เข้าสู่ระบบผ่าน

แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย นิยาย บท 810

ก่อนงานอภิเษกสมรสของฮ่องเต้ฮองเฮา หนิงเฟยเป็นผู้ควบคุมดูแลวังหลัง

ขณะนี้มีฮองเฮาอยู่ในวังหลัง ทว่า ฮองเฮาต้องดูแลกิจการทั้งหมดของสถาบันทางการทหาร หนิงเฟยจึงยังได้ครองอำนาจของการจัดการวังหลังทั้งหกตำหนัก

ไม่ง่ายเลยที่ฝ่าบาทจะเรียกให้นางเข้าเฝ้า หลังจากที่ไทเฮาทราบเรื่อง ก็เรียกนางมาสอบถามทันที

ตำหนักฉือหนิง

หนิงเฟยหน้านิ่วคิ้วขมวด

ไทเฮายิ่งทวีความกังวล “สรุปว่าเกิดเรื่องใดขึ้นแน่?”

หนิงเฟยเงยหน้าขึ้นมองไทเฮา ก่อนจะเอ่ยตัดพ้อด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้

“ฝ่าบาทมีพระบัญชาให้ข้าจัดงานเลี้ยงบทกวี เพื่อชายหญิงที่ยังมิได้ออกเรือนเหล่านั้น...ท่านป้า! มิใช่ให้ข้าเป็นแม่สื่อหรือไร!”

ถึงอย่างไรนางเป็นถึงพระสนมของราชวงศ์ จักไปทำเช่นนั้นได้อย่างไรกัน!

ไม่รู้จริง ๆ ว่าฝ่าบาทดำริอันใดอยู่!

ไทเฮาโต้แย้งทันที

“เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร? แม่สื่อฟังดูไม่ดีนัก ต้องเรียกผู้เฒ่าจันทรา”

หนิงเฟย : ผู้เฒ่าจันทรา?

ฟังดูก็ไม่ได้ดีเหมือนเดิม!

สรุปแล้ว นางไม่อยากจัดงานเลี้ยงบทกวี

ณ ตำหนักจื้อเฉิน

เมื่อเซียวอวี้กลับมา เฟิ่งจิ่วเหยียนก็ลุกออกจากเตียงแล้ว กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหาร โดยมีสาวใช้หว่านชิวยืนรอปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง

ครั้นเห็นเขา เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันยืนขึ้นและทำความเคารพ

เขาก้าวมาหยุดตรงหน้าในไม่กี่ก้าว และคว้าจับแขนของนางไว้

“บอกให้เจ้าพักผ่อน ไยจึงลุกขึ้นมาเล่า?”

เฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวอย่างจริงจัง

“หม่อมฉันสบายดีเพคะ ฝ่าบาท พวกหร่วนฝูอวี้...”

แววตาของนางเจือไว้ด้วยความกังวล

เซียวอวี้นั่งลงพร้อมกับนาง และเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ แฝงความลุ่มลึกเล็กน้อย

“เราใจกว้างเสมอ และจักไม่ทำให้พวกนางลำบากใจ”

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เพิ่งว่าราชกิจเสร็จ รู้สึกหิวบ้างแล้ว”

หลิวซื่อเหลียงเข้าใจได้ทันที รีบสั่งให้คนนำชามกับตะเกียบอีกชุดเข้ามา

เฟิ่งจิ่วเหยียนเห็นสถานการณ์เช่นนี้แล้ว อดไม่ได้ที่จะนึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้น——เมื่อเขาไปรับประทานสำรับเย็นที่ตำหนักของนาง หลังจบมื้ออาหาร นางจะโยนชามและตะเกียบที่เขาใช้ทิ้งให้หมด

เรื่องราวในโลกมิอาจคาดคิด ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเฉยเมย จนกระทั่งเกลียดชัง กลับกลายมาเป็นคนร่วมเรียงเคียงหมอนกับนาง

“ไฉนจึงมองเราเช่นนี้?” เซียวอวี้ก็เงยหน้าขึ้นมอง และสบเข้ากับสายตาที่จ้องมองมาของนาง

เฟิ่งจิ่วเหยียนส่ายศีรษะอย่างสงบ

“มิมีอันใดเพคะ”

เรื่องในอดีตบางเรื่อง ไม่จำเป็นต้องเล่าให้เขาฟัง

หมอประจำจวนมาตรวจชีพจรของหร่วนฝูอวี้ ผลลัพธ์ยังคงเดิม——ทารกในครรภ์มีความมั่นคงนัก

หร่วนฝูอวี้แค่นเสียงเย้ยหยัน

คิดจะสู้กับนางรึ?

วิชาไสยเวทของนางสามารถสร้างเรื่องเท็จให้เป็นจริงได้

แม้ว่าหมอจะเก่งกาจมากเพียงใด ก็หาได้แยกแยะจริงเท็จไปอีกพักใหญ่

ใบหน้าของรุ่ยอ๋องพลันซีดลง เกรงว่าเขาจะต้องยอมรับความจริงข้อนี้เสียแล้ว

ทว่า เมื่อหวนนึกย้อนกลับไป เขาจดจำไม่ได้เลยว่า ตนเองกับหร่วนฝูอวี้ได้ลงเอยกันแล้วจริง ๆ

เขาได้อ่านตำราทางการแพทย์มากมาย ในตำราบางเล่มกล่าวว่า เมื่อบุรุษเมามาย ก็ยากที่จะทำสำเร็จ

ทว่าทุกเรื่องราวย่อมมีข้อยกเว้น...

เนื่องจากองครักษ์หลิวหวาหวาดกลัวงูของหร่วนฝูอวี้จนเป็นลมล้มพับ ตอนนี้แค่เห็นหร่วนฝูอวี้ก็ตื่นตกใจ และคิดแต่จะอยู่ให้ห่างจากนาง

เขาไม่อยากให้ท่านอ๋องสมรสกับนางแม่มดคนนี้เลยจริง ๆ

ดังนั้น เขาจึงคาดหวังมากกว่าผู้ใดว่า จักรักษาเด็กในครรภ์ของหร่วนฝูอวี้ไว้ไม่ได้

หารู้ไม่ว่า หร่วนฝูอวี้ปั่นหัวพวกเขาอย่างหมดจด

นางต้องการอยู่ในเมืองหลวงกับซูฮ่วน จึงไม่สำคัญว่าจะแต่งงานกับผู้ใด ถึงอย่างไรนางก็ไปมาได้ตามใจปรารถนา กฎหมายของหนานฉีก็มิอาจควบคุมนางได้

สิ่งที่นางกังวลในเวลานี้ เป็นงานเลี้ยงบทกวี

ฮ่องเต้สุนัขนั้นโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว ดูเหมือนไม่มีสิ่งใดที่จะสั่นคลอนเขาได้เลย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย