ท้ายที่สุดซ่งหลีก็ต้องจากไป
ทว่า การจากไปในครานี้หาใช่เป็นการล้มเลิกไม่ แต่เป็นการกลับไปที่ตระกูลซ่งเพื่อเกลี้ยกล่อมและโน้มน้าวบิดามารดาของตน
ยามที่ต้องแยกจากกันนั้น เขายังเอ่ยกำชับกับไฉเยว่อีกด้วยว่าต้องให้เวยเฉียงกินยาทุกวัน ก่อนจะหันไปกล่าวกับเวยเฉียงด้วยความรักใคร่อันสุดซึ้งว่า
“รอข้า ข้าจักต้องกลับมารับเจ้าอย่างแน่นอน”
“อื้ม” เฟิ่งเวยเฉียงพลันหันหน้าหนี เพื่อเก็บซ่อนหยาดน้ำตาของตนเองเอาไว้
ซ่งหลีจึงหันไปหาเฟิ่งจิ่วเหยียนก่อนจะโค้งกายคำนับ “ได้โปรดดูแลเวยเฉียงด้วย”
เฟิงจิ่วเหยียนจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
“น้องสาวของข้า ข้าย่อมต้องดูแลนางเป็นอย่างดี ซ่งหลี หากเจ้ามิอาจแก้ปัญหาได้แล้วละก็ เขียนจดหมายส่งกลับมาเสีย อย่าได้ปล่อยให้เวยเฉียงรอเจ้าไปโดยเปล่าประโยชน์ พวกข้าหาได้ถือโทษโกรธเคืองเจ้าไม่”
ซ่งหลีโค้งกายคำนับอีกครั้ง “ข้าจะกลับมา”
สุดท้าย ซ่งหลีมองไปที่เฟิ่งเวยเฉียงอย่างไม่เต็มใจจาก พลางเดินขึ้นรถม้าไป
หลังจากที่ซ่งหลีจากไปนั้น เฟิ่งเวยเฉียงก็อดไม่ได้พลันร่ำไห้ออกมา
“ท่านพี่...เขา เขาจะกลับมาจริง ๆ ใช่หรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนโอบกอดนางเบา ๆ “ต้องมา”
ยามที่เอ่ยออกมานั้น สายตาของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันมองออกไปไกล พลางเผยให้เห็นท่าทีตัดสินใจอะไรบางอย่างออกมา
นางทนไม่ได้ที่จะต้องมาเห็นเวยเฉียงเศร้าสร้อยเช่นนี้
เรื่องนี้ นางต้องออกแรงช่วยด้วย มิอาจพึ่งพาเพียงแค่ซ่งหลีเพียงคนเดียวไปได้
ภายในวันเดียวกัน นางจึงเขียนจดหมายพลางสั่งให้อู๋ไป๋ส่งไปยังเมืองหลวง
……
เมืองหลวง
เมื่อเจดีย์เก้าชั้นถูกทำลายลงนั้น โลหิตหงส์ถูกตัดขาด ภูเขาอวี้หลิงจึงมิจำเป็นต้องมีผู้พิทักษ์จำนวนมากอีกต่อไป
เซียวอวี้จึงสั่งการให้หนานซานอ๋องนำกองกำลังทหารม้าของเขาเคลื่อนทัพไปประจำการชายแดนตะวันตกที่กำลังตกอยู่ในความอ่อนแอในทันที
อีกทั้ง สงครามที่เกิดขึ้นนอกประตูเมืองหลวงนั้น ถึงแม้ว่ากองทัพคนโอสถของพรรคเทียนหลงจักถูกจัดการจนราบคาบไปแล้วก็ตาม ทว่า เรื่องนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจของเซียวอวี้อยู่
เซียวอวี้จึงหารือกับรุ่ยอ๋อง
“ต้องสืบต่อไป ว่าคนโอสถเหล่านี้มาจากที่ใดกันแน่ อีกทั้งยังได้รับการฝึกฝนมาเช่นไร ต้องขุดรากถอนโคนพวกมันออกมาให้จงได้”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
หลังจากที่รุ่ยอ๋องรับคำแล้วนั้น ยามที่เขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นฮ่องเต้แล้ว จึงอดมิได้ที่จะเอ่ยเกลี้ยกล่อมออกมาว่า
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ นับตั้งแต่ท่านกลับมาจากเมืองอวี่นั้น ก็เอาแต่หามรุ่งหามค่ำยุ่งอยู่กับราชกิจบ้านเมือง เกรงว่าการทำเช่นนี้อาจจะเป็นการทำร้ายร่างกายของท่านได้นะพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอวี้ได้แต่กุมหน้าผากของตนเองเอาไว้ พร้อมเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมว่า
“เรามิเป็นอันใด”
พร้อมทั้งเรียกตัวขุนนางมาร่วมกันร่างฎีกาในทันที
พระราชโองการนี้เกี่ยวกับวังหลัง เพียงแค่ราชโองการออกมานั้น ทั่วทั้งวังหลังต่างพากันแตกตื่นไปในทันที
ตำหนักเซี่ยวเสียน
ทั้งหนิงเฟยและเหล่านางสนมมากมายต่างพากันมาพูดคุยหารือกันในทันที
“ท่านพี่หนิงเฟย จริงหรือไม่เจ้าคะ? ฝ่าบาทต้องการไล่พวกเราออกจากวังจริง ๆ หรือเพคะ?”
“เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้?”
“ท่านพี่หนิงเฟย ท่านต้องคิดหาทางนะเพคะ! ข้ามิอยากออกจากวัง…”
จู่ ๆ พลันมีเสียงอีกมุมหนึ่งดังขึ้นมาว่า “บางทีการออกจากวัง ก็หาใช่เรื่องร้ายไม่?”
หนิงเฟยเองก็ทำตัวไม่ถูกไปในทันที
นางที่แต่งเข้าวังมานานหลายปีแล้วนั้น มีแต่ความคิดที่จะปืนป่ายขึ้นไปอยู่บนที่สูง ๆ มิเคยคิดเลยว่าจักมีวันหนึ่งที่นางต้องออกจากวังไป
ฝ่าบาทคิดทำเรื่องเลวร้ายอันใดกัน?
ตำหนักวั่นโซ่ว
ไทฮองไทเฮาโกรธโมโหเสียจนแทบจะบิดลูกประคำให้หักคามือ
“ไร้สาระ! ต้องเป็นเรื่องไร้สาระอย่างแน่นอน! ฝ่าบาทเล่า! ข้าจักต้องถามเขาให้รู้เรื่อง ว่าฝ่าบาทคิดจะทำสิ่งใดกันแน่!”
มิต้องรอให้ไทฮองไทเฮาซักถามเลย เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ภายในราชสำนักต่างพากันลุกเต้นขึ้นมาให้ขวัก


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...