เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 812

แคว้นตงซาน……

เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันคิดขึ้นมาได้ ก่อนวันอภิเษก ระหว่างทางนางได้รับบัวกลีบเปลวเพลิงหนึ่งดอก อาจารย์หญิงเคยพูดว่า บัวกลีบเปลวเพลิงนั้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่แคว้นตงซาน

คนที่นำบัวกลีบเปลวเพลิงมาให้ จนถึงตอนนี้นางก็ไม่มีข้อมูล

ตอนนี้เบาะแสมนุษย์โอสถนี้ก็ชี้ไปยังแคว้นตงซาน เห็นที เบาะแสทางด้านแคว้นตงซานก็จำเป็นต้องสืบ

ขบวนเสด็จมายังตำหนักหย่งเหอ

เซียวอวี้เข้ามาข้างในตำหนักอย่างชำนาญทาง เฟิ่งจิ่วเหยียนลุกขึ้นมาทำความเคารพ

เขาขมวดคิ้วเข็ม

“เราเคยบอกแล้ว ตอนที่ไม่มีคนอื่น ไม่ต้องมากพิธี”

“เพคะ”

เซียวอวี้มองเห็นแผนที่บนโต๊ะ “เจ้ากำลังทำอะไร?”

เขาพลางพูดพลางหยิบแผ่นที่ขึ้นมา เห็นข้างบนนั้นขีดเส้นทางมาหลายเส้น สุดท้ายมุ่งไปยัง แคว้นตงซาน

“นี่คือ?”

แววตา เฟิ่งจิ่วเหยียนสงบ

“เส้นทางการค้า”

เซียวอวี้ขมวดคิ้วขึ้นมา ครุ่นคิดพลางพูด

“แคว้นตงซานมั่งคั่งร่ำรวย ปกครองให้ฝ่ายพลเรือนอยู่เหนือการควบคุมฝ่ายทหาร หนึ่งร้อยปีมานี้ เข้าร่วมการศึกเพียงไม่กี่ครั้ง ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับแคว้นอื่น นับจากอดีตฮ่องเต้ ทั้งสองแคว้นต่างไม่มีทูตไปมาหาสู่กัน”

“ดังนั้น เส้นทางการค้าระหว่างทั้งสองแคว้นจึงยังไม่เปิด”

“ตามหลักแล้ว แคว้นตงซานกับราชวงค์เราไม่มีการติดต่อทางการค้า

“เส้นทางการค้านี้มาจากไหน?”

ยามนี้เป็นช่วงการทำศึก หนานฉีจึงควบคุมการเดินทางเพื่อการค้าจากแคว้นอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้สายลับแอบเข้ามา โดยเฉพาะช่องทางการค้า ได้ควบคุมอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ

แม้จะมีการทำค้าขายกับแคว้นอื่น ก็ไม่ได้หมายความว่านักค้าขายจากต่างแคว้นจะสามารถเข้าออกเมืองต่างๆ ในหนานฉีได้อย่างอิสระ ที่หนานฉีเปิดให้เข้ามาได้ มีเพียงไม่กี่เมือง แต่เมืองเซวียนกับเมืองหลวงที่เป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ย่อมไม่อนุญาตให้มีการเดินทางเพื่อทำการค้าจากแคว้นอื่นเข้ามาเป็นแน่

เงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการค้า คือทั้งสองแคว้นต้องเป็นพันธมิตรกันก่อน

การจะมีมาหาสู่กันได้ ต้องมีผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น ถึงอย่างไร ไม่มีผู้ใดอยากทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้ทำเงินจากตนเองไป

หนานฉีกับเป่ยเยี่ยนยังไม่มีการทำมาค้าขายต่อกัน

กับแคว้นตงซาน ขาดการค้าขายกันมานานมากแล้ว

ดังนั้น เมื่อเห็นเฟิ่งจิ่วเหยียนวาดเส้นทางการค้าขึ้นมา เซียวอวี้รู้สึกประหลาดใจ

เฟิ่งจิ่วเหยียนอธิบายให้เขาฟัง

“นี่คือเส้นทางลับ

“ตอนนั้นพวกเราพบมนุษย์โอสถที่นั่นเป็นจำนวนมาก และก็ยังสืบไม่รู้ว่าพวกเขามาจากที่ใด ในเมื่อช่องทางลับนั่นทะลุไปยังคุกหลวงได้ คาดว่าก็น่าจะทะลุไปที่อื่นได้”

เซียวอวี้ไม่วางใจให้นางทำเช่นนี้

“ให้พวกหยิ่นลิ่วไปสืบก็ได้”

เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ไว้ใจผู้อื่น

“อย่างไรหม่อมฉันก็ต้องไปดูด้วยตนเอง”

เห็นว่าเซียวอวี้ไม่เห็นด้วย นางกุมหลังมือของเขาไว้

“ตอนนั้นศิษย์พี่สืบเรื่องนี้ อายุเพียงสิบเจ็ด ลงมือทำเพียงลำพัง ตอนนี้หม่อมฉันมีผู้ช่วยมากมายขนาดนี้ ไม่มีอะไรต้องกลัว”

เมื่อคิดถึงศิษย์พี่ถูกคนทารุณจนตาย คิดถึงอาจารย์กับอาจารย์หญิง หลายปีมานี้ต้องเฝ้าความจริงที่ไม่กระจ่าง อย่างทุกข์ทรมาน นางก็อยากที่จะสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็ว

เซียวอวี้รู้ดี เรื่องที่นางอยากทำ เขาห้ามไว้ไม่ได้

และก่อนหน้านี้เขาก็ตอบตกลงแล้ว ว่าจะให้นางสืบคดีมนุษย์โอสถ

หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง เขาพลิกมือคว้าจับมือของนาง พร้อมพูดเตือน

“พาคนไปมากหน่อย ระมัดระวังตัวให้ดี”

เฟิ่งจิ่วเหยียนพยักหน้า

“เพคะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย