้น
——“หม่อมฉันสงสัยว่าท่านหญิงซู่ยวนหาใช่น้องสาวแท้ ๆ ของพระองค์ไม่ อย่างแรก หากผู้ที่มีสายใยความสัมพันธ์ผูกพันกันจริงนั้น ยามที่พี่น้องได้พบหน้ารู้จักกันแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์ของพวกท่านทั้งสอง ถึงแม้ว่านางจะไม่พอใจท่านก็ตาม แต่ก็ไม่มีทางที่จะวางแผนกับอัครมหาเสนบดีเพื่อมาข่มขู่แย่งชิงบัลลังก์ของท่านเช่นนี้ อย่างที่สอง ความใกล้ชิดที่นางมีต่อจ้าวหรู่หลานนั้น สนิทสนมกว่าท่านเสียอีก อีกทั้ง หม่อมฉันสืบประวัติความเป็นมาของซู่ยวนแล้วเพคะ นางถูกจ้าวหรู่หลานค้นพบเข้า ถึงแม้ว่าอดีตของนางจักถูกจ้าวหรู่หลานลบทิ้งไปจนสะอาดหมดจด แต่หม่อมฉันก็ยังสืบหาได้ว่านางเกิดจากหอนางโลม สัญญาการขายตัวของนางนั้นถูกลงนามโดยบิดามารดาที่แท้จริงของนางเอง นั่นหมายความว่านางมีครอบครัว”
แววตาของท่านประมุขแคว้นซีหนี่ว์นั้น พลันเต็มไปด้วยความเย็นชา
“มั่วซิน เจ้ารู้สึกว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนพิลึกชอบกลหรือไม่?”
นางเพิ่งมาถึงแคว้นซีหนี่ว์ได้ไม่นานนัก กลับทำสิ่งต่าง ๆ ไปมากมาย
มั่วซินหมัวมัวพลางโค้งกายลง ก่อนจะตอบกลับด้วยความใจเย็นว่า
“บ่าวกลับรู้สึกว่า ลักษณะนิสัยของนางนั้นเหมือนกับพระองค์ยิ่งนักเพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ท่านประมุขก็รู้สึกสูญเสียตัวตนไปในทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...